สาวสุดเจ็บใจวันงานเจ้าบ่าวกลับไม่มา

เจอรักในเฟสบุ๊ก คบสี่เดือนขอแต่งงาน สาวสุดเจ็บใจวันงานเจ้าบ่าวกลับไม่มา

        เป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่พบรักผ่านทางระบบออนไลน์โดยเธอได้พบรักกับชายหนุ่มซึ่งเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของเธอผ่านทาง facebook ถึงขนาดที่ตกลงที่จะแต่งงานกันแต่สุดท้ายฝ่ายชายกับเบี้ยวไม่ยอมมาแต่งงานทำให้เธอนั้นได้รับความอับอาย

       เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาโดยหญิงสาวที่ได้รับความรู้จากว่าที่เจ้าบ่าวของเธอในครั้งนี้นั้นอยู่ที่อำเภอสีคิ้วเธอมีชื่อว่านางสาวสุภาโดยนางสาวศุภานันได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอว่าเธอนั้นได้เล่น Facebook

และได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งผ่านทาง facebook หลังจากนั้นก็มีการติดต่อกันเรื่อยมาจนใช้ระยะเวลาคบหากันประมาณ 4 เดือนฝ่ายชายก็ขอเธอแต่งงานซึ่งแน่นอนว่าเธอมั่นใจในความรักในครั้งนี้มากจึงได้มีการตอบตกลงแต่งงานและนัดที่จะมาแต่งงานกันในวันที่ 29 เดือนมิถุนายนปีพศ2563

นี้โดยในวันงานเธอตื่นตั้งแต่ช่วงเวลา 05:00 น พร้อมกับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอและพากันไปแต่งหน้าทำผมรวมถึงแต่งตัวที่ร้านทำผมแห่งหนึ่งซึ่งเมื่อเสร็จแล้วประมาณ 05:30 น

เจ้าบ่าวของเธอนั้นได้บอกให้เธอกลับมาเที่ยวงานก่อนและเขาจะตามมาทีหลังซึ่งเธอไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าเจ้าบ่าวนั้นอาจจะไปทำธุระหรือต้องไปเตรียมตัวอย่างอื่นแต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิธีที่จะต้องเริ่มตอน 08:00 น กลับไม่พบร่างของเจ้าบ่าวแม้แต่เงามาที่งานเธอจึงได้พยายามโทรติดต่อเจ้าบ่าวของเธอและแน่นอนว่าเจ้าบ่าวของเธอรับสายของเธอแต่เธอได้ยินเพียงแค่คำว่าขอโทษคำเดียวเท่านั้น

และเจ้าบ่าวของเธอก็ตัดสายไปเลยซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ไม่สามารถติดต่อเจ้าบ่าวของเธอได้ทำให้เธอนั้นรู้สึกอับอายและเสียใจเป็นอย่างมากเพราะในงานวันนี้เธอได้มีการลงทุนไปแล้วถึง 70,000 บาทจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกทั้งแขกในงานก็มาเต็มบ้านทำให้เธอนั้นต้องไปทำการแจ้งความเพื่อเอาผิดว่าที่เจ้าบ่าวของเธอคนดังกล่าวนี้

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามหาตัวว่าที่เจ้าบ่าวคนดังกล่าวโดยใช้ชื่อว่านายปิยะพรให้มารับทราบข้อกล่าวหาและให้มาตกลงเจรจากับว่าที่เจ้าสาวว่าจะยังคงต้องการแต่งงานกันอยู่หรือไม่หรือว่าต้องการที่จะเลิกรากันไปนับตั้งแต่นี้และเคลียร์เรื่องของค่าเสียหายกันให้เสร็จสิ้น

ซึ่งเรื่องราวนี้ทางด้านฝ่ายเจ้าสาวเองก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ของใครหลายๆคนเกี่ยวกับเรื่องของการคบคนผ่านทางโลกออนไลน์ว่าอาจจะเจอกับคนที่ไม่จริงใจและต้องมาผิดหวังและอับอายเหมือนที่เคยโดนอยู่ตอนนี้นั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    gclub สูตรบาคาร่า

ดราม่าตู้ปันสุข

ดราม่าตู้ปันสุข เมื่อมี ทาง กอ. รมน. เอาตู้ปันสุขของตัวเองมาตั้งข้างๆตู้ชาวบ้านแล้วติดผลงานของตัวเอง

