ตำรวจช่วยเหลือชายเดินเท้าจากกระบี่จะไปบ้านเกิดที่ภูเก็ต

คนไทยไม่ทิ้งกันเงินเดือนเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือชายเดินเท้าจากกระบี่จะไปบ้านเกิดที่ภูเก็ต

             เมื่อวันที่ 4 เดือนพฤษภาคม  พ.ศ. 2563 ทางสมาคมสื่อมวลชนแห่งจังหวัดพังงาได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่จังหวัดกระบี่ว่าพบเห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินอยู่ริมถนนซึ่งมุ่งหน้าเดินทางจากจังหวัดกระบี่จะไปบ้านเกิดที่จังหวัดภูเก็ต

โดยชายคนดังกล่าวนั้นไม่มีเงินติดตัวจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่จังหวัดพังงาช่วยประสานงานดูแลให้ชายคนดังกล่าวสามารถเดินทางไปถึงจังหวัดกระบี่อย่างปลอดภัยซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่จังหวัดพังงาทราบเรื่องก็ได้มีการขับรถตะเวนหาชายคนดังกล่าวตามท้องถนน

โดยเฉพาะแถวบริเวณที่เป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงาในที่สุดก็มาพบชายคนหนึ่งที่กำลังเดินอยู่ริมถนนโดยเขาใส่หน้ากากอนามัยและสวมเสื้อสีเขียวกางเกงยีนส์ขายาวทั้งยังมีการสะพายกระเป๋าเป้ 1 ใบกำลังเดินมุ่งหน้าคาดว่าจะไปทางจังหวัดภูเก็ตทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการเรียกตัว

เพื่อพูดคุยสอบถามจนได้ความว่าชายคนดังกล่าวชื่อว่านายณรงค์ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้มีการทำงานอยู่ที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานีไปหลังจากประสบปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสถานที่ทำงานของเขาปิดกิจการลงพื้นที่ทำงานด้วยกันจึงชักชวนให้เขาไปพักผ่อนอยู่ที่บ้านของเพื่อนก่อน

ซึ่งเขาได้เดินทางไปที่จังหวัดกระบี่ซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 เดือนเมษายนที่ผ่านมาหลังจากนั้นก็กักตัวอยู่ที่บ้านที่จังหวัดกระบี่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ด้วยอาจจะอยู่นานเกินไปทำให้ญาติของเพื่อนไม่พอใจที่เห็นตนไม่เดินทางไปไหนสักทีจึงได้มีการไล่ตนออกจากบ้าน

โดยบอกว่าไม่ให้อาศัยอยู่บ้านนี้แล้วทำให้นายณรงค์เก็บค่าของและเดินทางออกมาจากบ้านพักของเพื่อนที่จังหวัดกระบี่ตั้งแต่ช่วงเวลา 5:00 นหลังจากนั้นก็เดินเท้าด้วยมาเพื่อมุ่งหน้าที่จะกลับจังหวัดบ้านเกิดที่เป็นจังหวัดภูเก็ตแต่เนื่องจากไม่มีเงินติดตัวและไม่มีน้ำกินและข้าวกินจึงทำให้การเดินทางอันล่าช้า

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของจังหวัดพังงาก็ได้มีการนำนายกิตณรงค์มานั่งพักตรงด่านคัดกรองและได้มีการตรวจวัดไข้ซึ่งมีการตรวจอยู่หลายครั้งก็ไม่พบว่ามีการเป็นไข้จึงได้นำน้ำและข้าวมาให้กินหลังจากนั้นเมื่อนายกิตณรงค์พักผ่อนจนหายเหนื่อยแล้วทางเจ้าหน้าที่ของจังหวัดพังงา

จึงได้มีการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พังงา ขับรถพานายกิตณรงค์ไปส่งถึงที่บ้านที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อที่นายกิตณรงค์จะได้เดินทางถึงบ้านอย่างปลอดภัยโดยทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปส่งนายกิตณรงค์ถึงแค่ตรงด่านทางเข้าจังหวัดภูเก็ตเท่านั้นและจะมีการประสานงานให้ทางญาติเดินทางมารับตัวนักเรียน

