รับเงินเยียวยาห้าพันบาท ไม่ต้องไปรับที่ธนาคารออมสิน

รับเงินเยียวยาห้าพันบาท ไม่ต้องไปรับที่ธนาคารออมสิน ที่เว็บไซต์มีบอกช่องทางการรับเงินให้ทราบ

   ขณะนี้ธนาคารออมสินกำลังพบปัญหาว่ามีประชาชนเป็นจำนวนมากพากันไปติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อขอเปิดบัญชีเนื่องจากต้องการที่จะขอรับเงินชดเชยจำนวน 5,000 บาทระยะเวลาติดต่อกันนาน 3 เดือนตามที่ทางรัฐบาลได้มีมาตรการออกมาเยียวยา

สำหรับกลุ่มประชาชนที่ทำงานอิสระหรือได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Corona แต่ไม่ได้เข้าร่วมกับประกันสังคมมาตรา 33 ณ ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่าหากต้องการรับเงินเยียวยานั้นจะต้องมีการเปิดบัญชีกับธนาคารออมสินเพื่อให้ทางรัฐบาลมีการโอนเงินเข้าธนาคารออมสินให้เมื่อมีการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว

ส่งผลให้ประชาชนต่างก็พากันเดินทางมาที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศไทยจนทำให้ธนาคารอัดแน่นไปด้วยประชาชนทั้งนี้ตั้งธนาคารออมสินได้ออกมาประกาศและยืนยันให้ประชาชนทราบโดยทั่วกันว่าพนักงานออมสินไม่ได้เป็นผู้รับเรื่องในการรับเงินค่าเยียวยาให้กับประชาชนโดยวิธีการการรับเงินนั้นประชาชนสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ตามเว็บไซต์ต่างๆ

ที่กำลังให้ข้อมูลขั้นตอนการสมัครการรับเงินจำนวน 5000 บาทจากโครงการเราไม่ทิ้งกันในครั้งนี้ได้เลยซึ่งถ้าตามข้อมูลแล้วจะพบว่าการรับเงินช่วยเหลือเยียวยาจำนวน 5,000 บาทเป็นระยะเวลา 3 เดือนนั้นทางโครงการจะมีการโอนเงินให้ผ่านทางระบบพร้อมเพย์หรือประชาชนสามารถระบุบัญชีธนาคารธนาคารใดก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นธนาคารออมสินเท่านั้น

และโดยปกติแล้วถ้าเป็นโครงการของรัฐบาลเองธนาคารที่จะคอยดูแลข้อมูลให้กับประชาชนจะเป็นธนาคารกรุงไทยดังนั้นหากลูกค้าคนไหนสนใจที่จะลงทะเบียนยืนยันการรับเงิน 5,000 บาทจากโครงการเราไม่ทิ้งกันในพรุ่งนี้วันที่ 28 เดือนมีนาคมหลังจากเวลา 18:00 นเป็นต้น

ไปก็ให้ทำการกรอกข้อมูลและในเว็บไซต์จะมีการให้ระบุว่าจะรับเงินผ่านทางบัญชีไหนหรือช่องทางไหนจึงไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่ธนาคารออมสินแต่นอกจากธนาคารออมสินแล้วตอนนี้ก็ยังพบปัญหาว่าธนาคารธกสเองก็พบปัญหาเช่นเดียวกันว่ามีผู้คนหวังจะมาทำการลงทะเบียนและเปิดบัญชีเพื่อให้ทางโครงการเราไม่ทิ้งกันโอนเงินเข้ามา

ดังนั้นทางธนาคารทั้งสองธนาคารจึงได้ออกมาประกาศผ่านสื่อพร้อมกันว่าประชาชนสามารถที่จะใช้สิทธิ์ธนาคารอะไรก็ได้ตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของโครงการเราไม่ทิ้งกันหรือจะรับเงินผ่านทางพร้อมเพย์ก็ได้ซึ่งการจ่ายเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาทต่อเดือนนาน 3 เดือนนั้น

ผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้จะไม่ใช่ผู้ที่ทำประกันสังคมมาตรา 33 และถึงแม้มีการลงทะเบียนไปแล้วก็ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องว่าประชาชนคนนั้นอยู่ในเงื่อนไขที่จะสามารถรับเงินได้หรือไม่อีกด้วย

