กีฬาโอลิมปิก

สุดแสนจะเลวร้าย หลังมีการนำสนามโอลิมปิก เมื่อครั้งซาราเยโวเกมส์ 1984 มาทำเป็นลานประหาร

   เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกีฬาโอลิมปิกที่มักจะมีการจัดประจำกันต่อเนื่องซึ่งจะมีการหมุนเวียนไปตามแต่ละประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งข่าววันนี้จะมีการย้อนไปในช่วงโอลิมปิกในปี 1984 ซึ่งเป็นโอลิมปิกที่จัดขึ้นในฤดูหนาวของประเทศยูโกสลาเวีย  โดยประเทศเจ้าภาพนี้ได้เลือกเมืองซาราเยโว เป็นเมืองที่สำหรับจัดงานกีฬาโอลิมปิก มีการจัดตกแต่งสถานที่เอาไว้อย่างสวยงามซึ่งก็เหมือนกับทุกประเทศที่เคยเป็นเจ้าภาพรวมถึงประเทศไทยด้วย

เหตุการณ์ที่สนามกีฬาดังกล่าวได้นำมาจัดเป็นสถานที่จัดงานโอลิมปิกนั้น เมื่อเวลาผ่านไป 36 ปี ตอนนี้สนามกีฬาดังกล่าวก็เหลือเพียงเป็นแค่ซากปรักหักพักเพียงเท่านั้น ไม่มีใครที่จะนำสนามดังกล่าวมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นอีก จึงได้กลายเป็นสนามร้างที่ไม่ค่อยมีใครกล้าที่จะเดินผ่านเข้าไปใกล้อีกเลย และเพราะด้วยเหตุนี้ทางสื่อหนังสือพิมพ์ชื่อดังอย่างเดอะซัน

จึงได้ทำการข้อมูลออกมาเพื่อนำมาตีแพร่ให้คนทั่วไปรู้กันว่าสนามกีฬาส่วนใหญ่ที่เมื่อสิ้นสุดการจัดงานกีฬาโอลิมปิกแล้ว แต่ละประเทศเขาเอาสนามกีฬาเหล่านั้นมาทำอะไรกันบ้าง และเมื่อมาหาข้อมูลขอประเทศยูโกสลาเวียแล้วก็พบว่า สนามกีฬาของที่นี่ไม่มีใคนสนใจใยดีมานานมากแล้ว เหลือเพียงซากความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากสงครามในช่วงปี ค.ศ. 1992-1995 เท่านั้น

และที่สำคัญซากปรักหักพังเหล่านั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีหน่วยงานไหนพร้อมที่จะเข้ามาบูรณะซ่อมแซมอีกเลย แต่ที่เป็นข่าวและสร้างความสะเทือนใจสุดแสนที่เลวร้ายเป็นอย่างมากนั่นก็เพราะว่า สถานที่ที่เราเคยเห็นความงามในช่วงที่มีการแข่งขันกีฬากันนั้น ถูกนำมาเป็นสถานที่เอาไว้ประหารคน เหมือนกับเป็นเกมฆ่าคนกลางลานประหาร  ห้องพักนักกีฬาถูกนำมาเป็นห้องขังของนักโทษแทน และตรงจุดที่เป็นแท่นรับเหรียญรางวัลกลับถูกนำมาเป็นจุดตัดคอนักโทษ

สำหรับการทำสงครามที่เกิดขึ้นที่บอสเนีย เป็นสงครามระหว่างศาสนาระหว่างศาสนาคริสต์ละศาสนาอิสลาม ซึ่งภายหลังก็ได้มีการเจรจาสงบศึกกันและมีการทำสนธิสัญญาร่วมกันเรียกว่า สนธิสัญญาเดย์ตัน แลถึงแม้สงครามจะมีการจบสิ้นไปแล้ว

แต่หากใครที่ได้มาพบเห็นสถานที่อันทรงเกียรติของนักกีฬาถูกนำมาเป็นสถานที่ในการฆ่าฟันคนก็คงรู้สึกเศร้าและเสียใจไม่ต่างกัน ดังนั้นทีนี่ผู้คนจึงไม่มีใครที่จะกล้าเข้ามากล้ำกลายเพราะประวัติที่ผ่านมาไม่ค่อยน่าประทับใจที่ควรจะกลับมาเยี่ยมชมสักเท่าไหร่ ดังนั้นที่นี่จึงเหลือเพียงแค่ซากความเสียหายที่กาลเวลากำลังจะทำลายทุกอย่างลงไปไม่มีเหลือให้แม้เศษซากที่น่าจดจำ