สาวสวย ตายปริศนา ศพแขวนคอติดกับเก้าอี้

เมื่อวันที่ 22 เดือนเมษายน  ปีพศ. 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจสุราษฎร์ธานีได้รับแจ้งเหตุในช่วงเวลาประมาณ 9:30 ว่ามีคนพบศพหญิงสาวรายหนึ่งเสียชีวิตภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งในตำบลบ้านส้อง   อำเภอเวียงสระ    โดยหญิงสาวรายดังกล่าวนั้นชื่อว่านางสาว   อรอุมา   อายุ 35 ปี

        สำหรับผู้ที่พบศพของนางสาวอรอุมาคนแรกนั้นเป็นพื้นที่ทำงานของเธอเนื่องจากว่าในช่วงเช้าไม่สามารถติดต่อนางสาวอรอุมาได้เพื่อนร่วมงานจึงได้เดินทางมายังห้องพักเพิ่มมาหานางสาวอรอุมาและเมื่อมาถึงห้องพักแล้วกดว่าเห็นห้องมีการเปิดประตูแง้มเอาไว้และเมื่อเปิดเข้าไปก็พบศพของนางสาวอรอุมาในลักษณะของการผูกคอด้วยผ้าขนหนูติดกับเก้าอี้  เพื่อนของนางสาวอรอุมาจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มายังจุดเกิดเหตุนั้นเอง

        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพบร่องรอยการเสียชีวิตซึ่งมีลักษณะของการฆ่าตัวตายแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ฟันธงว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือการฆาตกรรมเนื่องจากว่าลักษณะของการฆ่าตัวตายด้วยการผูกติดกับเก้าอี้นั้น

เป็นการฆ่าตัวตายที่ค่อนข้างแปลกเพราะคนส่วนใหญ่แล้วจะผูกติดกับประตูหน้าต่างหรือไม่ก็ตามคือบ้านและร่องรอยตามร่างกายของผู้เสียชีวิตยังมีการเขียวช้ำตามเนื้อตามตัวอีกด้วยดังนั้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องมีการตรวจสอบจุดเกิดเหตุซึ่งเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้พบเพียงหน้าต่างห้องกระจกทุบแตกละเอียด

        อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าสอบถามเพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตซึ่งมีหญิงสาวคนหนึ่งให้ข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตนั้นได้มาเช่าห้องที่นี่อยู่เป็นระยะเวลานานถึง 4 ปีแล้วและผู้เสียชีวิตนั้นเป็นคนที่อัธยาศัยดียิ้มแย้มแจ่มใสเป็นคนร่าเริงซึ่งทางด้านหญิงสาวที่ให้ข้อมูลระบุว่าผู้เสียชีวิตนั้นมักจะมีผู้ชายมาหาที่ห้องเป็นประจำโดยจะมีแวะเวียนมาหาอยู่ด้วยกันประมาณ 3 คน 

       นอกจากนี้หญิงสาวคนดังกล่าวยังระบุอีกด้วยว่าในคืนเกิดเหตุนั้นช่วงประมาณเที่ยงคืนครึ่งเธอได้ยินเสียงฝีเท้าคล้ายกับฝีเท้าผู้ชายเนื่องจากว่าน้ำหนักเท้าค่อนข้างเดินทิ้งน้ำหนักเยอะมากเพราะที่ห้องของผู้เสียชีวิตโดยมีการเคาะประตูห้อง

และมีการเคาะตรงกระจกหน้าต่างซึ่งเธอยังได้ยินเสียงกระจกหน้าต่างแตกอีกด้วยหลังจากนั้นเธอได้ยินเสียงเหมือนกับผู้เสียชีวิตมาเปิดประตูให้และทั้งคู่ก็พากันเดินเข้าไปในห้องหลังจากนั้นผ่านไปประมาณซัก 15 นาทีผู้ชายก็เดินออกจากห้องและกลับออกไป

        ซึ่งระหว่างที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันในห้องนั้นเธอไม่ได้ยินเสียงทะเลาะกันและไม่ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือแต่อย่างใดและเมื่อตื่นเช้ามาเธอไม่ได้สนใจอะไรจนในช่วงสายๆเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาหาแล้วมาพบผู้เสียชีวิตกลายเป็นศพนั่นเองซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวมีความเชื่อมั่นว่านางสาวอรอุมาไม่ได้ฆ่าตัวตายเองแต่ถูกฆาตกรรมอย่างแน่นอน          