สาวสองอ้างถูกตบเพราะญาติกลัวเธอนำเชื้อโควิด-19 ไปแพร่ให้กับคนในบ้าน

มีการแชร์รูปภาพของสาวประเภทสองคนหนึ่งระบุข้อความว่าตัวเองถูกทำร้ายจากญาติเพราะไม่ต้องการให้ตนเองเข้าไปอยู่ในบ้านเนื่องจากว่ากลัวว่าเธอจะนำเชื้อไวรัสโควิด-19เข้าไปแพร่ให้กับคนในบ้าน  เหตุการณ์ในครั้งนี้เธอมีการระบุเรื่องราวเอาไว้ว่าเธอเป็นคนจังหวัดฉะเชิงเทรามีอาชีพเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร

ต่อมาเมื่อมีการสั่งห้ามร้านอาหารเปิดทำการเธอจึงไม่มีอาชีพจึงได้มาอาศัยอยู่กับยายซึ่งพอเธออยู่บ้านได้สักพักนึงเธอรู้สึกว่าไม่ได้ทำงานเธอไม่มีเงินที่จะเอามาเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่ากิน   หรือค่าโทรศัพท์มือถือที่ต้องจ่ายทุกเดือนเธอจึงได้ออกจากบ้านเพื่อไปหางานทำทักษะภาษาอยู่กับเพื่อนที่อำเภอแปดริ้วที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

โดยเธอทำอาชีพขาย อาหาร และขายเจลแฮลกอฮอล์ ซึ่งพอที่จะได้เงินมาใช้งานบ้างนิดหน่อย หลังจากที่เธอมีเงินใช้แล้วเธอก็กลับไปหาย่าเพื่อจะนำเงินไปให้ญาติใช้แต่เมื่อญาติของเธอรู้เรื่องว่าเธอเดินทางกลับมาที่บ้านก็พากันมาทำร้ายเธอจนเธอบาดเจ็บ 

โดยระบุว่าญาติรุมทำร้ายเธอและไม่ยอมให้เธอเข้าบ้านเพราะว่าญาติของเธอกลัวว่าเธอจะนำเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนในภายในบ้าน แล้วทุกคนไม่ยอมให้เธออาศัยอยู่ในบ้านอีกต่อไป เธอจึงได้นำเรื่องราวมาโพสต์ลง Facebook พร้อมถ่ายภาพที่เธอได้ถูกทำร้ายซึ่งเมื่อนักข่าวได้มีการสอบถามไปยังญาติที่เป็นคนทำร้ายสาวประเภทสองคนดังกล่าวทางด้านเอง

ก็ได้ให้ข้อมูลกับนักข่าวว่า  มีการลงมือทำร้ายหญิงสาวคนดังกล่าวจริงแต่ไม่ใช่สาเหตุว่ามาจากการที่ทั้งญาติรังเกียจว่าเธอจะนำเชื้อไวรัสมาแพร่ระบาดให้กับคนภายในบ้าน แต่หลายคนในบ้านไม่พอใจ  เพราะว่าเธอมีการตีโพสต์ข้อความต่อว่าญาติของเธอว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของยาเสพติดทำให้คนที่ถูกต่อว่าเกิดความไม่พอใจ

เมื่อเห็นเธอกลับมาที่บ้านจึงได้เข้ามาต่อว่าพร้อมกับทำร้ายเธอ ซึ่งคนทีตบคือ นาย ณรงค์ศักดิ์ โดยเขายืนยันว่าเขาต้องการตบหญิงสาวจริง และยังเคยเตือนหญิงสาวได้ว่าออกไปข้างนอกแล้วก็ควรจะระมัดระวังตัวให้ดีเกี่ยวกับการติดเชื้อโควิด-19แล้วมีคนกลับมาบ้านจนกว่าเชื้อจะหมดหญิงสาวก็รับปากแต่ตัวเองก็ไม่ได้ว่าอะไรหากหลานจะกลับมาบ้านเอง

