ดราม่าตู้ปันสุข

ดราม่าตู้ปันสุข เมื่อมี ทาง กอ. รมน. เอาตู้ปันสุขของตัวเองมาตั้งข้างๆตู้ชาวบ้านแล้วติดผลงานของตัวเอง

         เป็นกระแสดราม่าไม่หยุดไม่หย่อนเกี่ยวกับโครงการตู้ปันสุขที่มีการออกมาจากประชาชนที่อยากจะช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนที่มีการขาดข้าวสารอาหารแห้งเพื่อจะใช้ในการประทังชีวิตให้อยู่รอดในแต่ละวันดังนั้นจึงมีหลายคนที่ออกมาตั้งตู้ปันสุข

ซึ่งตู้ดังกล่าวนั้นจะมีอาหารเช่นข้าวสารประกอบของนมและน้ำดื่มมาวางไว้โดยให้ชาวบ้านที่ไม่มีเงินไปซื้ออาหารกินได้มาหยิบสิ่งของเรานี้จากตู้ปันสุขซึ่งที่ตู้นี้จะสามารถหยิบได้ฟรีโดยมีข้อแม้ว่าการหยิบของใบนั้นควรจะมีขอบเขตเพื่อให้คนอื่นได้มานำของนี้ไปใช้งานด้วย

ดังนั้นจึงควรที่จะหยิบเพียงพอใช้เท่านั้นแหละถ้าหมดแล้วก็สามารถมาหยิบใหม่ได้แต่ดราม่าเกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านหลายคนพากันนำถุงมาขนของจากตู้ปันสุขไปหมดซึ่งมีบางรายวนเวียนมาเอาของจากในตู้นั้นไปทุกวันจนเกิดเป็นกระแสดราม่าว่ามีการเห็นแก่ตัวเกิดขึ้น

และบางคนเมื่อมาแล้วไม่เจอของก็มีการตะโกนต่อว่าด่าทอเจ้าของตู้ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับเจ้าของตู้เป็นอย่างมากจนหลายคนเลิกที่จะมีการนำของมาบริจาคแบบนี้แต่โครงการนี้ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในหลายภาคจังหวัดเพราะมองว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่ประชาชนจะสามารถรับของบริจาคได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงไปยืนต่อแถวรอให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

ดังนั้นโครงการนี้นอกจากประชาชนจะช่วยกันทำแล้วรัฐบาลเองก็เริ่มออกมาสนองนโยบายนี้เช่นเดียวกันแต่ดราม่ากับเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อที่จังหวัดนราธิวาสชาวบ้านได้มีการนำตู้บรรจุซึ่งเป็นตู้ของชาวบ้านที่ร่วมใจกันทำขึ้นมาเองสำหรับคนที่พอที่จะช่วยเหลือบุคคลอื่น

ได้นำของมาวางไว้ในตู้หลังจากนั้นไม่นานได้มีการนำตู้อีก 1 ใบมาวางไว้คู่กันโดยมีการระบุว่าตู้ดังกล่าวนั้นเป็นของทางกอ. รมน.  ได้มีการนำมาวางให้กับประชาชนได้มาหยิบไปใช้บริโภคอุปโภคแต่ที่เป็นเรื่องให้เกิดตามากขึ้นเนื่องจากว่าทางกอ. รมน. ได้นำตู้ของตนเองนั้น

มาวางคู่กับตู้ของชาวบ้านเสร็จแล้วได้มีการติดป้ายขนาดใหญ่ไว้เผื่อตู้ทั้ง 2 ใบว่าเป็นโครงการของทางกอ. รมน.เพื่อมาช่วยเหลือชาวบ้านทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวรู้สึกไม่พอใจที่ทางกอ. รมน. มาติดได้เป็นลักษณะของการเอาหน้าให้กับตนเอง

โดยทั้งที่จริงแล้วก็อีกหนึ่งใบนั้นเป็นของชาวบ้านที่ช่วยกันสร้างขึ้นมานั้นเองซึ่งหลายคนมองว่าวิธีการดังกล่าวนั้นเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสมอย่างมากและอันที่จริงทางกอ. รมน. ไม่ควรนำตู้ของตนเองมาวางไว้คู่กันเพราะบริเวณนี้มีตู้อยู่แล้วหนึ่งใบซึ่งรองรับกับจำนวนชาวบ้านที่มีการอาศัยอยู่ในบริเวณนี้อยู่แล้วดังนั้นทางกอ. รมน. ควรจะนำตู้ของตนเองไปไว้ในจุดอื่นที่ยังไม่มีตู้ปันสุขนี้แทน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub สูตรบาคาร่า