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    เวปยูฟ่าเบท

ชายวัย 58 ปี ขอหญิงม่ายแต่งงานแต่ถูกปฎิเสธ แต่กลับให้ลูกสาววัย 19 แต่งงานแทน

           เมื่อวันที่ 10 เดือนเมษายน  ปี พ.ศ 2564   มีการรายงานข่าวออกมาจากสำนักข่าวของประเทศอินโดนีเซียระบุเรื่องที่ฮือฮาในโลกสังคมออนไลน์ของประเทศอินโดนีเซียกันอยู่ในขณะนี้ว่าได้มีรูปถ่ายของชายอินโดนีเซียคนหนึ่งซึ่งเขานั้นมีอายุถึง 58 ปีแล้วโดยรูปถ่ายของเขานั้นได้มีการถ่ายขณะที่เขากำลังจัดงานแต่งงานซึ่งเจ้าสาวในรูปถ่ายของเขานั้นเป็นหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งและระบุว่ามีอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น

       สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้มีการรายงานออกมาจากผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งครอบครัวนี้ได้อาศัยอยู่ด้วยหมู่บ้านดังกล่าวนั้นชื่อว่าหมู่บ้านบานาโดยหมู่บ้านนี้อยู่ที่จังหวัดสุราเวซีใต้    ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของบอนโตกานิ   ของประเทศอินโดนีเซียโดยทางผู้ใหญ่บ้านยืนยันว่าการจัดงานในครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นการยินยอมพร้อมใจของทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวเองและฝ่ายเจ้าสาวซึ่งทั้งคู่นั้นแต่งงานด้วยพื้นฐานของความรักและคนในครอบครัวของทั้งสองฝ่ายนั้นก็รู้เห็นและส่งเสริมการแต่งงานในครั้งนี้

     โดยการแต่งงานในครั้งนี้นั้นแต่เดิมทีนั้นทางด้านเจ้าบ่าววัย 58 ปีนั้นมีความต้องการที่จะแต่งงานกับแม่ของเจ้าสาว ซึ่งเป็นหญิงแม่ม่าย โดยเธอมีลูกด้วยกันทั้งหมด 4 คน  และเจ้าสาววัย 19 ปีนี้เป็นลูกสาวคนโตซึ่งตอนที่เจ้าบ่าววัย 58 ปีมาขอแม่ของเจ้าสาวแต่งงานนั้นปรากฏว่าแม่ของเจ้าสาวปฏิเสธการจัดงานแต่งงานและได้มีการแนะนำให้เจ้าบ่าวได้รู้จักกับลูกสาวคนโตหลังจากนั้นคนทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

       สำหรับเจ้าบ่าวนั้นยังไม่เคยผ่านพิธีการแต่งงานมาก่อนเป็นชายโสดซึ่งเจ้าบ่าวได้มีการนำเงินค่าสินสอดที่คิดเป็นเงินไทยประมาณ 21,000 บาทและยังมีที่ดินอีกประมาณ 7 ไร่มาเป็นค่าสินสอดในการขอเจ้าสาวแต่งงานในครั้งนี้ 

     สำหรับเหตุการณ์แต่งงานที่มีความแตกต่างของอายุระหว่างเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวนั้นมีให้เห็นอยู่เกือบทุกประเทศเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับครอบครัวที่มีฐานะยากจนมักจะให้ลูกสาวของตนเองนั้นแต่งงานกับคนสูงอายุซึ่งแน่นอนว่าจากการมองของคนภายนอกนั้นต่างก็มองเห็นแล้วว่าการแต่งงานต่างวัยกันมากนั้น

       แน่นอนว่าไม่ใช่เกิดจากความรักแต่เกิดจากปัญหาด้านการเงินซึ่งถึงแม้ว่าครอบครัวชาวอินโดนีเซียรายนี้จะออกมายืนยันว่าเกิดจากความรักแต่คนในสังคมต่างก็มองออกว่าน่าจะเกิดจากปัญหาเรื่องของปัญหาการเงินจึงทำให้เด็กสาวอายุเพียงแค่ 19 ปีตัดสินใจที่จะแต่งงานกับชายแก่คราวปู่  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย     คาสิโนออนไลน์ เติมเงินขั้นต่ำ 100 เดียว

