สาวสองอ้างถูกตบเพราะญาติกลัวเธอนำเชื้อโควิด-19 ไปแพร่ให้กับคนในบ้าน

มีการแชร์รูปภาพของสาวประเภทสองคนหนึ่งระบุข้อความว่าตัวเองถูกทำร้ายจากญาติเพราะไม่ต้องการให้ตนเองเข้าไปอยู่ในบ้านเนื่องจากว่ากลัวว่าเธอจะนำเชื้อไวรัสโควิด-19เข้าไปแพร่ให้กับคนในบ้าน  เหตุการณ์ในครั้งนี้เธอมีการระบุเรื่องราวเอาไว้ว่าเธอเป็นคนจังหวัดฉะเชิงเทรามีอาชีพเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร

ต่อมาเมื่อมีการสั่งห้ามร้านอาหารเปิดทำการเธอจึงไม่มีอาชีพจึงได้มาอาศัยอยู่กับยายซึ่งพอเธออยู่บ้านได้สักพักนึงเธอรู้สึกว่าไม่ได้ทำงานเธอไม่มีเงินที่จะเอามาเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่ากิน   หรือค่าโทรศัพท์มือถือที่ต้องจ่ายทุกเดือนเธอจึงได้ออกจากบ้านเพื่อไปหางานทำทักษะภาษาอยู่กับเพื่อนที่อำเภอแปดริ้วที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

โดยเธอทำอาชีพขาย อาหาร และขายเจลแฮลกอฮอล์ ซึ่งพอที่จะได้เงินมาใช้งานบ้างนิดหน่อย หลังจากที่เธอมีเงินใช้แล้วเธอก็กลับไปหาย่าเพื่อจะนำเงินไปให้ญาติใช้แต่เมื่อญาติของเธอรู้เรื่องว่าเธอเดินทางกลับมาที่บ้านก็พากันมาทำร้ายเธอจนเธอบาดเจ็บ 

โดยระบุว่าญาติรุมทำร้ายเธอและไม่ยอมให้เธอเข้าบ้านเพราะว่าญาติของเธอกลัวว่าเธอจะนำเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนในภายในบ้าน แล้วทุกคนไม่ยอมให้เธออาศัยอยู่ในบ้านอีกต่อไป เธอจึงได้นำเรื่องราวมาโพสต์ลง Facebook พร้อมถ่ายภาพที่เธอได้ถูกทำร้ายซึ่งเมื่อนักข่าวได้มีการสอบถามไปยังญาติที่เป็นคนทำร้ายสาวประเภทสองคนดังกล่าวทางด้านเอง

ก็ได้ให้ข้อมูลกับนักข่าวว่า  มีการลงมือทำร้ายหญิงสาวคนดังกล่าวจริงแต่ไม่ใช่สาเหตุว่ามาจากการที่ทั้งญาติรังเกียจว่าเธอจะนำเชื้อไวรัสมาแพร่ระบาดให้กับคนภายในบ้าน แต่หลายคนในบ้านไม่พอใจ  เพราะว่าเธอมีการตีโพสต์ข้อความต่อว่าญาติของเธอว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของยาเสพติดทำให้คนที่ถูกต่อว่าเกิดความไม่พอใจ

เมื่อเห็นเธอกลับมาที่บ้านจึงได้เข้ามาต่อว่าพร้อมกับทำร้ายเธอ ซึ่งคนทีตบคือ นาย ณรงค์ศักดิ์ โดยเขายืนยันว่าเขาต้องการตบหญิงสาวจริง และยังเคยเตือนหญิงสาวได้ว่าออกไปข้างนอกแล้วก็ควรจะระมัดระวังตัวให้ดีเกี่ยวกับการติดเชื้อโควิด-19แล้วมีคนกลับมาบ้านจนกว่าเชื้อจะหมดหญิงสาวก็รับปากแต่ตัวเองก็ไม่ได้ว่าอะไรหากหลานจะกลับมาบ้านเอง

แต่รู้สึกไม่พอใจที่มีคนเอา Facebook ของหญิงสาวมาให้ดูว่ามีการโพสต์ต่อว่าครอบครัวของตนเองว่าร่ำรวยมาจากการขายยาเสพติด ตนเองจึงได้ตบปากสั่งสอนไป 1 ทียังไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้นส่วนเรื่องอื่นๆที่หญิงสาวโพสต์ว่าถูกทำร้ายร่างกายมากขนาดนั้นไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน