เสี่ยโป้ ใจดีวางเงินประกันตัวเพื่อช่วยเหลือหญิงท้องแก่

เสี่ยโป้ ใจดีวางเงินประกันตัวเพื่อช่วยเหลือหญิงท้องแก่ ข้อหาลักทรัพย์ไม่ให้ติดคุก

             ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จังหวัดสมุทรปราการได้รับแจ้งเหตุจากพนักงานของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่เป็นห้างใหญ่ของจังหวัดสมุทรปราการว่า มีคนมาลักขโมยสินค้าภายในห้าง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปจับกุมคนที่ขโมยของภายในห้าง ซึ่งเมื่อไปถึงพบว่าคนร้านที่ขโมยของนั้นเป็นหญิงสาวท้องแก่ใกล้คลอด และเมื่อตำรวจได้มีการตรวจค้นสิ่งที่หญิงท้องแก่ขโมยไปนั้น

มีแค่เสื้อผ้า อาหาร และของใช้ภายในครังเรือน เช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาซักผ้าเท่านั้น ซึ่งรวมราคาสินค้าที่มีการขโมยไปนั้นประมาณ สองพันบาทเท่านั้น  และขณะที่ถูกจับกุมตัวเอาไว้ในห้องขังนั้น ปรากฎว่าหญิงท้องแก่ เกิดเจ็บท้องขึ้นมากระทันหัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะหญิงท้องแก่เจ็บท้องคลอดลูก

ซ่ึงเมื่อข่าวนี้ได้มีการเผยแพร่ออกไป ทางด้านเสี่ยโป้ อานนท์ ก็รู้สึกสงสารครอบครัวของหญิงสาวมากจึงได้ให้ลูกน้องและทนายความเดินทางมาประกันตัวหญิงท้องแก่ออกจากห้องขัง ด้วยวงเงินประกันตัวจำนวน เก้าหมื่นบาท . หลังจากที่หญิงสาวคลอดลูกและได้ออกจากโรงพยาบาล พอรู้ว่ามีคนมาช่วยประกันตัวให้ก็ดีใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนักข่าวได้ไปขอสัมภาษณ์หญิงสาว เธอบอกว่าเธอดีใจมากและขอขอบคุณเสี่ยโป้ที่ช่วยเหลือในครั้งนี้และเธอสัญญาว่าเธอจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

ที่ทำไปเพราะเธอเดือดร้อนจริงจริง เนื่องจากครอบครัวของเธอมีฐานะยากจน สามีทำงานหาเงินอยู่คนเดียวได้เงินเดือน เพียงเดือนละ หมื่นบาทเท่านั้น ทำให้ไม่พอใช้ในแต่ละเดือน เธอจึงต้องมาขโมยของแบบนี้ เธอยังกล่าวอีกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาลักทรัพย์แต่อย่างใดแต่เธอมีความจำเป็นเนื่องจากว่าเธอมีเงินไม่พอใช้และลูกสาวของเธอก็อยากได้ของหลายอย่าง

เธอไม่มีเงินพอที่จะซื้ออยากได้มาก่อเหตุขโมยของในห้างสรรพสินค้าในครั้งนี้จึงถูกทางเจ้าหน้าที่ รปภ. ของห้างควบคุมตัวได้และถูกส่งตัวให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งการที่เสี่ยโป้เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้เธอดีใจมากๆและสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

        เนื่องจากตอนนี้เศรษฐกิจประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่ประชาชนตกงานกันเป็นจำนวนมากและหลายคนไม่มีเงินที่จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนทำให้ตอนนี้ประชาชนเริ่มหันมาเป็นขโมยรวมถึงเป็นโจรโดยเราจะสังเกตได้ว่ามีข่าวมากมายที่มีคนมาปล้นร้านทองรวมถึงปล้นธนาคารและล่าสุดนี้ก็คือยังมาขโมยของในห้างอีกซึ่งทำให้เราได้รู้ว่าประชาชนคนไทยกำลังเดือดร้อนเป็นอย่างมากมันจะส่งผลให้ประเทศไทยมีโจรขโมยชุกชุมมากขึ้นกว่าเดิม 

