อาร์เตต้ากล่าวยกย่องมอยส์ที่วางรากฐานให้ทอฟฟี่

มิเกล อาร์เตต้ากุนซือใหม่ถอดด้ามของเอฟเวอร์ตัน กล่าวถึงการเติบโตในงานฟุตบอลของเขาเป็นเพราะว่าเขาได้วิชาความรู้จาก เดวิด มอยส์ ส่วนมอยส์เวลานี้ไปเป็นผู้จัดการทีมเวสต์แฮม ซึ่งหลายฝ่ายก็ค่อนขอดว่าหมดยุคของกุนซือชาวสก๊อตแลนด์ผู้นี้แล้ว

เวสต์แฮมจะเดินทางไปเยือนอาร์เซนอลเกมวันเสาร์ โดยทั้งคู่จะได้พบกันในฐานะคู่แข่ง หลังจากที่ทั้งคู่เคยทำงานร่วมกันในช่วง 6 ปีครึ่งที่อยู่ที่เอฟเวอร์ตัน มอยส์เซ็นอาร์เตต้ามาจาก โซเซียดัดเมื่อเดือนมกราคม 2005 และ อาร์เตต้าก็ได้มาคุมทีมอาร์เซนอล 

ซึ่งเดวิด มอยส์หลังจากที่คุมทอฟฟี่ เมน แล้วเขาก็ย้ายไปคุมแมนยู เมื่อปี 2014 และน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดเพราะเขาไม่อาจนำความสำเร็จสู่แมนยู หลังการจากไปของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เลย 

อาร์เตต้ากล่าวถึงนายเก่าว่า ผมชื่นชอบเขานะ ผมดูวิธีการจัดการนักเตะของเขา เขาทำงานกับนักเตะอย่างไร  อาร์เตต้ามองว่าบางครั้งก็ต้องดูสิ่งแวดล้อม ,นักเตะรอบข้าง ดูอะไรหลายอย่าง บางคนเล่นดีกับผู้จัดการทีมคนนี้แต่เล่นไม่ดีกับผู้จัดการทีมคนอื่น

เขาทำงานหนักมากนะ ผมมองว่าเขามีคาแร็กเตอร์ของตัวเอง ด้วยความเป็นที่คนสก๊อตมันทำให้เขามีบุคลิกที่น่าประทับใจ ผมสนุกสนานภายใต้การคุมทีมของเขา ผมคิดว่าหลายคนวิจารณ์เขาในทางที่รุนแรงเกินไป เขามีความสัมพันธ์อย่างยอดเยี่ยมกับนักเตะ

โดยสถานการณ์ของมอยส์ อยู่ในช่วงยากลำบากเพราะว่าต้องพาทีมเวสต์แฮมหนีตกชั้นให้ได้ 

เขาพยายามเข้ามาปรับปรุงทีม และนำเรื่องราวใหม่ๆ อัพเดตให้นักเตะ เขาไม่ใช่ผู้จัดการทีมที่นั่งอยู่กับที่  ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เขาก็ยังทำเหมือนเดิม เขาเป็นคนที่นำสิ่งที่ดีที่สุดและพยายามทำสิ่งที่เหมาะสมอให้ทีม

อาร์เตต้าอาจจะส่ง แจ๊ค วิลเชียร์อดีตเพื่อนร่วมทีมที่อาร์เซนอลลงสนามด้วยก็ได้ โดยวิลเชียร์ไม่ได้ลงสนามตั้งแต่เดือนตุลาคมเพราะว่าบาดเจ็บ เขาเป็นเหมือนปรากฏการณ์เลยทีเดียว ผมเสียใจต่อแจ๊คด้วย เมื่อผมอยู่ที่นี่ผมชอบดูเขาซ้อมทุกวันนะ 

อาร์เซนอลมีโปรแกรมวันเสาร์ โดยหากทีมเก็บชัยชนะในวันเสาร์นี้ได้ พวกเขาจะชนะรวดกว่า 3 เกม และโอกาสแย่งอันดับที่สี่ยังพอมีความหวัง

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาไม่มีใครพูดถึงการไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเลย อาร์เตต้ากล่าวว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่ว่าเวลานี้เรากำลังจะกลับมา ผมคิดว่าเราทำได้นะแต่ว่าต้องดูกันเกมต่อเกมเลยทีเดียว โดยทีมอันดับ 4 คือเชลซีที่นำหน้าพวกเขากว่า 8 แต้ม