         เป็นกระแสดราม่าไม่หยุดไม่หย่อนเกี่ยวกับโครงการตู้ปันสุขที่มีการออกมาจากประชาชนที่อยากจะช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนที่มีการขาดข้าวสารอาหารแห้งเพื่อจะใช้ในการประทังชีวิตให้อยู่รอดในแต่ละวันดังนั้นจึงมีหลายคนที่ออกมาตั้งตู้ปันสุข

ซึ่งตู้ดังกล่าวนั้นจะมีอาหารเช่นข้าวสารประกอบของนมและน้ำดื่มมาวางไว้โดยให้ชาวบ้านที่ไม่มีเงินไปซื้ออาหารกินได้มาหยิบสิ่งของเรานี้จากตู้ปันสุขซึ่งที่ตู้นี้จะสามารถหยิบได้ฟรีโดยมีข้อแม้ว่าการหยิบของใบนั้นควรจะมีขอบเขตเพื่อให้คนอื่นได้มานำของนี้ไปใช้งานด้วย

ดังนั้นจึงควรที่จะหยิบเพียงพอใช้เท่านั้นแหละถ้าหมดแล้วก็สามารถมาหยิบใหม่ได้แต่ดราม่าเกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านหลายคนพากันนำถุงมาขนของจากตู้ปันสุขไปหมดซึ่งมีบางรายวนเวียนมาเอาของจากในตู้นั้นไปทุกวันจนเกิดเป็นกระแสดราม่าว่ามีการเห็นแก่ตัวเกิดขึ้น

และบางคนเมื่อมาแล้วไม่เจอของก็มีการตะโกนต่อว่าด่าทอเจ้าของตู้ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับเจ้าของตู้เป็นอย่างมากจนหลายคนเลิกที่จะมีการนำของมาบริจาคแบบนี้แต่โครงการนี้ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในหลายภาคจังหวัดเพราะมองว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่ประชาชนจะสามารถรับของบริจาคได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงไปยืนต่อแถวรอให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

ดังนั้นโครงการนี้นอกจากประชาชนจะช่วยกันทำแล้วรัฐบาลเองก็เริ่มออกมาสนองนโยบายนี้เช่นเดียวกันแต่ดราม่ากับเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อที่จังหวัดนราธิวาสชาวบ้านได้มีการนำตู้บรรจุซึ่งเป็นตู้ของชาวบ้านที่ร่วมใจกันทำขึ้นมาเองสำหรับคนที่พอที่จะช่วยเหลือบุคคลอื่น

ได้นำของมาวางไว้ในตู้หลังจากนั้นไม่นานได้มีการนำตู้อีก 1 ใบมาวางไว้คู่กันโดยมีการระบุว่าตู้ดังกล่าวนั้นเป็นของทางกอ. รมน.  ได้มีการนำมาวางให้กับประชาชนได้มาหยิบไปใช้บริโภคอุปโภคแต่ที่เป็นเรื่องให้เกิดตามากขึ้นเนื่องจากว่าทางกอ. รมน. ได้นำตู้ของตนเองนั้น

มาวางคู่กับตู้ของชาวบ้านเสร็จแล้วได้มีการติดป้ายขนาดใหญ่ไว้เผื่อตู้ทั้ง 2 ใบว่าเป็นโครงการของทางกอ. รมน.เพื่อมาช่วยเหลือชาวบ้านทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวรู้สึกไม่พอใจที่ทางกอ. รมน. มาติดได้เป็นลักษณะของการเอาหน้าให้กับตนเอง

โดยทั้งที่จริงแล้วก็อีกหนึ่งใบนั้นเป็นของชาวบ้านที่ช่วยกันสร้างขึ้นมานั้นเองซึ่งหลายคนมองว่าวิธีการดังกล่าวนั้นเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสมอย่างมากและอันที่จริงทางกอ. รมน. ไม่ควรนำตู้ของตนเองมาวางไว้คู่กันเพราะบริเวณนี้มีตู้อยู่แล้วหนึ่งใบซึ่งรองรับกับจำนวนชาวบ้านที่มีการอาศัยอยู่ในบริเวณนี้อยู่แล้วดังนั้นทางกอ. รมน. ควรจะนำตู้ของตนเองไปไว้ในจุดอื่นที่ยังไม่มีตู้ปันสุขนี้แทน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub สูตรบาคาร่า