ผัวชาวมอญหลอนยา ใช้มีฟันเมียที่กำลังท้อง เสียชีวิต ทิ้งลูกน้อยอีก 2 คนให้กลายเป็นกำพร้า

             เมื่อวันที่ 14 เดือนมีนาคมพ.ศ 2554  ที่อำเภอสังขละบุรีจังหวัดกาญจนบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าตรงบริเวณพื้นที่วัดบ้านใหม่พัฒนามีชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นชุมชนคนมอญอาศัยอยู่ได้มีเหตุการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นและมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ 1 คน

        โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุแล้วได้มีการประสานงานไปที่โรงพยาบาลสังขละบุรีและประสานงานไปยังหน่วยกู้ภัยพากันเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันทีซึ่งเมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุนั้นพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาวอายุ 25 ปีซึ่งในขณะนั้นหญิงสาวกำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนนอนเสียชีวิตอยู่ตรงบริเวณกลางหมู่บ้าน

         โดยหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นชื่อว่านางตันเตาเป็นหญิงสาวชาวพม่าเชื้อสายมอญ  ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นชาวบ้านให้ข้อมูลว่าเป็นสามีของนางตันเปาว์เป็นคนมอญเช่นเดียวกันหลังจากก่อเหตุฆ่าภรรยาของตนเองแล้วก็ได้หลบหนีไปในอุทยานแห่งชาติซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้านนั่นเอง

         สำหรับผู้เห็นเหตุการณ์คนแรกในครั้งนี้เป็นเพื่อนของ นางตันเตา เธอได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในขณะที่เธอกำลังเดินออกมาเล่นที่บริเวณหน้าบ้านของเธอนั้นเธอได้ยินเสียงของผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือและเมื่อหันมองไปก็เห็นว่านางตันเตากำลังวิ่งหนีสามีของตนเอง

             โดยมีสามีของนางตันเตานั้นวิ่งไล่ตามมาภายในมือก็ถือมีดมาด้วยเล่มหนึ่ง เธอได้พยายามตะโกน ร้องห้ามผู้ก่อเหตุไม่ให้ทำร้ายนางตันเตา  แต่คาดว่าผู้ก่อเหตุนั้นน่าจะเมายาบ้าอยู่ไม่ยอมฟังอะไรเลยเธอจึงได้มีการตะโกนเรียกเพื่อนบ้านให้ออกมาช่วยกันห้ามซึ่งในจังหวะนั้นเอง นางตันเตา ได้ล้มลงตรงบริเวณหน้าบ้านของเธอพอดี

          ซึ่งตรงจุดนั้นมีลูกของนางตันเตา 2 คนกำลัง นั่งเล่นกันอยู่ โดยลูกของคนตายนั้น อายุเพียงแค่ 7 ขวบกับ 3 ขวบเท่านั้น เด็กน้อยทั้งสองคนนั้นได้เห็นเหตุการณ์ในขณะที่พ่อของเขานั้นใช้อาวุธมีดแทงไปที่ลำคอและบริเวณท้องของแม่ของพวกเขาด้วยซึ่งเด็กทั้งสองคนต่างก็พากันร้องไห้ด้วยความกลัวดังนั้นเธอจึงได้มีการนำ เด็กทั้งสองคนรถเข้าไปในบ้านเพื่อไม่ให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

            หลังจากที่คนร้ายได้ก่อเหตุแทงผู้เสียชีวิตไปประมาณ 3 ครั้งชาวบ้านก็พยายามช่วยกันจับตัวแต่ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดป้องกันทำให้ชาวบ้านไม่สามารถจับกุมตัวได้หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุก็วิ่งไปฝั่งตรงข้ามโดยวิ่งข้ามแม่น้ำและหายไปในป่านั่นเองอย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วจึงได้มีการรวมกำลังกันออกตามหาในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมจนในที่สุดก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ 

 

สนับสนุนโดย.     gclub ฝากขั้นต่ำ 20

หญิงชราวัย 81 ปีได้รับหมายศาล ฟ้องเรียกคืนเงินเบี้ยชรา

         ที่จังหวัดบุรีรัมย์  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีหญิงชราวัย 81 ปีคนหนึ่ง  ได้รับหมายศาลส่งไปที่บ้านเกี่ยวกับเรื่องของการฟ้องร้องเอาเงินเบี้ยคนชราคืน  โดยหมายศาลดังกล่าวนั้นถูกฟ้องร้องมาจาก อบต. เสม็ด  และยอดเงินที่มีการเรียกคืนนั้นเป็นจำนวนสูงถึง 80,600 บาทเลยทีเดียว 