จะลงที่ตรงด่านทางเข้าจังหวัดภูเก็ตอีกครั้งหนึ่งเพราะตรงบริเวณนั้นจะต้องมีการตรวจทดสอบเกี่ยวกับเรื่องของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าและอาจจะต้องมีการนำตัวไปกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วันก่อนถึงจะสามารถกลับไปที่บ้านพักของตนเองได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub

ดราม่าตู้ปันสุข

ดราม่าตู้ปันสุข เมื่อมี ทาง กอ. รมน. เอาตู้ปันสุขของตัวเองมาตั้งข้างๆตู้ชาวบ้านแล้วติดผลงานของตัวเอง

         เป็นกระแสดราม่าไม่หยุดไม่หย่อนเกี่ยวกับโครงการตู้ปันสุขที่มีการออกมาจากประชาชนที่อยากจะช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนที่มีการขาดข้าวสารอาหารแห้งเพื่อจะใช้ในการประทังชีวิตให้อยู่รอดในแต่ละวันดังนั้นจึงมีหลายคนที่ออกมาตั้งตู้ปันสุข

ซึ่งตู้ดังกล่าวนั้นจะมีอาหารเช่นข้าวสารประกอบของนมและน้ำดื่มมาวางไว้โดยให้ชาวบ้านที่ไม่มีเงินไปซื้ออาหารกินได้มาหยิบสิ่งของเรานี้จากตู้ปันสุขซึ่งที่ตู้นี้จะสามารถหยิบได้ฟรีโดยมีข้อแม้ว่าการหยิบของใบนั้นควรจะมีขอบเขตเพื่อให้คนอื่นได้มานำของนี้ไปใช้งานด้วย

ดังนั้นจึงควรที่จะหยิบเพียงพอใช้เท่านั้นแหละถ้าหมดแล้วก็สามารถมาหยิบใหม่ได้แต่ดราม่าเกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านหลายคนพากันนำถุงมาขนของจากตู้ปันสุขไปหมดซึ่งมีบางรายวนเวียนมาเอาของจากในตู้นั้นไปทุกวันจนเกิดเป็นกระแสดราม่าว่ามีการเห็นแก่ตัวเกิดขึ้น

และบางคนเมื่อมาแล้วไม่เจอของก็มีการตะโกนต่อว่าด่าทอเจ้าของตู้ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับเจ้าของตู้เป็นอย่างมากจนหลายคนเลิกที่จะมีการนำของมาบริจาคแบบนี้แต่โครงการนี้ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในหลายภาคจังหวัดเพราะมองว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่ประชาชนจะสามารถรับของบริจาคได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงไปยืนต่อแถวรอให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

ดังนั้นโครงการนี้นอกจากประชาชนจะช่วยกันทำแล้วรัฐบาลเองก็เริ่มออกมาสนองนโยบายนี้เช่นเดียวกันแต่ดราม่ากับเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อที่จังหวัดนราธิวาสชาวบ้านได้มีการนำตู้บรรจุซึ่งเป็นตู้ของชาวบ้านที่ร่วมใจกันทำขึ้นมาเองสำหรับคนที่พอที่จะช่วยเหลือบุคคลอื่น

ได้นำของมาวางไว้ในตู้หลังจากนั้นไม่นานได้มีการนำตู้อีก 1 ใบมาวางไว้คู่กันโดยมีการระบุว่าตู้ดังกล่าวนั้นเป็นของทางกอ. รมน.  ได้มีการนำมาวางให้กับประชาชนได้มาหยิบไปใช้บริโภคอุปโภคแต่ที่เป็นเรื่องให้เกิดตามากขึ้นเนื่องจากว่าทางกอ. รมน. ได้นำตู้ของตนเองนั้น

มาวางคู่กับตู้ของชาวบ้านเสร็จแล้วได้มีการติดป้ายขนาดใหญ่ไว้เผื่อตู้ทั้ง 2 ใบว่าเป็นโครงการของทางกอ. รมน.เพื่อมาช่วยเหลือชาวบ้านทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวรู้สึกไม่พอใจที่ทางกอ. รมน. มาติดได้เป็นลักษณะของการเอาหน้าให้กับตนเอง

