เพื่อนเลว ข่มขืนแม่เพื่อนในวงเหล้าทั้งที่คบกันมานานถึง 10 ปี

สำหรับคำว่าเพื่อนที่คบกันมานานเป็น 10 ปีย่อมจะรู้จักสนิทสนมกันรวมถึงรู้จักและสนิทสนมกับครอบครัวของเพื่อนซึ่งโดยปกติแล้วหากเรามีเพื่อนเราก็จะให้ความเคารพนับถือพ่อแม่และญาติพี่น้องของเพื่อนเปรียบเสมือนกับเป็นพ่อแม่ของเราเอง

แต่คนในสังคมปัจจุบันนี้มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปยิ่งถ้ามีเหล้าเข้าปากจากคนดีๆก็กลายเป็นคนเลวคนนิสัยไม่ดีได้อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดที่กำลังเป็นเรื่องและเป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้เมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งอายุ 37 ปี

ได้ออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับเพื่อนของเขาซึ่งคบหากันมานานถึง 10 ปีโดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครซึ่งชายคนดังกล่าวนั้นได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในคืนวันที่ 1 เดือนสิงหาคมปีพศ2563 เข้าได้ชวนเพื่อนสนิทของเขา

ซึ่งคบกันมานานแล้วมากินเหล้าที่บ้านโดยในวันดังกล่าวนั้นมีตัวเขาเองและมีเพื่อนสนิทของเขารวมถึงมีแม่ของเขาและภรรยาของเพื่อนสนิทเขารวมทั้งหมด 4 คนนั่งกินเหล้าด้วยกันหลังจากนั้นช่วงดึกๆเขาได้ขึ้นไปนอนกับหลานชายอายุ 8 ขวบ

โดยปล่อยแม่และเพื่อนของเขากับภรรยาของเพื่อนนั่งกินเหล้าอยู่ด้วยกัน 3 คนหลังจากนั้นผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมงเขาได้กลับลงมาอีกครั้งหนึ่งพบว่าแม่ของเขานั้นนอนอยู่หน้าห้องน้ำในขณะที่เพื่อนของเขาและภรรยาของเพื่อนไม่ได้อยู่แล้ว

ซึ่งในตอนแรกเขาก็คิดว่าแม่ของเขานั้นอาจจะเมาแล้วไปล้มนอนอยู่หน้าห้องน้ำจึงอุ้มแม่เข้าห้องเพื่อจะให้นอนพักผ่อนแต่ปรากฏว่าตามตัวของแม่นั้นมีเลือดค่อนข้างเยอะหลังจากแม่ได้สติได้เล่าให้เขาฟังว่าถูกเพื่อนชายของเขานั้นข่มขืนและที่สำคัญเป็นการข่มขืนแบบวิปริตเพราะใช้มะเขือยาวล้วงเข้าไปในอวัยวะเพศอีกด้วย

หลังจากข่มขืนเสร็จเพื่อนของเขาก็ได้หนีไปส่วนทางด้านภรรยาของเพื่อนนั้นกลับบ้านไปตั้งแต่ก่อนที่เพื่อนของเขาจะข่มขืนแม่ของเขาแล้วเพราะทะเลาะกันในวงเหล้าและที่เขาไม่ได้ยินเสียงแม่ของเขาร้องขอความช่วยเหลือเพราะเพื่อนของเขานั้นปิดปากแม่ของเขาเอาไว้เขาต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับเพื่อน

คนดังกล่าวมาดำเนินคดีโดยเขารู้สึกเสียใจที่เขานั้นได้ชวนเพื่อนมาบ้านแล้วเพื่อนมาทำร้ายแม่ของเขาสาหัสขนาดนี้ซึ่งตอนนี้เขาได้ส่งแม่ของเขาไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยแพทย์นั้นต้องทำการเย็บอวัยวะเพศเนื่องจากว่ามดลูกฉีกขาด

         จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เห็นว่าสังคมในปัจจุบันเราไม่สามารถที่จะเชื่อหรือวางใจใครได้เลยถึงแม้จะรู้จักกันมาเป็นสิบปีแต่เราอาจจะไม่รู้จักนิสัยที่แท้จริงของเขาก็ได้

 