แต่รู้สึกไม่พอใจที่มีคนเอา Facebook ของหญิงสาวมาให้ดูว่ามีการโพสต์ต่อว่าครอบครัวของตนเองว่าร่ำรวยมาจากการขายยาเสพติด ตนเองจึงได้ตบปากสั่งสอนไป 1 ทียังไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้นส่วนเรื่องอื่นๆที่หญิงสาวโพสต์ว่าถูกทำร้ายร่างกายมากขนาดนั้นไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน 

จรรยาบรรณที่สื่อสารมวลชนของประเทศไทยควรจะคำนึง

จากเหตุการณ์กราดยิงเมืองโคราช ได้มีการสูญเสียผู้คนบริสุทธิ์ไปหลายชีวิต และ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆที่เสียสละชีพเข้าไปจับกุมผู้ร้าย และให้ความช่วยเหลือต่อประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่นั้น นอกจากมูลเหตุจูงใจและความบ้าคลั่งของผู้ก่อการร้ายหลายนี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้คนทางโซเชียลมิเดียวพูดถึงมากที่สุดคือ สื่อ ที่ทำการรายงานข่าว ไม่มีการนำเสนอข่าวและข้อมูลได้อย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่ถกเถียงและออกมาเรียกร้องสังคมไปถึงช่องสื่อเหล่านี้ว่า ประเทศควรที่จะรื้อและทำการปฏิรูปการนำเสนอข่าว

และข้อมูลของวงการสื่อสารมวลชน แต่อย่างไรแล้วสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่พอใจนั้นก็เป็นเพราะ สื่อเหล่านั้นไม่มีและไม่พึงระลึกถึงจรรยาบรรณของวงการสื่อสารมวลชน ซึ่งในบทความนี้เราจะนำจรรยาบรรณของสื่อมาบอกกล่าวต่อกัน เพื่อให้ทุกคนได้ลองพิจารณาดูว่า สื่อเหล่านั้นทำผิดจรรยาบรรณจริงหรือไม่ มีทั้งหมดดังนี้

  1. ปฏิบัติให้อยู่ในขอบเขตของความเหมาะสม
  2. ไม่สร้างข่าวขึ้นเอง
  3. ต้องเสนอข้อเท็จจริงทั้งหมดแก่ผู้รับสาร
  4. ไม่ก้าวก่ายสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น
  5. ไม่บังคับบุคคลให้พูด
  6. ซื่อสัตย์ต่อบุคคลที่ต่อสู้เพื่อสังคม
  7. ซื่อสัตย์ต่อบุคคลที่นำมากล่าวถึงในคอลัมน์
  8. รักษาไว้ซึ่งความลับของแหล่งข่าว
  9. ไม่ปิดบังอำพรางข่าวที่นำเสนอ
  10. ไม่ขายข่าว เพื่อเงิน หรือความพอใจส่วนตัว
  11. ละเว้นจากการเข้าร่วมพรรคการเมือง
  12. ต้องบริการคนส่วนรวม มิใช่บริการคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
  13. ช่วยต่อสู้และปราบปรามอาชญากร
  14. ต้องเคารพ และช่วยผดุงกฏหมายบ้านเมือง
  15. สร้างความสัมพันธ์อันดีแก่ชุมชน
  16. ไม่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างญาติและเพื่อนของผู้อื่น
  17. คำนึงว่าการหย่าร้าง การฆ่าตัวตายนั้น เป็นปัญหาสังคมสิ่งหนึ่งไม่ควรเสนอข่าวไปในเชิงไม่สุภาพ
  18. อย่ากล่าวโจมตีคู่แข่ง
  19. อย่าหัวเราะเยาะความวิกลจริต จิตทราม หรือพลาดโอกาสของบุคคล
  20. เคารพนับถือวัด โบสถ์ เชื้อชาติ และเผ่าพันธุ์ของบุคคล 
  21. หน้ากีฬาควรเขียนถึงทุกๆ คน
  22. แก้ไขข้อผิดพลาดที่พบในทันที
  23. จำไว้ว่าข่าวที่นำเสนอนั้น มีเยาวชนชายหญิงอ่านด้วย

ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นกฎจรรยาบรรณของวงการสื่อสารมวลชนที่บุคลากรในหน่วยงานนี้จะต้องพึงระลึกและคำนึงถึงมันเป็นที่สำคัญ แล้วคุณละมีความคิดเห็นอย่างไรกับสื่อที่ได้นำเสนอข่าวออกมาเช่นนั้น แต่ก็ไม่ใช่สื่อทุกช่องที่จะนำเสนอโดยไร้จรรยาบรรณ เพราะยังมีสื่อข่าวในบางช่องทำงานและหน้าที่อย่างเหมาะสมตามหลักของจรรยาบรรณสื่อสารมวลชนอย่างเที่ยงตรง หากได้ลองการนำเสนอข้อมูลและข่าวของสื่อบาช่องมาพิจารณาโดยใช้หลักจรรยาบรรณทั้ง 23 ข้อแล้ว เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าสื่อได้ละเมิดต่อจรรยาบรรณเป็นอย่าง ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้คนเรียกร้องถึงการปฏิรูปวงการสื่อของประเทศไทยเป็นอย่างมาก

เสี่ยโป้ ใจดีวางเงินประกันตัวเพื่อช่วยเหลือหญิงท้องแก่

เสี่ยโป้ ใจดีวางเงินประกันตัวเพื่อช่วยเหลือหญิงท้องแก่ ข้อหาลักทรัพย์ไม่ให้ติดคุก

             ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จังหวัดสมุทรปราการได้รับแจ้งเหตุจากพนักงานของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่เป็นห้างใหญ่ของจังหวัดสมุทรปราการว่า มีคนมาลักขโมยสินค้าภายในห้าง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปจับกุมคนที่ขโมยของภายในห้าง ซึ่งเมื่อไปถึงพบว่าคนร้านที่ขโมยของนั้นเป็นหญิงสาวท้องแก่ใกล้คลอด และเมื่อตำรวจได้มีการตรวจค้นสิ่งที่หญิงท้องแก่ขโมยไปนั้น

มีแค่เสื้อผ้า อาหาร และของใช้ภายในครังเรือน เช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาซักผ้าเท่านั้น ซึ่งรวมราคาสินค้าที่มีการขโมยไปนั้นประมาณ สองพันบาทเท่านั้น  และขณะที่ถูกจับกุมตัวเอาไว้ในห้องขังนั้น ปรากฎว่าหญิงท้องแก่ เกิดเจ็บท้องขึ้นมากระทันหัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะหญิงท้องแก่เจ็บท้องคลอดลูก

ซ่ึงเมื่อข่าวนี้ได้มีการเผยแพร่ออกไป ทางด้านเสี่ยโป้ อานนท์ ก็รู้สึกสงสารครอบครัวของหญิงสาวมากจึงได้ให้ลูกน้องและทนายความเดินทางมาประกันตัวหญิงท้องแก่ออกจากห้องขัง ด้วยวงเงินประกันตัวจำนวน เก้าหมื่นบาท . หลังจากที่หญิงสาวคลอดลูกและได้ออกจากโรงพยาบาล พอรู้ว่ามีคนมาช่วยประกันตัวให้ก็ดีใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนักข่าวได้ไปขอสัมภาษณ์หญิงสาว เธอบอกว่าเธอดีใจมากและขอขอบคุณเสี่ยโป้ที่ช่วยเหลือในครั้งนี้และเธอสัญญาว่าเธอจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

ที่ทำไปเพราะเธอเดือดร้อนจริงจริง เนื่องจากครอบครัวของเธอมีฐานะยากจน สามีทำงานหาเงินอยู่คนเดียวได้เงินเดือน เพียงเดือนละ หมื่นบาทเท่านั้น ทำให้ไม่พอใช้ในแต่ละเดือน เธอจึงต้องมาขโมยของแบบนี้ เธอยังกล่าวอีกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาลักทรัพย์แต่อย่างใดแต่เธอมีความจำเป็นเนื่องจากว่าเธอมีเงินไม่พอใช้และลูกสาวของเธอก็อยากได้ของหลายอย่าง

เธอไม่มีเงินพอที่จะซื้ออยากได้มาก่อเหตุขโมยของในห้างสรรพสินค้าในครั้งนี้จึงถูกทางเจ้าหน้าที่ รปภ. ของห้างควบคุมตัวได้และถูกส่งตัวให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งการที่เสี่ยโป้เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้เธอดีใจมากๆและสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