โดยทั้งที่จริงแล้วก็อีกหนึ่งใบนั้นเป็นของชาวบ้านที่ช่วยกันสร้างขึ้นมานั้นเองซึ่งหลายคนมองว่าวิธีการดังกล่าวนั้นเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสมอย่างมากและอันที่จริงทางกอ. รมน. ไม่ควรนำตู้ของตนเองมาวางไว้คู่กันเพราะบริเวณนี้มีตู้อยู่แล้วหนึ่งใบซึ่งรองรับกับจำนวนชาวบ้านที่มีการอาศัยอยู่ในบริเวณนี้อยู่แล้วดังนั้นทางกอ. รมน. ควรจะนำตู้ของตนเองไปไว้ในจุดอื่นที่ยังไม่มีตู้ปันสุขนี้แทน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub สูตรบาคาร่า

พ่อเฒ่า74 ขี่จยย.วูบล้มดับ

  

ชายชราวัย 74 ปีขับรถกลางแดดจ้า จนเป็นลมล้มกลางถนน ทำให้เสียชีวิต 

           เรื่องราวของอากาศที่กำลังร้อนระอุอยู่ในขณะนี้เนื่องจากว่าประเทศไทยอยู่ในช่วงของฤดูร้อนซึ่งอากาศของประเทศไทยในปัจจุบันนี้บางวันมีอากาศร้อนอบอ้าวสูงถึง 40 กว่าองศาเซลเซียสก็มีทำให้หลายคนที่ต้องอยู่กลางแจ้งต่างก็ได้รับผลกระทบจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวนี้กันอย่างมากโดยมีรายงานข่าวเข้ามาเมื่อวันที่ 13 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563

พบว่ามีชายชราวัย 74 ปีเขาได้มีการกลับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อไปทำธุระแต่พบว่าในขณะที่มีการขับรถอยู่นั้นอากาศร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมากทำให้ชายชราวัย 74 ปีเกิดอาการวูบเป็นสาเหตุทำให้รถล้มและยังเป็นสาเหตุทำให้ชายชราวัย 74 ปีเสียชีวิต

จากเหตุการณ์รถล้มในครั้งนี้ด้วยซึ่งอุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการรับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีคนพบศพชายชราเสียชีวิตอยู่บริเวณข้างถนนโดยสภาพศพของชายชรานั้นยังมีการนอนคร่อมอยู่กับรถมอเตอร์ไซค์ของตนเองอยู่

โดยมือก็ยังมีการจับคันเร่งค้างเอาไว้หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาบริเวณที่พบศพก็ได้มีการตรวจสอบพบว่าชายชราที่เสียชีวิตดังกล่าวชื่อว่าในแก้วจึงได้ประสานงานไปยังญาติของนายแก้วให้มาตรงบริเวณที่พบศพโดยทางญาติได้มีการแจ้งว่านายแก้วนั้นปกติแล้วเป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว ด้วยอายุที่มากขึ้นประกอบกับต้องมาขับรถกลางแดดได้อาจจะทำให้นายแก้วนั้น

เกิดอาการวูบเป็นลมขึ้นมาได้ซึ่งเมื่อรถล้มแล้วอาจจะทำให้หัวฟาดพื้นจนเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตทั้งนี้ญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตแต่อย่างใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการอนุญาตให้ญาตินำศพของนายแก้วกลับบ้านเพื่อไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

       สำหรับช่วงนี้ที่มีอากาศร้อนนั้นนอกจากจะต้องระวังเรื่องของการออกมาทำงานกลางแดดจ้าแล้วการอยู่ในที่ร่มก็ยังจำเป็นต้องระวังเช่นเดียวกันเพราะถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในที่ร่มแต่อากาศร้อนอบอ้าวก็ยังคงมีอยู่ซึ่งเมื่อมีอากาศร้อนมากๆจะทำให้ร่างกายนั้นขาดน้ำได้

ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดอาการวูบหรือเป็นลมหมดสติและอาจจะเสียชีวิตจากการช็อคเพราะกายขาดน้ำนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องดื่มน้ำให้มากๆในระหว่างวันโดยลักษณะของการดื่มน้ำที่ดีนั้นควรจะต้องจิบบ่อยๆไม่ควรกินมากจนเกินไปจนเกิดอาการจุก    

ซึ่งโดยปกติแล้วในหน้าร้อนของทุกปีเรามักจะได้รับข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องของคนเสียชีวิตเพราะอากาศร้อนจนเกินไปซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเสียชีวิตจากการช็อคเพราะร่างกายขาดน้ำดังนั้นน้ำจึงจำเป็นอย่างมากในช่วงหน้าร้อนนี้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  จีคลับ เล่นออนไลน์