สนับสนุนโดย    สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

เรียกคนตายไปแล้วไปรายงานตัวการเกณฑ์ทหาร

อายคนทั้งประเทศเมื่อสัสดีจังหวัดชลบุรีเรียกคนตายไปแล้วไปรายงานตัวการเกณฑ์ทหาร 

            โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความออกมาจากหน่วยงานราชการซึ่งเป็นหน่วยงานราชการทหารโดยหนังสือดังกล่าวนั้นออกมาจากทหารกองประจำการของจังหวัดชลบุรีซึ่งเป็นเอกสารประจำปีพศ2563 โดยผู้ที่ออกเอกสารดังกล่าวนั้นประทับตรามาจากสัสดีของอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรีซึ่งในรายละเอียดนั้นเป็นการเรียกชายคนหนึ่งให้ไปแสดงตัวเกี่ยวกับการกินอาหาร

โดยมีการระบุว่าในวันที่มีการเรียกตัวไปแสดงตนนั้นชายคนนี้ไม่ได้มีการติดต่อแสดงตนเพื่อขอเข้ารับการเกณฑ์ทหารดังนั้นจึงออกหมายเรียกมาให้ไปแสดงตัวภายในวันที่ 31 สิงหาคมหากไม่เช่นนั้นแล้วก็จะมีการดำเนินคดีไม่ว่าจะเป็นการสั่งจำคุกหรือแม้แต่การเรียกเก็บค่าปรับแต่อย่างไรก็ตามผู้ที่นำมาโพสต์นั่นก็คือพี่สาวของชายที่ถูกเรียกตัวไป

ทำการแสดงตนโดยเธอได้มีการโพสต์ข้อความผ่านทาง Facebook ของเธอว่าน้องชายของเธอได้รับเอกสารเกี่ยวกับเรื่องของการไปเกณฑ์ทหารจากทางหน่วยงานราชการแต่น้องชายของเธอนั้นตายไปตั้งแต่ปีพศ 2560 แล้วและที่สำคัญข่าวการเสียชีวิตของน้องชายของเธอนะ

โด่งดังทั่วประเทศไทยลงหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อยู่หลายวันและสาเหตุการตายนั้นน้องชายของเธอก็ตายในโรงเรียนเตรียมทหารอีกด้วยดังนั้นเธอจึงฝากถึงเจ้าหน้าที่สัสดีของอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรีให้มีการตรวจสอบเอกสารให้เรียบร้อยก่อนที่จะมีการส่งเอกสารมายังบ้านของประชาชนสำหรับข้อความใน Facebook ของเธอนั้นเธอยังเขียนติดตลกเรียกร้องให้น้องชายของเธอนั้นกลับมาเกณฑ์ทหารอีกครั้งหนึ่ง

               อย่างไรก็ตามเมื่อมีการนำข้อความนี้แชร์ออกไปในโลกออนไลน์ทำให้เห็นได้ว่าการดำเนินการของทางราชการนั้นไม่มีความถูกต้องและไม่มีการตรวจสอบก่อนที่จะมีการเอาเอกสารออกมาจากหน่วยงานเลยเพราะถ้ามีการตรวจสอบก็จะพบว่ารายชื่อของชายคนดังกล่าวนั้นถูกแจ้งเอาไว้ว่าเสียชีวิตไปแล้ว

เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วเรียกได้ว่าการออกหมายเกณฑ์ทหารให้กับคนที่เสียชีวิตแล้วนับเป็นสิ่งที่น่าอับอายเป็นอย่างมากนั่นแสดงให้เห็นถึงว่าเจ้าหน้าที่ราชการไม่มีการตรวจสอบอย่างรัดกุมก่อนที่จะมีการออกเอกสารใดๆเลยและคนที่มีอำนาจการเซ็นอนุมัติให้มีการส่งเอกสารออกจากหน่วยงานราชการก็ไม่ได้มีการตรวจสอบเช่นเดียวกันว่าลูกน้องของตนเองนั้น

ทำถูกต้องหรือไม่เพราะถ้าหากมีการตรวจสอบชนิดก็จะเห็นรายชื่อของคนที่เสียชีวิตรวมถึงจะไม่พบความผิดพลาดที่ทำให้วงการราชการเสียหายอย่างที่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้เลยคงต้องออกมาดูกันว่าท้ายที่สุดแล้วทางด้านศาสนาอำเภอจังหวัดชลบุรีจะออกมาพูดถึงเกี่ยวกับเอกสารนี้ว่าอย่างไรบ้าง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