        เนื่องจากตอนนี้เศรษฐกิจประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่ประชาชนตกงานกันเป็นจำนวนมากและหลายคนไม่มีเงินที่จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนทำให้ตอนนี้ประชาชนเริ่มหันมาเป็นขโมยรวมถึงเป็นโจรโดยเราจะสังเกตได้ว่ามีข่าวมากมายที่มีคนมาปล้นร้านทองรวมถึงปล้นธนาคารและล่าสุดนี้ก็คือยังมาขโมยของในห้างอีกซึ่งทำให้เราได้รู้ว่าประชาชนคนไทยกำลังเดือดร้อนเป็นอย่างมากมันจะส่งผลให้ประเทศไทยมีโจรขโมยชุกชุมมากขึ้นกว่าเดิม 

อาร์เตต้ากล่าวยกย่องมอยส์ที่วางรากฐานให้ทอฟฟี่

มิเกล อาร์เตต้ากุนซือใหม่ถอดด้ามของเอฟเวอร์ตัน กล่าวถึงการเติบโตในงานฟุตบอลของเขาเป็นเพราะว่าเขาได้วิชาความรู้จาก เดวิด มอยส์ ส่วนมอยส์เวลานี้ไปเป็นผู้จัดการทีมเวสต์แฮม ซึ่งหลายฝ่ายก็ค่อนขอดว่าหมดยุคของกุนซือชาวสก๊อตแลนด์ผู้นี้แล้ว

เวสต์แฮมจะเดินทางไปเยือนอาร์เซนอลเกมวันเสาร์ โดยทั้งคู่จะได้พบกันในฐานะคู่แข่ง หลังจากที่ทั้งคู่เคยทำงานร่วมกันในช่วง 6 ปีครึ่งที่อยู่ที่เอฟเวอร์ตัน มอยส์เซ็นอาร์เตต้ามาจาก โซเซียดัดเมื่อเดือนมกราคม 2005 และ อาร์เตต้าก็ได้มาคุมทีมอาร์เซนอล 

ซึ่งเดวิด มอยส์หลังจากที่คุมทอฟฟี่ เมน แล้วเขาก็ย้ายไปคุมแมนยู เมื่อปี 2014 และน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดเพราะเขาไม่อาจนำความสำเร็จสู่แมนยู หลังการจากไปของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เลย 

อาร์เตต้ากล่าวถึงนายเก่าว่า ผมชื่นชอบเขานะ ผมดูวิธีการจัดการนักเตะของเขา เขาทำงานกับนักเตะอย่างไร  อาร์เตต้ามองว่าบางครั้งก็ต้องดูสิ่งแวดล้อม ,นักเตะรอบข้าง ดูอะไรหลายอย่าง บางคนเล่นดีกับผู้จัดการทีมคนนี้แต่เล่นไม่ดีกับผู้จัดการทีมคนอื่น

เขาทำงานหนักมากนะ ผมมองว่าเขามีคาแร็กเตอร์ของตัวเอง ด้วยความเป็นที่คนสก๊อตมันทำให้เขามีบุคลิกที่น่าประทับใจ ผมสนุกสนานภายใต้การคุมทีมของเขา ผมคิดว่าหลายคนวิจารณ์เขาในทางที่รุนแรงเกินไป เขามีความสัมพันธ์อย่างยอดเยี่ยมกับนักเตะ

โดยสถานการณ์ของมอยส์ อยู่ในช่วงยากลำบากเพราะว่าต้องพาทีมเวสต์แฮมหนีตกชั้นให้ได้ 

เขาพยายามเข้ามาปรับปรุงทีม และนำเรื่องราวใหม่ๆ อัพเดตให้นักเตะ เขาไม่ใช่ผู้จัดการทีมที่นั่งอยู่กับที่  ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เขาก็ยังทำเหมือนเดิม เขาเป็นคนที่นำสิ่งที่ดีที่สุดและพยายามทำสิ่งที่เหมาะสมอให้ทีม