ความด่างพร้อยของฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลกใครว่าจะไม่การโกงกัน หากจะเรียกว่าโกงก็อาจจะแรงไป แต่ฟุตบอลโลก 2002

นั้นถือว่าเป็นฟุตบอลโลกที่มีการจัดการแข่งขันที่ทำให้เกิดการด่างพร้อยที่สุดของฟีฟ่า เพราะฟุตบอลโลกครั้งนี้มีสองชาติในทวีปเอเชียที่ร่วมกันจัดการแข่งขันระหว่างทีมชาติญี่ปุ่นและทีมชาติเกาหลีใต้ แต่ชาติที่ทำงามหน้าให้กับฟีฟ่าต้องอายก็คือ ทีมชาติเกาหลีใต้ นี่สิ

โดยทีมชาติเกาหลีใต้เจ้าภาพ ผ่านรอบแรกมาได้ด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่ม ซึ่งต้องมาโคจรยอดทีมจากอิตาลี ที่ยุคนั้นมีนักเตะเก่งๆ อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น ต๊อดติ , คันนาวาโร่, บุฟฟ่อน หรือ เดลปิเอโร่ ซี่งไล่รายชื่อมาแล้วนั้นต้องบอกว่าสุดยอดเอามากๆ แต่

ดราม่าก็บังเกิดขึ้นเมื่อการแข่งขันนัดนี้ มีอะไรหลายๆอย่างที่สร้างความน่าอายให้กับวงการฟุตบอลโลก คนแรกที่หลายคนต้องทำความรู้จักกันก่อนก็คือ ผู้ตัดสินชาวเอกวาดอร์ ที่มีนามว่า ไบรอน เอกาโน่ เพราะตลอดทั้งเกมที่ผ่านสายตาแฟนบอลทั่วโลกที่นักเตะอิตาลี

โดนเตะล้มลุกคลุกคลาน จากทีมฝั่งของทีมเกาหลีใต้ แต่นักเตะแดนโสมไม่เคยโดนเรียกฟาวล์ เลยทั้งๆที่บางจังหวะยังไงก็ต้องฟาลว์ แต่แล้วผู้ตัดสินเหมือนทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น เกมในวันนั้น มีทั้งจังหวะเตะ ศอก และก้านคอ จังหวะ ห้าสิบห้าสิบ มีแผลแตกถึงกับเลือดอาบหน้า

ยิ่งทำให้นักเตะเกาหลียิ่งได้ใจ โดยเกมวันนั้นกับเป็นทีมอิตาลี ที่โดนใบเหลืองไปถึงสี่ใบ และทีมเกาหลีใต้โดนไปแค่สองใบ เมื่อครบเก้าสิบนาที ต้องต่อเวลาด้วยกฎโกลเด้นโกล และเมื่อเวลาเดินทางมาถึง นาทีที่ 103 เมื่อจังหวะที่ ต๊อดติ เลี้ยงบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ และโดนนักเตะเกาหลีใต้ เตะล้มลงในเขตโทษ เสียงนกหวีดดังขึ้นทันที

ซึ่งคนทั้งโลกเข้าใจว่านี่คือจุดโทษ แต่กลับกลายเป็นว่าอิตาลีฟาลว์ ข้อหา ต๊อดติ พุ่งล้มและเท่านั้นยังไม่พอ กรรมการควักใบเหลืองใบที่สอง ไล่ต๊อดติ ออกจากสนามทำให้ทีมอิตาลีเหลืออยู่แค่ 10 คน และยังไม่หนำใจ มีจังหวะที่อิตาลียิงประตูได้ แต่กลับถูกเป่าว่าล้ำหน้า จนกระทั่งนาทีที่ 117 ฮวานจุงวาน ยิงประตูเข้าไป ทำให้อิตาลีตกรอบไปในที่สุด

ซึ่งหลังจากจบเกมกลายเป็นดร่าม่าขึ้นมาทันที เมื่อหลังจากจบฟุตบอลโลก อิตาลี ประกาศยกเลิก เวิรต์เพอร์มิต นักเตะเกาหลีทันที ซึ่งทำให้ ฮวานจุงวาน ที่ยิงประตูชัยในวันนั้น และเล่นอยู่กับเปรูจา ที่อิตาลี ต้องโดนเนรเทศออกนอกประเทศทันที ส่วนไอ้กรรมการตัวดี ไบรอน เอกาโน่ ก็โดนขึ้นบัญชีห้ามเข้าประเทศอิตาลีทันที และนี่คือความด่างพร้อยของฟุตบอลโลกในครั้งนี้

กีฬา-นูโน่เผย VAR ทำให้นักเตะเฮไม่สุด

 

นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้กุนซือของวูลฟ์ หล่นความเห็นว่า VAR ทำให้นักฟุตบอลต้องลังเลในการฉลองชัยว่าจะเป็นประตูหรือไม่ และทำให้เกมการเล่นของนักฟุตบอลคล้ายกับหุ่นยนต์ หลังจากที่วิลลี่ โบลี่ยิงประตูได้แต่ว่าไม่ถูกตัดสินให้เป็นประตูในเกมที่เสมอเลสเตอร์ 0-0

ลูกโหม่งของกองหลังชาวฝรั่งเศส ถูกปฏิเสธเพราะว่าส้นเท้าของเปโดร เนโต้เพื่อนร่วมทีมล้ำหน้า นูโน่เปิดเผยว่าลองดูสิ VAR ทำให้การฉลองประตูของนักเตะดูกร่อยลงไปเยอะเลยทีเดียว ซึ่งทีมหมาป่าถูกปฏิเสธหลังจากที่ส่งลูกบอลเข้าประตูไปแล้วกว่า 4 ครั้ง 

รวมถึง VAR ในเกมที่พวกเขาเสมอเลสเตอร์แบบไร้สกอร์ 0-0 หลังจากที่ลีอันเดร เดน ดองเคอร์ของวูลฟ์ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายก่อนหน้านี้ VAR ก็ไม่ให้เป็นประตูเช่นกัน 

นับว่าทีม หมาป่า วูลฟ์ เป็นทีมที่โชคร้ายมาก เป็นค่ำคืนวันศุกร์ที่โหดร้ายของแฟนบอลอย่างแท้จริง อารมณ์เหมือนกับว่าคุณถูกปล้นชัยชนะ ผมเข้าใจว่ากฎต้องเป็นกฎแต่ว่า จังหวะนั้นมันชัดเจนแล้วหรือ ผมรู้สึกหัวเสียอย่างามาก แต่ถึงอย่างไรก็ตามทีมเราก็ต้องพยายามเล่นให้ดีที่สุด เล่นเต็มที่ทุกจังหวะแม้ไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นประตูหรือไม่ก็ตาม

นักเตะเกิดความงุนงงกับการตัดสิน ผมมองว่าทีมเราโชคร้ายทีมเราควรได้รับอะไรที่มันมากกว่านี้ 

ครั้งแรกของฤดูกาลที่ทีมได้รับผลกระทบจาก วิดิโอช่วยตัดสิน VAR คือเกมที่พวกเขาเสมอไบรท์ตัน 2-2 เกมเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม

ด้านความเห็นของคอเนอร์ โคดี้ กัปตันทีมวูลฟ์บอกว่าการตัดสินด้วย VAR มันไม่เวิร์กหรอกและมันทำให้เกิดความสับสนมาก

โคดี้กล่าวว่า ใครล้ำหน้าหรอ โยต้าหรือเปล่า มันเป็นจากจังหวะเตะมุมนะ เกมที่พบเลสเตอร์เราน่าจะชนะ ผมไม่เข้าใจเรื่องการตัดสินใจของกรรมการเลย

หลายฝ่ายออกมาค้านเรื่องการตัดสินด้วย VAR ทำให้ฟุตบอลเสียอรรถรสเกินไป ซึ่งการล้ำหน้าแม้เพียงแค่เสี้ยวมิลลิเมตรเดียวก็ถือว่าเป็นการล้ำหน้า กฎการเทคโนโลยีใหม่ตามแบบฉบับของพรีเมียร์ลีก อังกฤษถึงแม้ว่าจะมาช้าแต่ก็จัดว่าทำตามมาตรฐานเป๊ะๆ ยิ่งกว่าลีกชั้นนำอื่นๆ 

แต่เชื่อว่าไปอีกสักระยะหนึ่งหลายฝ่ายจะยอมรับกันเอง เพราะว่าการตัดสินด้วยวิธีนี้มีทั้งทีมที่ได้รับผลประโยชน์และทีมที่เสียประโยชน์ แต่หากว่าทีมไหนเสียประโยชน์จากการตัดสินมาโดยตลอดก็คงมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมแน่ๆ

และสำหรับบอลไทยลีก เราก็มีมาตรฐานการตัดสินโดยนำ VAR เข้ามาช่วยตัดสิน ซึ่งเรื่องนี้จะทำให้การโต้เถียงจากสโมสรฟุตบอลมีน้อยลง และทีมต่างๆ ต้องยอมรับคำตัดสินด้วย