พบเป็นนักวิจัยที่เพิ่งค้นพบ ความลับ ครั้งสำคัญของโรคโควิด

มีคนจีนเสียชีวิตในสหรัฐตรวจสอบพบเป็นนักวิจัยที่เพิ่งค้นพบ ความลับ ครั้งสำคัญของโรคโควิด  

          มีรายงานข่าวเข้ามาว่าชายชาวจีนคนหนึ่งซึ่งเขามีอาชีพเป็นนักวิจัยที่กำลังวิจัยเรื่องเกี่ยวกับเชื้อไวรัสชนิดใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ถูกยิงเสียชีวิตตายคาที่อยู่ภายในบ้านพักของตนเองและที่สำคัญมือปืนที่ก่อเหตุยิงนักวิจัยชาวจีนคนดังกล่าวได้มีการฆ่าตัวตายตามหลังจากที่เขาได้มีการฆ่านักวิจัยจีนเรียบร้อยแล้ว

รายงานข่าวเบื้องต้นจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่ายังไม่พบเบาะแสหรือข้อมูลใดๆที่จะเกี่ยวโยงกันมาถึงเรื่องของผลการวิจัยของนักวิจัยชาวจีนซึ่งกำลังทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของไวรัส Corona สำหรับ นักวิจัยชาวจีนที่เสียชีวิตนั้นทราบชื่อต่อมาว่า คือนายปิง หลิว ซึ่งขณะนี้ เขากำลังทำงานอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก

โดย เขาทำงานเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะแพทย์ศาสตร์ ซึ่งมีคนมาพบศพว่า นาย ปิง หลิวเสียชีวิตเมื่อประมาณวันที่ 2 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ.  2563 ที่ผ่านมาโดยเขาเสียชีวิตภายในบ้านพักของตนเองคนเดียวมีร่องรอยการถูกยิงหลายนัด

โดยโดนยิงทั้งที่หัว ที่คอ ที่ตัว  ที่แขนและที่ขา  เรียกได้ว่าในร่างกายของเขานั้นมีแต่รอยกระสุนปืนเต็มไปหมด  และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสอบพื้นที่ ที่เกิดเหตุก็พบว่า ไม่ไกลจากบ้านของนายปิง หลิวพักอาศัยอยู่มากนักมีรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ซึ่งภายในรถยนต์คันดังกล่าวมีคนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์นั้นด้วย

ซึ่งเป็นการยิงตัวตายภายหลังจากที่มีการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตคนดังกล่าวนั้นชื่อนาย ห่าว กู่ ซึ่งเขามีหน้าที่ประกอบอาชีพเป็น วิศวกรซอฟต์แวร์ซึ่งหลังจากที่มีการตรวจสอบข้อมูลทำให้ทราบว่าทั้งสองคนไม่ว่าจะเป็น นายปิง หลิวและนาย ห่าว กู่ ต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดีดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการสันนิษฐานว่าคนที่ยิงนายปิง หลิง ก็น่าจะเป็นนายห่าว กู่ 

ซึ่งหลังจากนั้นน่าจะมีการกลัวความผิดหรืออาจจะมีเหตุผลอื่นใดก็ตามแต่ทำให้ในที่สุดเขาก็ลงมือก่อเหตุฆ่าตัวเองตายในรถ ใกล้กับบริเวณบ้านพักของนายปิง หลิวซึ่งเหตุผลการฆ่ากันในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องค้นหาสาเหตุต่อไปว่าเป็นปัญหาเรื่องส่วนตัวกันหรือมีปัญหาอื่นๆตามมาหรือไม่  

    หลังจากที่นายปิง หลิง เสียชีวิตนั้นก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของเขาเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้เขากำลังมีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของไวรัสโคโรนาและที่สำคัญเขากำลังค้นพบข้อมูลที่สำคัญอย่างมากเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยการแพร่พันธุ์เชื้อไวรัสโคโรนารวมถึงก็อาจจะสามารถหาวิธีการรักษาการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าก็ได้

 

ขอขอบคุณ  ufabet  ที่ให้การสนับสนุน