อาร์เตต้าอาจจะส่ง แจ๊ค วิลเชียร์อดีตเพื่อนร่วมทีมที่อาร์เซนอลลงสนามด้วยก็ได้ โดยวิลเชียร์ไม่ได้ลงสนามตั้งแต่เดือนตุลาคมเพราะว่าบาดเจ็บ เขาเป็นเหมือนปรากฏการณ์เลยทีเดียว ผมเสียใจต่อแจ๊คด้วย เมื่อผมอยู่ที่นี่ผมชอบดูเขาซ้อมทุกวันนะ 

อาร์เซนอลมีโปรแกรมวันเสาร์ โดยหากทีมเก็บชัยชนะในวันเสาร์นี้ได้ พวกเขาจะชนะรวดกว่า 3 เกม และโอกาสแย่งอันดับที่สี่ยังพอมีความหวัง

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาไม่มีใครพูดถึงการไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเลย อาร์เตต้ากล่าวว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่ว่าเวลานี้เรากำลังจะกลับมา ผมคิดว่าเราทำได้นะแต่ว่าต้องดูกันเกมต่อเกมเลยทีเดียว โดยทีมอันดับ 4 คือเชลซีที่นำหน้าพวกเขากว่า 8 แต้ม

ทำไมสื่อต้องมีจรรยาบรรณ

ทำไมเราต้องเข้าใจเรื่องของจรรยาบรรณสำหรับสื่อ

สื่อที่ว่านี้หมายถึงสื่อข่าวในทุกๆช่องทาง ต้องขอเท้าความก่อนว่าทำไมถึงต้องยกประเด็นเรื่องของจรรยาบรรณในวงการสื่อสารมวลชน เริ่มต้นมาจากข่าวที่ผ่านมาไม่นานนี้ ที่ได้มีนายทหารคลั่งคนหนึ่งยิงกราดที่เมืองโคราช ซึ่งทำให้มีผู้คนบริสุทธิ์เสียชีวิตเป็นจำนวนหนึ่ง และ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆที่ได้เข้ามาเป็นกองกำลังเสียสละได้รับบาดเจ็บและชีวิตลง

แน่นอนว่าข่าวใหญ่ขนาดนี้สิ่งที่ทำให้เราทราบว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้นั้นส่วนหนึ่งมาจากสื่อ ที่ลงพื้นที่อย่างรวดเร็วและรายงานข่าวอย่างสม่ำเสมอ

จึงกลายเป็นประเด็นใหญ่ในเวลาต่อมา เมื่อการนำเสนอข่าวและข้อมูลของสื่อบางช่องนั้นดูไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อ ทำให้ผู้คนต่างออกมาแสดงความไม่พอใจกันอย่างมากทางสื่อโซเชียลมิเดีย ซึ่งได้ถกเถียงและทำการเรียดร้องให้ปฏิรูปในวงการสื่อสารมวลชนของประเทศไทยเสียใหม่

นั้นเป็นเพราะสื่อไทยไร้จรรยาบรรณในสิ่งที่ควรจะทำ แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่า สื่อไร้จรรยาบรรณ จากสื่อที่เป็นประเด็นอยู่ตอนนี้ได้ทำการแสดงข้อมูล และได้ทำหน้าที่ที่ไม่เป็นอันควรต่ออาชีพ ซึ่งถือว่าผิดกฎของผู้สื่อข่าว ได้มีงานวิจัยตัวหนึ่งพูดถึงสื่อว่า สื่อ เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่งสาร

ในเหตุการณ์กราดยิงแบบนี้ว่าสื่อจะช่วยเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น หรือช่วยลดความรุนแรงน้อย การผลิตถือว่าเป็นไปได้อย่างอิสระ ผู้ที่เป็นสื่อได้เปรียบตรงที่ว่าคุณมีพื้นที่ต่อการนำเสนองานแล้ว แต่อยู่ที่ว่าคุณจำเลือกนำเสนองานในรูปแบบไหน

 

เชื่อเถอะว่าไม่มีหน่วยงานไหนกล้าทำสื่อแน่นอน

เพราะคนลุ่มนี้ถืออภิสิทธิ์ให้ติดตามข่าว และนำข่าวมารายงานต่อประชาชนหรือผู้รับสารนั้นเอง หากแต่ในเหตุการณ์กราดยิงที่เมืองโคราชนี้ ทำให้เห็นแล้วว่าสื่อของไทยบางช่องนั้นยังไม่ข้อบกพร่องอยู่มาก ทำงานไม่ตรงหน้าที่ เปิดเผยข้อมูลข่าวทั้งหมด ละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งก่อให้เกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เพราะสื่อจะทราบดีอยู่แล้วว่าผู้รับสารจะหวั่นไหวต่อข่าว แต่อินต่อข่าวเป็นอย่างมาก ทำให้สื่อเล่นกับความรู้สึกจุดนี้ของประชาชน

