ผัวชาวมอญหลอนยา ใช้มีฟันเมียที่กำลังท้อง เสียชีวิต ทิ้งลูกน้อยอีก 2 คนให้กลายเป็นกำพร้า

             เมื่อวันที่ 14 เดือนมีนาคมพ.ศ 2554  ที่อำเภอสังขละบุรีจังหวัดกาญจนบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าตรงบริเวณพื้นที่วัดบ้านใหม่พัฒนามีชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นชุมชนคนมอญอาศัยอยู่ได้มีเหตุการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นและมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ 1 คน

        โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุแล้วได้มีการประสานงานไปที่โรงพยาบาลสังขละบุรีและประสานงานไปยังหน่วยกู้ภัยพากันเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันทีซึ่งเมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุนั้นพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาวอายุ 25 ปีซึ่งในขณะนั้นหญิงสาวกำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนนอนเสียชีวิตอยู่ตรงบริเวณกลางหมู่บ้าน

         โดยหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นชื่อว่านางตันเตาเป็นหญิงสาวชาวพม่าเชื้อสายมอญ  ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นชาวบ้านให้ข้อมูลว่าเป็นสามีของนางตันเปาว์เป็นคนมอญเช่นเดียวกันหลังจากก่อเหตุฆ่าภรรยาของตนเองแล้วก็ได้หลบหนีไปในอุทยานแห่งชาติซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้านนั่นเอง

         สำหรับผู้เห็นเหตุการณ์คนแรกในครั้งนี้เป็นเพื่อนของ นางตันเตา เธอได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในขณะที่เธอกำลังเดินออกมาเล่นที่บริเวณหน้าบ้านของเธอนั้นเธอได้ยินเสียงของผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือและเมื่อหันมองไปก็เห็นว่านางตันเตากำลังวิ่งหนีสามีของตนเอง

             โดยมีสามีของนางตันเตานั้นวิ่งไล่ตามมาภายในมือก็ถือมีดมาด้วยเล่มหนึ่ง เธอได้พยายามตะโกน ร้องห้ามผู้ก่อเหตุไม่ให้ทำร้ายนางตันเตา  แต่คาดว่าผู้ก่อเหตุนั้นน่าจะเมายาบ้าอยู่ไม่ยอมฟังอะไรเลยเธอจึงได้มีการตะโกนเรียกเพื่อนบ้านให้ออกมาช่วยกันห้ามซึ่งในจังหวะนั้นเอง นางตันเตา ได้ล้มลงตรงบริเวณหน้าบ้านของเธอพอดี

          ซึ่งตรงจุดนั้นมีลูกของนางตันเตา 2 คนกำลัง นั่งเล่นกันอยู่ โดยลูกของคนตายนั้น อายุเพียงแค่ 7 ขวบกับ 3 ขวบเท่านั้น เด็กน้อยทั้งสองคนนั้นได้เห็นเหตุการณ์ในขณะที่พ่อของเขานั้นใช้อาวุธมีดแทงไปที่ลำคอและบริเวณท้องของแม่ของพวกเขาด้วยซึ่งเด็กทั้งสองคนต่างก็พากันร้องไห้ด้วยความกลัวดังนั้นเธอจึงได้มีการนำ เด็กทั้งสองคนรถเข้าไปในบ้านเพื่อไม่ให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

            หลังจากที่คนร้ายได้ก่อเหตุแทงผู้เสียชีวิตไปประมาณ 3 ครั้งชาวบ้านก็พยายามช่วยกันจับตัวแต่ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดป้องกันทำให้ชาวบ้านไม่สามารถจับกุมตัวได้หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุก็วิ่งไปฝั่งตรงข้ามโดยวิ่งข้ามแม่น้ำและหายไปในป่านั่นเองอย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วจึงได้มีการรวมกำลังกันออกตามหาในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมจนในที่สุดก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ 

 

สนับสนุนโดย.     gclub ฝากขั้นต่ำ 20

หญิงชราวัย 81 ปีได้รับหมายศาล ฟ้องเรียกคืนเงินเบี้ยชรา

         ที่จังหวัดบุรีรัมย์  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีหญิงชราวัย 81 ปีคนหนึ่ง  ได้รับหมายศาลส่งไปที่บ้านเกี่ยวกับเรื่องของการฟ้องร้องเอาเงินเบี้ยคนชราคืน  โดยหมายศาลดังกล่าวนั้นถูกฟ้องร้องมาจาก อบต. เสม็ด  และยอดเงินที่มีการเรียกคืนนั้นเป็นจำนวนสูงถึง 80,600 บาทเลยทีเดียว 