อาร์เตต้ากล่าวยกย่องมอยส์ที่วางรากฐานให้ทอฟฟี่

มิเกล อาร์เตต้ากุนซือใหม่ถอดด้ามของเอฟเวอร์ตัน กล่าวถึงการเติบโตในงานฟุตบอลของเขาเป็นเพราะว่าเขาได้วิชาความรู้จาก เดวิด มอยส์ ส่วนมอยส์เวลานี้ไปเป็นผู้จัดการทีมเวสต์แฮม ซึ่งหลายฝ่ายก็ค่อนขอดว่าหมดยุคของกุนซือชาวสก๊อตแลนด์ผู้นี้แล้ว

เวสต์แฮมจะเดินทางไปเยือนอาร์เซนอลเกมวันเสาร์ โดยทั้งคู่จะได้พบกันในฐานะคู่แข่ง หลังจากที่ทั้งคู่เคยทำงานร่วมกันในช่วง 6 ปีครึ่งที่อยู่ที่เอฟเวอร์ตัน มอยส์เซ็นอาร์เตต้ามาจาก โซเซียดัดเมื่อเดือนมกราคม 2005 และ อาร์เตต้าก็ได้มาคุมทีมอาร์เซนอล 

ซึ่งเดวิด มอยส์หลังจากที่คุมทอฟฟี่ เมน แล้วเขาก็ย้ายไปคุมแมนยู เมื่อปี 2014 และน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดเพราะเขาไม่อาจนำความสำเร็จสู่แมนยู หลังการจากไปของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เลย 

อาร์เตต้ากล่าวถึงนายเก่าว่า ผมชื่นชอบเขานะ ผมดูวิธีการจัดการนักเตะของเขา เขาทำงานกับนักเตะอย่างไร  อาร์เตต้ามองว่าบางครั้งก็ต้องดูสิ่งแวดล้อม ,นักเตะรอบข้าง ดูอะไรหลายอย่าง บางคนเล่นดีกับผู้จัดการทีมคนนี้แต่เล่นไม่ดีกับผู้จัดการทีมคนอื่น

เขาทำงานหนักมากนะ ผมมองว่าเขามีคาแร็กเตอร์ของตัวเอง ด้วยความเป็นที่คนสก๊อตมันทำให้เขามีบุคลิกที่น่าประทับใจ ผมสนุกสนานภายใต้การคุมทีมของเขา ผมคิดว่าหลายคนวิจารณ์เขาในทางที่รุนแรงเกินไป เขามีความสัมพันธ์อย่างยอดเยี่ยมกับนักเตะ

โดยสถานการณ์ของมอยส์ อยู่ในช่วงยากลำบากเพราะว่าต้องพาทีมเวสต์แฮมหนีตกชั้นให้ได้ 

เขาพยายามเข้ามาปรับปรุงทีม และนำเรื่องราวใหม่ๆ อัพเดตให้นักเตะ เขาไม่ใช่ผู้จัดการทีมที่นั่งอยู่กับที่  ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เขาก็ยังทำเหมือนเดิม เขาเป็นคนที่นำสิ่งที่ดีที่สุดและพยายามทำสิ่งที่เหมาะสมอให้ทีม

อาร์เตต้าอาจจะส่ง แจ๊ค วิลเชียร์อดีตเพื่อนร่วมทีมที่อาร์เซนอลลงสนามด้วยก็ได้ โดยวิลเชียร์ไม่ได้ลงสนามตั้งแต่เดือนตุลาคมเพราะว่าบาดเจ็บ เขาเป็นเหมือนปรากฏการณ์เลยทีเดียว ผมเสียใจต่อแจ๊คด้วย เมื่อผมอยู่ที่นี่ผมชอบดูเขาซ้อมทุกวันนะ 

อาร์เซนอลมีโปรแกรมวันเสาร์ โดยหากทีมเก็บชัยชนะในวันเสาร์นี้ได้ พวกเขาจะชนะรวดกว่า 3 เกม และโอกาสแย่งอันดับที่สี่ยังพอมีความหวัง

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาไม่มีใครพูดถึงการไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเลย อาร์เตต้ากล่าวว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่ว่าเวลานี้เรากำลังจะกลับมา ผมคิดว่าเราทำได้นะแต่ว่าต้องดูกันเกมต่อเกมเลยทีเดียว โดยทีมอันดับ 4 คือเชลซีที่นำหน้าพวกเขากว่า 8 แต้ม

กีฬาโอลิมปิก

สุดแสนจะเลวร้าย หลังมีการนำสนามโอลิมปิก เมื่อครั้งซาราเยโวเกมส์ 1984 มาทำเป็นลานประหาร

   เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกีฬาโอลิมปิกที่มักจะมีการจัดประจำกันต่อเนื่องซึ่งจะมีการหมุนเวียนไปตามแต่ละประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งข่าววันนี้จะมีการย้อนไปในช่วงโอลิมปิกในปี 1984 ซึ่งเป็นโอลิมปิกที่จัดขึ้นในฤดูหนาวของประเทศยูโกสลาเวีย  โดยประเทศเจ้าภาพนี้ได้เลือกเมืองซาราเยโว เป็นเมืองที่สำหรับจัดงานกีฬาโอลิมปิก มีการจัดตกแต่งสถานที่เอาไว้อย่างสวยงามซึ่งก็เหมือนกับทุกประเทศที่เคยเป็นเจ้าภาพรวมถึงประเทศไทยด้วย

เหตุการณ์ที่สนามกีฬาดังกล่าวได้นำมาจัดเป็นสถานที่จัดงานโอลิมปิกนั้น เมื่อเวลาผ่านไป 36 ปี ตอนนี้สนามกีฬาดังกล่าวก็เหลือเพียงเป็นแค่ซากปรักหักพักเพียงเท่านั้น ไม่มีใครที่จะนำสนามดังกล่าวมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นอีก จึงได้กลายเป็นสนามร้างที่ไม่ค่อยมีใครกล้าที่จะเดินผ่านเข้าไปใกล้อีกเลย และเพราะด้วยเหตุนี้ทางสื่อหนังสือพิมพ์ชื่อดังอย่างเดอะซัน

จึงได้ทำการข้อมูลออกมาเพื่อนำมาตีแพร่ให้คนทั่วไปรู้กันว่าสนามกีฬาส่วนใหญ่ที่เมื่อสิ้นสุดการจัดงานกีฬาโอลิมปิกแล้ว แต่ละประเทศเขาเอาสนามกีฬาเหล่านั้นมาทำอะไรกันบ้าง และเมื่อมาหาข้อมูลขอประเทศยูโกสลาเวียแล้วก็พบว่า สนามกีฬาของที่นี่ไม่มีใคนสนใจใยดีมานานมากแล้ว เหลือเพียงซากความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากสงครามในช่วงปี ค.ศ. 1992-1995 เท่านั้น

และที่สำคัญซากปรักหักพังเหล่านั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีหน่วยงานไหนพร้อมที่จะเข้ามาบูรณะซ่อมแซมอีกเลย แต่ที่เป็นข่าวและสร้างความสะเทือนใจสุดแสนที่เลวร้ายเป็นอย่างมากนั่นก็เพราะว่า สถานที่ที่เราเคยเห็นความงามในช่วงที่มีการแข่งขันกีฬากันนั้น ถูกนำมาเป็นสถานที่เอาไว้ประหารคน เหมือนกับเป็นเกมฆ่าคนกลางลานประหาร  ห้องพักนักกีฬาถูกนำมาเป็นห้องขังของนักโทษแทน และตรงจุดที่เป็นแท่นรับเหรียญรางวัลกลับถูกนำมาเป็นจุดตัดคอนักโทษ

สำหรับการทำสงครามที่เกิดขึ้นที่บอสเนีย เป็นสงครามระหว่างศาสนาระหว่างศาสนาคริสต์ละศาสนาอิสลาม ซึ่งภายหลังก็ได้มีการเจรจาสงบศึกกันและมีการทำสนธิสัญญาร่วมกันเรียกว่า สนธิสัญญาเดย์ตัน แลถึงแม้สงครามจะมีการจบสิ้นไปแล้ว

แต่หากใครที่ได้มาพบเห็นสถานที่อันทรงเกียรติของนักกีฬาถูกนำมาเป็นสถานที่ในการฆ่าฟันคนก็คงรู้สึกเศร้าและเสียใจไม่ต่างกัน ดังนั้นทีนี่ผู้คนจึงไม่มีใครที่จะกล้าเข้ามากล้ำกลายเพราะประวัติที่ผ่านมาไม่ค่อยน่าประทับใจที่ควรจะกลับมาเยี่ยมชมสักเท่าไหร่ ดังนั้นที่นี่จึงเหลือเพียงแค่ซากความเสียหายที่กาลเวลากำลังจะทำลายทุกอย่างลงไปไม่มีเหลือให้แม้เศษซากที่น่าจดจำ

ความด่างพร้อยของฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลกใครว่าจะไม่การโกงกัน หากจะเรียกว่าโกงก็อาจจะแรงไป แต่ฟุตบอลโลก 2002