ที่จะทำให้เชื่อไปตามเข้าที่ได้นำเสนอ เพราะเหตุผลเหล่านี้แหละ หลายคนจึงออกมาเรียกร้องว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรจะปฏิรูปการนำเสนอข่าว การนำเสนอข้อมูล ของวงการสื่อสารมวลชน ให้ตะหนักถึงจรรยาบรรณของอาชีพผู้นำสื่อ ไม่เช่นนั้นแล้วสื่อก็ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างไปกว่าฆาตกร เช่นเดียวกับเราที่รอการรับสาร ก็ควรที่จะไตรตรองและพิจารณาข่าวสารเหล่านั้นให้ดีอย่างถี่ถ้วนเสียก่อนที่จะหลงเชื่อไป เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเราอาจจะตกเป็นเหยื่อจากข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงเหล่านั้นได้

ภาพยนตร์ Sex Education

ภาพยนตร์ Sex Education ถูกกีดกัน

หากคุณเป็นชอบดูภาพยนตร์ใน Netflix คุณคงไม่พลาดที่จะดูภาพยนตร์เรื่อง Sex Education อย่างแน่นอน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้กระแสการดูของวัยรุ่นนั้นมากขึ้น หากอาจแค่เชื่อเรื่องก็คงจะคิดว่ามันต้องเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์แน่นอน

ถูกต้องแล้วที่คุณจะคิดแบบนั้น นั้นจึงทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา จากผู้ใหญ่หรือผู้ปกครอง ที่เห็นว่าลูกหลานของตนเองนั้นได้ดูหนังเรื่องนี้ และออกมากีดกัดห้ามให้เด็กหรือวัยรุ่นไทยนั้นดูภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอันขาด

 

เพราะจะทำให้เกิดพฤติกรรมที่ลอกเลียนแบบตามในเนื้อเรื่องของภาพยนตร์

ทำให้เราลุ่มคนเยาวชน วันรุ่น คนหนุ่มคนสาว ได้ออกมาโต้ตอบและพูดถึงการกีดกันการห้ามดูภาพยนตร์เรื่องในโลกโซเชียลอย่างมากมาย ต่างก็บอกว่า ผู้ใหญ่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้กันแล้วหรือไม่ หรืออ่านแค่เพียงชื่อเรื่องเท่านั้น รวมไปถึงการบอกว่าเพราะแบบนี้ไงประเทศไทย

ถึงมีปัญหาของการตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุน้อยๆ เพราะเอาแต่ปิดกันหรือไม่ทำการสอนเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่แท้จริง จนทำให้ต้องไปทดลองทำกันเองโดยไม่มีความรู้ เลยทำให้เป็นปัญหาแบบทุกวันนี้ และในเวลาต่อมาได้มีคนออกมาทำข้อสรุปว่าการรับชมภาพยนตร์เรื่อง Sex Education ได้สาระและความรู้อะไรบ้าง

1.สุขภาพจิต

2.การหย่าร้าง

3.ความกดดันของวัยรุ่น

4.การเติบโตมากับพ่อแม่ LGBT

5.ความรุนแรงทางเพศ

6.ยาคุมฉุกเฉิน

7.กามโรค

8.ความชอบทางเพศเฉพาะจุด (Fetish)

9.ภาวะช่องคลอดหดแกร่ง

10.ภาวะไร้เพศ

ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากข้อสรุปทั้งหมด 10 ข้อนี้นั้นมีเนื้อหาสาระที่ถูกนำมาเสนอมากกว่าเรื่องเพศก็มี เพราะแต่ละอย่างนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้จริง

หลายคนพบปัญหาเหล่านี้แล้วมักที่จะไม่กล้าตัดสินใจไปพบแพทย์หรือปรึกษาใคร เลือกที่จะเก็บปัญหาเอาไว้และแก้ไขมันคนเดียว ภาพยนตร์เรื่องจึงเปรียบเสมือนตัวแทนที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความจริงได้เป็นอย่างดี

