ความด่างพร้อยของฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลกใครว่าจะไม่การโกงกัน หากจะเรียกว่าโกงก็อาจจะแรงไป แต่ฟุตบอลโลก 2002

นั้นถือว่าเป็นฟุตบอลโลกที่มีการจัดการแข่งขันที่ทำให้เกิดการด่างพร้อยที่สุดของฟีฟ่า เพราะฟุตบอลโลกครั้งนี้มีสองชาติในทวีปเอเชียที่ร่วมกันจัดการแข่งขันระหว่างทีมชาติญี่ปุ่นและทีมชาติเกาหลีใต้ แต่ชาติที่ทำงามหน้าให้กับฟีฟ่าต้องอายก็คือ ทีมชาติเกาหลีใต้ นี่สิ

โดยทีมชาติเกาหลีใต้เจ้าภาพ ผ่านรอบแรกมาได้ด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่ม ซึ่งต้องมาโคจรยอดทีมจากอิตาลี ที่ยุคนั้นมีนักเตะเก่งๆ อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น ต๊อดติ , คันนาวาโร่, บุฟฟ่อน หรือ เดลปิเอโร่ ซี่งไล่รายชื่อมาแล้วนั้นต้องบอกว่าสุดยอดเอามากๆ แต่

ดราม่าก็บังเกิดขึ้นเมื่อการแข่งขันนัดนี้ มีอะไรหลายๆอย่างที่สร้างความน่าอายให้กับวงการฟุตบอลโลก คนแรกที่หลายคนต้องทำความรู้จักกันก่อนก็คือ ผู้ตัดสินชาวเอกวาดอร์ ที่มีนามว่า ไบรอน เอกาโน่ เพราะตลอดทั้งเกมที่ผ่านสายตาแฟนบอลทั่วโลกที่นักเตะอิตาลี

โดนเตะล้มลุกคลุกคลาน จากทีมฝั่งของทีมเกาหลีใต้ แต่นักเตะแดนโสมไม่เคยโดนเรียกฟาวล์ เลยทั้งๆที่บางจังหวะยังไงก็ต้องฟาลว์ แต่แล้วผู้ตัดสินเหมือนทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น เกมในวันนั้น มีทั้งจังหวะเตะ ศอก และก้านคอ จังหวะ ห้าสิบห้าสิบ มีแผลแตกถึงกับเลือดอาบหน้า

ยิ่งทำให้นักเตะเกาหลียิ่งได้ใจ โดยเกมวันนั้นกับเป็นทีมอิตาลี ที่โดนใบเหลืองไปถึงสี่ใบ และทีมเกาหลีใต้โดนไปแค่สองใบ เมื่อครบเก้าสิบนาที ต้องต่อเวลาด้วยกฎโกลเด้นโกล และเมื่อเวลาเดินทางมาถึง นาทีที่ 103 เมื่อจังหวะที่ ต๊อดติ เลี้ยงบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ และโดนนักเตะเกาหลีใต้ เตะล้มลงในเขตโทษ เสียงนกหวีดดังขึ้นทันที

ซึ่งคนทั้งโลกเข้าใจว่านี่คือจุดโทษ แต่กลับกลายเป็นว่าอิตาลีฟาลว์ ข้อหา ต๊อดติ พุ่งล้มและเท่านั้นยังไม่พอ กรรมการควักใบเหลืองใบที่สอง ไล่ต๊อดติ ออกจากสนามทำให้ทีมอิตาลีเหลืออยู่แค่ 10 คน และยังไม่หนำใจ มีจังหวะที่อิตาลียิงประตูได้ แต่กลับถูกเป่าว่าล้ำหน้า จนกระทั่งนาทีที่ 117 ฮวานจุงวาน ยิงประตูเข้าไป ทำให้อิตาลีตกรอบไปในที่สุด

ซึ่งหลังจากจบเกมกลายเป็นดร่าม่าขึ้นมาทันที เมื่อหลังจากจบฟุตบอลโลก อิตาลี ประกาศยกเลิก เวิรต์เพอร์มิต นักเตะเกาหลีทันที ซึ่งทำให้ ฮวานจุงวาน ที่ยิงประตูชัยในวันนั้น และเล่นอยู่กับเปรูจา ที่อิตาลี ต้องโดนเนรเทศออกนอกประเทศทันที ส่วนไอ้กรรมการตัวดี ไบรอน เอกาโน่ ก็โดนขึ้นบัญชีห้ามเข้าประเทศอิตาลีทันที และนี่คือความด่างพร้อยของฟุตบอลโลกในครั้งนี้

กีฬา-นูโน่เผย VAR ทำให้นักเตะเฮไม่สุด

 

นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้กุนซือของวูลฟ์ หล่นความเห็นว่า VAR ทำให้นักฟุตบอลต้องลังเลในการฉลองชัยว่าจะเป็นประตูหรือไม่ และทำให้เกมการเล่นของนักฟุตบอลคล้ายกับหุ่นยนต์ หลังจากที่วิลลี่ โบลี่ยิงประตูได้แต่ว่าไม่ถูกตัดสินให้เป็นประตูในเกมที่เสมอเลสเตอร์ 0-0

ลูกโหม่งของกองหลังชาวฝรั่งเศส ถูกปฏิเสธเพราะว่าส้นเท้าของเปโดร เนโต้เพื่อนร่วมทีมล้ำหน้า นูโน่เปิดเผยว่าลองดูสิ VAR ทำให้การฉลองประตูของนักเตะดูกร่อยลงไปเยอะเลยทีเดียว ซึ่งทีมหมาป่าถูกปฏิเสธหลังจากที่ส่งลูกบอลเข้าประตูไปแล้วกว่า 4 ครั้ง 

รวมถึง VAR ในเกมที่พวกเขาเสมอเลสเตอร์แบบไร้สกอร์ 0-0 หลังจากที่ลีอันเดร เดน ดองเคอร์ของวูลฟ์ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายก่อนหน้านี้ VAR ก็ไม่ให้เป็นประตูเช่นกัน 

นับว่าทีม หมาป่า วูลฟ์ เป็นทีมที่โชคร้ายมาก เป็นค่ำคืนวันศุกร์ที่โหดร้ายของแฟนบอลอย่างแท้จริง อารมณ์เหมือนกับว่าคุณถูกปล้นชัยชนะ ผมเข้าใจว่ากฎต้องเป็นกฎแต่ว่า จังหวะนั้นมันชัดเจนแล้วหรือ ผมรู้สึกหัวเสียอย่างามาก แต่ถึงอย่างไรก็ตามทีมเราก็ต้องพยายามเล่นให้ดีที่สุด เล่นเต็มที่ทุกจังหวะแม้ไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นประตูหรือไม่ก็ตาม

นักเตะเกิดความงุนงงกับการตัดสิน ผมมองว่าทีมเราโชคร้ายทีมเราควรได้รับอะไรที่มันมากกว่านี้ 

ครั้งแรกของฤดูกาลที่ทีมได้รับผลกระทบจาก วิดิโอช่วยตัดสิน VAR คือเกมที่พวกเขาเสมอไบรท์ตัน 2-2 เกมเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม

ด้านความเห็นของคอเนอร์ โคดี้ กัปตันทีมวูลฟ์บอกว่าการตัดสินด้วย VAR มันไม่เวิร์กหรอกและมันทำให้เกิดความสับสนมาก

โคดี้กล่าวว่า ใครล้ำหน้าหรอ โยต้าหรือเปล่า มันเป็นจากจังหวะเตะมุมนะ เกมที่พบเลสเตอร์เราน่าจะชนะ ผมไม่เข้าใจเรื่องการตัดสินใจของกรรมการเลย

หลายฝ่ายออกมาค้านเรื่องการตัดสินด้วย VAR ทำให้ฟุตบอลเสียอรรถรสเกินไป ซึ่งการล้ำหน้าแม้เพียงแค่เสี้ยวมิลลิเมตรเดียวก็ถือว่าเป็นการล้ำหน้า กฎการเทคโนโลยีใหม่ตามแบบฉบับของพรีเมียร์ลีก อังกฤษถึงแม้ว่าจะมาช้าแต่ก็จัดว่าทำตามมาตรฐานเป๊ะๆ ยิ่งกว่าลีกชั้นนำอื่นๆ 

แต่เชื่อว่าไปอีกสักระยะหนึ่งหลายฝ่ายจะยอมรับกันเอง เพราะว่าการตัดสินด้วยวิธีนี้มีทั้งทีมที่ได้รับผลประโยชน์และทีมที่เสียประโยชน์ แต่หากว่าทีมไหนเสียประโยชน์จากการตัดสินมาโดยตลอดก็คงมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมแน่ๆ

และสำหรับบอลไทยลีก เราก็มีมาตรฐานการตัดสินโดยนำ VAR เข้ามาช่วยตัดสิน ซึ่งเรื่องนี้จะทำให้การโต้เถียงจากสโมสรฟุตบอลมีน้อยลง และทีมต่างๆ ต้องยอมรับคำตัดสินด้วย