นั้นถือว่าเป็นฟุตบอลโลกที่มีการจัดการแข่งขันที่ทำให้เกิดการด่างพร้อยที่สุดของฟีฟ่า เพราะฟุตบอลโลกครั้งนี้มีสองชาติในทวีปเอเชียที่ร่วมกันจัดการแข่งขันระหว่างทีมชาติญี่ปุ่นและทีมชาติเกาหลีใต้ แต่ชาติที่ทำงามหน้าให้กับฟีฟ่าต้องอายก็คือ ทีมชาติเกาหลีใต้ นี่สิ

โดยทีมชาติเกาหลีใต้เจ้าภาพ ผ่านรอบแรกมาได้ด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่ม ซึ่งต้องมาโคจรยอดทีมจากอิตาลี ที่ยุคนั้นมีนักเตะเก่งๆ อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น ต๊อดติ , คันนาวาโร่, บุฟฟ่อน หรือ เดลปิเอโร่ ซี่งไล่รายชื่อมาแล้วนั้นต้องบอกว่าสุดยอดเอามากๆ แต่

ดราม่าก็บังเกิดขึ้นเมื่อการแข่งขันนัดนี้ มีอะไรหลายๆอย่างที่สร้างความน่าอายให้กับวงการฟุตบอลโลก คนแรกที่หลายคนต้องทำความรู้จักกันก่อนก็คือ ผู้ตัดสินชาวเอกวาดอร์ ที่มีนามว่า ไบรอน เอกาโน่ เพราะตลอดทั้งเกมที่ผ่านสายตาแฟนบอลทั่วโลกที่นักเตะอิตาลี

โดนเตะล้มลุกคลุกคลาน จากทีมฝั่งของทีมเกาหลีใต้ แต่นักเตะแดนโสมไม่เคยโดนเรียกฟาวล์ เลยทั้งๆที่บางจังหวะยังไงก็ต้องฟาลว์ แต่แล้วผู้ตัดสินเหมือนทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น เกมในวันนั้น มีทั้งจังหวะเตะ ศอก และก้านคอ จังหวะ ห้าสิบห้าสิบ มีแผลแตกถึงกับเลือดอาบหน้า

ยิ่งทำให้นักเตะเกาหลียิ่งได้ใจ โดยเกมวันนั้นกับเป็นทีมอิตาลี ที่โดนใบเหลืองไปถึงสี่ใบ และทีมเกาหลีใต้โดนไปแค่สองใบ เมื่อครบเก้าสิบนาที ต้องต่อเวลาด้วยกฎโกลเด้นโกล และเมื่อเวลาเดินทางมาถึง นาทีที่ 103 เมื่อจังหวะที่ ต๊อดติ เลี้ยงบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ และโดนนักเตะเกาหลีใต้ เตะล้มลงในเขตโทษ เสียงนกหวีดดังขึ้นทันที

ซึ่งคนทั้งโลกเข้าใจว่านี่คือจุดโทษ แต่กลับกลายเป็นว่าอิตาลีฟาลว์ ข้อหา ต๊อดติ พุ่งล้มและเท่านั้นยังไม่พอ กรรมการควักใบเหลืองใบที่สอง ไล่ต๊อดติ ออกจากสนามทำให้ทีมอิตาลีเหลืออยู่แค่ 10 คน และยังไม่หนำใจ มีจังหวะที่อิตาลียิงประตูได้ แต่กลับถูกเป่าว่าล้ำหน้า จนกระทั่งนาทีที่ 117 ฮวานจุงวาน ยิงประตูเข้าไป ทำให้อิตาลีตกรอบไปในที่สุด

ซึ่งหลังจากจบเกมกลายเป็นดร่าม่าขึ้นมาทันที เมื่อหลังจากจบฟุตบอลโลก อิตาลี ประกาศยกเลิก เวิรต์เพอร์มิต นักเตะเกาหลีทันที ซึ่งทำให้ ฮวานจุงวาน ที่ยิงประตูชัยในวันนั้น และเล่นอยู่กับเปรูจา ที่อิตาลี ต้องโดนเนรเทศออกนอกประเทศทันที ส่วนไอ้กรรมการตัวดี ไบรอน เอกาโน่ ก็โดนขึ้นบัญชีห้ามเข้าประเทศอิตาลีทันที และนี่คือความด่างพร้อยของฟุตบอลโลกในครั้งนี้