         หลังจากนักข่าวได้รับการร้องเรียนจึงมีการตรวจสอบเอกสารซึ่งเป็นหมายศาลที่หญิงชราวัย 81 ปีได้รับก็พบว่ามีหมายศาลมาเรียกเก็บยอดดังกล่าวจริงซึ่งหญิงชราวัย 81 ปีกล่าวว่า ตนเองนั้นอายุมากแล้วและไม่ได้มีเงินเก็บมากพอที่จะนำยอดที่มีการเรียกคืนเบี้ยชราทั้งหมดไปคืนให้ได้ที่สำคัญตอนนี้ก็ไม่มีแรงที่จะเดินทางไปถึงที่ศาลแล้ว  

        เบื้องต้นเอกสารดังกล่าวนั้นหญิงชราวัย 81 ปีได้นำไปให้ผู้ใหญ่บ้านทำการตรวจสอบให้ซึ่งทางด้านผู้ใหญ่บ้านนั้นได้มีการติดต่อไปที่ อบต. เสม็ด  ซึ่งเป็น อบต. ที่มีการส่งเรื่องไปขออำนาจศาลขอคืนเบี้ยคนชรานั่นเอง  แต่ทางเจ้าหน้าที่ อบต. เสม็ด แจ้งว่าเงินดังกล่าวนั้นมีการส่งเรื่องไปถึงศาลแล้ว  ทำให้ในตอนนี้ทางด้านนายกอบตเองก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้แล้ว 

         ทั้งนี้หญิงชราและคนในครอบครัวต่างก็พาตกไปกันเป็นอย่างมากเพราะไม่รู้ว่าจะนำเงินดังกล่าวนั้นมาจากไหน ไปใช้คืนอีกครั้งเท่าที่ทราบมานั้นก่อนหน้านี้ที่ทางรัฐบาลได้มีการประกาศเรื่องของเวรคืนเงินเบี้ยเลี้ยงคนชราที่มีการได้รับซ้ำซ้อน   ว่านายกรัฐมนตรีได้มีการประกาศให้หยุดการทำเรื่องเรียกเก็บเงินคืนเบี้ยเลี้ยงคนชราซ้ำซ้อนเอาไว้แล้วตั้งแต่ก่อนเดือนกุมภาพันธ์แต่ทำไมถึงยังมีการเรียกเก็บยอดดังกล่าวอยู่ซึ่งทางด้านครอบครัวของหญิงชราอยากจะให้นักข่าวช่วยทำการตรวจสอบเรื่องนี้ให้ด้วย

        สำหรับ เบี้ยเลี้ยงคนชราที่ถูกเรียกเก็บคืนนั้น  ทางด้าน อบต. เสม็ดได้มีการให้เหตุผลว่าหญิงชราคนดังกล่าวนั้นได้รับเงินสวัสดิการจากรัฐอยู่แล้วเป็นเงินสวัสดิการการเสียชีวิตของลูกชายซึ่งในขณะนั้นเคยเป็นตำรวจอาสาสมัครดินแดนและเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่จึงได้รับเงินสวัสดิการส่วนนี้เลยมา

         ซึ่งปัจจุบันนั้นได้รับเดือนละ 10,000 บาทแล้วดังนั้นหากมีการได้รับเงินสวัสดิการคนชราอีกก็จะเป็นการได้รับเงินซ้ำซ้อนซึ่งเมื่อมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีซ้ำซ้อนมากี่เดือนก็จะมีการเรียกเก็บคืนทั้งหมดจึงทำให้ยอดที่มีการเรียกเก็บคืนสูงเกือบแสนบาทนั่นเอง 

            อย่างไรก็ตามเราคงต้องมาดูว่าเรื่องนี้จะสามารถแก้ไขอย่างไรได้บ้างเพราะไม่ใช่เพียงแค่หญิงชราวัย 81 ปีคนนี้เท่านั้นที่กำลังมีปัญหาเรื่องของการถูกเรียกเก็บเบี้ยคนชราคืน เพราะในปัจจุบันนี้มีคนชราอีกหลายคนที่กำลังเดือดร้อนจากการที่ได้รับเอกสารขอให้คืนเงินเบี้ยคนชรา 

 

สนับสนุนโดย.   gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20