         หลังจากนักข่าวได้รับการร้องเรียนจึงมีการตรวจสอบเอกสารซึ่งเป็นหมายศาลที่หญิงชราวัย 81 ปีได้รับก็พบว่ามีหมายศาลมาเรียกเก็บยอดดังกล่าวจริงซึ่งหญิงชราวัย 81 ปีกล่าวว่า ตนเองนั้นอายุมากแล้วและไม่ได้มีเงินเก็บมากพอที่จะนำยอดที่มีการเรียกคืนเบี้ยชราทั้งหมดไปคืนให้ได้ที่สำคัญตอนนี้ก็ไม่มีแรงที่จะเดินทางไปถึงที่ศาลแล้ว  

        เบื้องต้นเอกสารดังกล่าวนั้นหญิงชราวัย 81 ปีได้นำไปให้ผู้ใหญ่บ้านทำการตรวจสอบให้ซึ่งทางด้านผู้ใหญ่บ้านนั้นได้มีการติดต่อไปที่ อบต. เสม็ด  ซึ่งเป็น อบต. ที่มีการส่งเรื่องไปขออำนาจศาลขอคืนเบี้ยคนชรานั่นเอง  แต่ทางเจ้าหน้าที่ อบต. เสม็ด แจ้งว่าเงินดังกล่าวนั้นมีการส่งเรื่องไปถึงศาลแล้ว  ทำให้ในตอนนี้ทางด้านนายกอบตเองก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้แล้ว 

         ทั้งนี้หญิงชราและคนในครอบครัวต่างก็พาตกไปกันเป็นอย่างมากเพราะไม่รู้ว่าจะนำเงินดังกล่าวนั้นมาจากไหน ไปใช้คืนอีกครั้งเท่าที่ทราบมานั้นก่อนหน้านี้ที่ทางรัฐบาลได้มีการประกาศเรื่องของเวรคืนเงินเบี้ยเลี้ยงคนชราที่มีการได้รับซ้ำซ้อน   ว่านายกรัฐมนตรีได้มีการประกาศให้หยุดการทำเรื่องเรียกเก็บเงินคืนเบี้ยเลี้ยงคนชราซ้ำซ้อนเอาไว้แล้วตั้งแต่ก่อนเดือนกุมภาพันธ์แต่ทำไมถึงยังมีการเรียกเก็บยอดดังกล่าวอยู่ซึ่งทางด้านครอบครัวของหญิงชราอยากจะให้นักข่าวช่วยทำการตรวจสอบเรื่องนี้ให้ด้วย

        สำหรับ เบี้ยเลี้ยงคนชราที่ถูกเรียกเก็บคืนนั้น  ทางด้าน อบต. เสม็ดได้มีการให้เหตุผลว่าหญิงชราคนดังกล่าวนั้นได้รับเงินสวัสดิการจากรัฐอยู่แล้วเป็นเงินสวัสดิการการเสียชีวิตของลูกชายซึ่งในขณะนั้นเคยเป็นตำรวจอาสาสมัครดินแดนและเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่จึงได้รับเงินสวัสดิการส่วนนี้เลยมา

         ซึ่งปัจจุบันนั้นได้รับเดือนละ 10,000 บาทแล้วดังนั้นหากมีการได้รับเงินสวัสดิการคนชราอีกก็จะเป็นการได้รับเงินซ้ำซ้อนซึ่งเมื่อมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีซ้ำซ้อนมากี่เดือนก็จะมีการเรียกเก็บคืนทั้งหมดจึงทำให้ยอดที่มีการเรียกเก็บคืนสูงเกือบแสนบาทนั่นเอง 

            อย่างไรก็ตามเราคงต้องมาดูว่าเรื่องนี้จะสามารถแก้ไขอย่างไรได้บ้างเพราะไม่ใช่เพียงแค่หญิงชราวัย 81 ปีคนนี้เท่านั้นที่กำลังมีปัญหาเรื่องของการถูกเรียกเก็บเบี้ยคนชราคืน เพราะในปัจจุบันนี้มีคนชราอีกหลายคนที่กำลังเดือดร้อนจากการที่ได้รับเอกสารขอให้คืนเงินเบี้ยคนชรา 

 

สนับสนุนโดย.   gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20