สาวสุดเจ็บใจวันงานเจ้าบ่าวกลับไม่มา

เจอรักในเฟสบุ๊ก คบสี่เดือนขอแต่งงาน สาวสุดเจ็บใจวันงานเจ้าบ่าวกลับไม่มา

        เป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่พบรักผ่านทางระบบออนไลน์โดยเธอได้พบรักกับชายหนุ่มซึ่งเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของเธอผ่านทาง facebook ถึงขนาดที่ตกลงที่จะแต่งงานกันแต่สุดท้ายฝ่ายชายกับเบี้ยวไม่ยอมมาแต่งงานทำให้เธอนั้นได้รับความอับอาย

       เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาโดยหญิงสาวที่ได้รับความรู้จากว่าที่เจ้าบ่าวของเธอในครั้งนี้นั้นอยู่ที่อำเภอสีคิ้วเธอมีชื่อว่านางสาวสุภาโดยนางสาวศุภานันได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอว่าเธอนั้นได้เล่น Facebook

และได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งผ่านทาง facebook หลังจากนั้นก็มีการติดต่อกันเรื่อยมาจนใช้ระยะเวลาคบหากันประมาณ 4 เดือนฝ่ายชายก็ขอเธอแต่งงานซึ่งแน่นอนว่าเธอมั่นใจในความรักในครั้งนี้มากจึงได้มีการตอบตกลงแต่งงานและนัดที่จะมาแต่งงานกันในวันที่ 29 เดือนมิถุนายนปีพศ2563

นี้โดยในวันงานเธอตื่นตั้งแต่ช่วงเวลา 05:00 น พร้อมกับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอและพากันไปแต่งหน้าทำผมรวมถึงแต่งตัวที่ร้านทำผมแห่งหนึ่งซึ่งเมื่อเสร็จแล้วประมาณ 05:30 น

เจ้าบ่าวของเธอนั้นได้บอกให้เธอกลับมาเที่ยวงานก่อนและเขาจะตามมาทีหลังซึ่งเธอไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าเจ้าบ่าวนั้นอาจจะไปทำธุระหรือต้องไปเตรียมตัวอย่างอื่นแต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิธีที่จะต้องเริ่มตอน 08:00 น กลับไม่พบร่างของเจ้าบ่าวแม้แต่เงามาที่งานเธอจึงได้พยายามโทรติดต่อเจ้าบ่าวของเธอและแน่นอนว่าเจ้าบ่าวของเธอรับสายของเธอแต่เธอได้ยินเพียงแค่คำว่าขอโทษคำเดียวเท่านั้น

และเจ้าบ่าวของเธอก็ตัดสายไปเลยซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ไม่สามารถติดต่อเจ้าบ่าวของเธอได้ทำให้เธอนั้นรู้สึกอับอายและเสียใจเป็นอย่างมากเพราะในงานวันนี้เธอได้มีการลงทุนไปแล้วถึง 70,000 บาทจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกทั้งแขกในงานก็มาเต็มบ้านทำให้เธอนั้นต้องไปทำการแจ้งความเพื่อเอาผิดว่าที่เจ้าบ่าวของเธอคนดังกล่าวนี้

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามหาตัวว่าที่เจ้าบ่าวคนดังกล่าวโดยใช้ชื่อว่านายปิยะพรให้มารับทราบข้อกล่าวหาและให้มาตกลงเจรจากับว่าที่เจ้าสาวว่าจะยังคงต้องการแต่งงานกันอยู่หรือไม่หรือว่าต้องการที่จะเลิกรากันไปนับตั้งแต่นี้และเคลียร์เรื่องของค่าเสียหายกันให้เสร็จสิ้น

ซึ่งเรื่องราวนี้ทางด้านฝ่ายเจ้าสาวเองก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ของใครหลายๆคนเกี่ยวกับเรื่องของการคบคนผ่านทางโลกออนไลน์ว่าอาจจะเจอกับคนที่ไม่จริงใจและต้องมาผิดหวังและอับอายเหมือนที่เคยโดนอยู่ตอนนี้นั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    gclub สูตรบาคาร่า