แฟร์นันเดสเปิดตัวกับผีแดงหลังยืดเยื้อมานาน

ข่าวกีฬาวันนี้ แฟร์นันเดสเปิดตัวกับผีแดงหลังยืดเยื้อมานาน

ในที่สุด แมนยูของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาก็คว้าตัวบรูโน่ แฟร์นันเดส นักเตะที่ดีที่สุดของสปอร์ติ้ง ลิสบอนมาจนได้ โดยค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 80 ล้านยูโร หรือ 67.76 ล้านปอนด์ 

นับเป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่งของ เอ็ด วู้ดเวิร์ดที่ก่อนหน้านี้ถึงกับโดนแฟนบอลบุกถึงบ้านมาแล้ว เพราะว่าผลงานของแมนยูตกต่ำ แพ้แม้กระทั่งเบิร์นลี่ย์ คาบ้าน 0-2 โดยวู้ดเวิร์ดได้ดีลกับผู้อำนวยการสโมสรของสปอร์ติ้ง ฮูโก้ วิอาน่า โดยสัญญาจริงจะจ่ายเริ่มต้นก่อนที่ 55 ล้านยูโร  บวกกับออพชันเสริมอื่นรวมแล้วได้ถึง 80 ล้านยูโร

ทีมดังจากโปรตุเกสจะได้โบนัสจาก ยูไนเต็ดหากว่า แฟร์นันเดสพาทีมปิศาจแดงคว้าแชมป์ และจะได้เงินเพิ่มอีก 15 ล้านยูโร หากว่าตัวนักเตะได้รับรางวัลบัลลง ดอร์

รายงานว่าบาร์ซ่า ก็เสนอเงินเป็นค่าตัวแฟร์นันเดสมากกว่า แมนยูเล็กน้อยแต่ว่าทีมจากสเปนจะซื้อเขาในช่วงซัมเมอร์ แต่สปอร์ติ้งต้องการขายนักเตะออกไปช่วงนี้เลยมากกว่า 

โดยเป็นการย้ายมาก่อนตลาดปิดวันศุกร์ที่ 31 มกราคม และเซ็นสัญญาที่สนามซ้อมแคร์ริงตัน วันพุธที่ 29 มกราคมนี้ นับเป็นนักเตะชื่อดังรายแรก หลังจากที่โอเล่ เข้ามาคุมทีม

สำหรับประวัติของแฟร์นันเดสเขาเคยย้ายมาเล่นนอกโปรตุเกสมาแล้ว กับซามพ์โดเรีย และประกาศชัดเจนว่าเขาต้องการสวมเสื้อหมายเลข 10 ที่แมนยู

มิดฟิลด์โปรตุเกส ปัจจุบันอายุ 25 ปี และแสดงความมั่นใจว่าเขาจะโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในการเล่นที่อังกฤษแน่

โดยก่อนหน้านี้ เขาเคยย้ายจากเบาวิสต้า สู่โนวาร่า ในลีกอิตาลีด้วยวัยเพียง 17 ปี เพื่อหาโอกาสลงสนามเล่นทีมชุดใหญ่ ต่อมาเขาก็ย้ายไปเล่นที่อูดิเนเซ่ อยู่ที่อูดิเนเซ่ 3 ปี โอกาสของเขาก็มาถึงเมื่อซามพ์โดเรียภายใต้การคุมทีมของโรแบร์โต้ มันชินี่ (อดีตเทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลี) ให้ความสนใจในตัวเขา

ที่อูดิเนเซ่ เขาเล่นในบทบาทเดียวกับ อันเดรีย ปิร์โล่คืออยืนอยู่หน้าเซนเตอร์ฮาล์ฟ เขาแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและเล่นได้ดีกับ ลาซามพ์ ทำให้แฟนบอลเริ่มคาดหวังในตัวเขามากขึ้น

ในโอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่ริโอ เดอ จาเนโร เขาสวมหมายเลข 10 ให้โปรตุเกสรับบทบาทเพลย์เมกเกอร์ ต้องคิดติดตามกันต่อไปว่า เขาจะแกร่งพอที่จะเล่นลีกใหญ่อย่างพรีเมียร์ลีกหรือไม่

ด้านนักเตะที่ย้ายออกจากโรงละครแห่งความฝันก็มีเช่นกันคือ คริส สมอลล์ลิ่งที่ย้ายไปโรม่าและ แอชลี่ย์ ยังที่ย้ายไปอินเตอร์ 

ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวบางกระแสว่าแฟนบอลเรียกร้องให้ปลด กุนซือชาวนอร์เวย์พ้นทีม แต่ว่าโซลชากล่าวว่าขนาดเจอร์เก้น คล็อปป์ยังใช้เวลาปรับจูนทีมลิเวอร์พูลมากกว่า 4 ปีกว่าที่จะมีวันนี้