เพราะได้สอดแทรกความรู้ และสาระมากมายเอาไว้ได้ศึกษา เพราะมันไม่ได้มีแค่เรื่องการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้นที่ถูกถ่ายทอด แล้วถ้าหากให้พูดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์ที่นำในเสนอในเรื่อง ก็ไม่ฉากที่มาสอนการมีเพศสัมพันธ์อย่างกับหนังผู้ใหญ่ แต่ในภาพยนตร์เรื่องสอนการมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกวิธี เช่น การที่คุณไม่พร้อมจะมีลูก การมีเพศสัมพันธ์อย่างถูกต้องคือจะป้องกัน

อย่างการใช้ถุงยาง หรือกินยาคุม และหากคุณมีเพศสัมพันธ์โดยพลาด ในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็พูดถึงการใช้ยาคุมฉุกเฉิน เป็นต้น เพราะฉะนั้นภาพยนตร์เรื่องจึงเป็นภาพยนตร์ที่ดีมากๆอีกเรื่องที่ควรดู และไม่ควรถูกกีดกัด หรือถ้าหากมองว่ายังมีฉากที่รุนแรง อยากให้จะพ่อแม่ผู้ปกครองดูไปพร้อมๆกับลูกของท่านและทำการแนะนำไปพร้อมกับการดูภาพยนตร์

เวนิสน้ำท่วมหนักมากที่สุดในรอบ 50 ปี

เราทุกคนวันนี้รู้ดีกันว่าโลกของเรากำลังประสบปัญหาเกี่ยวสภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลเป็นอย่างมากต่อประเทศต่างๆที่มีประเทศชายฝั่งติดกับทะเล เนื่องจากน้ำแข็งขั้วโลกของเรากำลังละลายลงทุกปี จนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทั่วโลก

กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่คนทั้งโลกควรตระหนักถึงปัญหานี้ได้แล้ว

ก่อนที่จะสายเกินแก้ หลายปีที่ผ่านมานี้ธรรมชาติได้ส่งสัญญาณเตือนเราบ่อยมาก ทั้งน้ำท่วม พายุ สึนามิ และแผ่นดินไหว แต่ที่เป็นปัญหามาโดยตลอดและมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นมากเรื่อยๆ อย่างปัญหาน้ำท่วมนั้น ได้กลายเป็นปัญหาที่เราไม่มีทางแก้ได้

เนื่องจากระดับน้ะทะเลที่สูงมากขึ้นนั้นส่งผลให้น้ำที่ไหลตามแม่น้ำสมควรที่จะไหลลงทะเลแต่ว่าน้ำเหล้านั้นกับไม่สามารถไหลลงไปสู่ทะเลได้เนื่องจากมีน้ำทะเลที่หนุนสูงขึ้น และแผ่นดินเกิดทรุดตัวและลดระดับต่ำลงกว่าน้ำทะเล จึงส่งผลให้เมืองต่างๆที่ติดกับชายฝั่งนั้นกลายเป็นเมืองบาดาล ยกตัวอย่างเวนิส เป็นต้น

เวนิสนั้นถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญกับประเทศกับประเทศ อิตาลีเป็นอย่างมาก

เมื่อเรานึกถึงอิตาลี เราก็จะึกถึงเวนิส เพราะว่าทัศนียภาพที่งดงามของบ้านเมืองนั้นมีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่งในแบบฝั่งตะวันตก ซึ่งปัจจุบันศิลปะและสถาปัตยกรรมบางชนิดไม่สามมรถหาชมได้ที่ไหนอีกแล้ว แต่ที่เป็นจุดสำคัญของเมืองนั้นก็คือ การร่องเรือ ไปตามลำคลองรอบเมืองเวนิส

เพื่อชื่นชมความงามของบ้านเมืองที่ไม่สามรถหาดูได้ทั่วไป และนี่เองก็เป็นอีกนึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเมือง เนื่องจากเวนิสเป็นเมืองที่มีลำคลองรายล้อมเมืองทำให้ทั้งเมืองนั้นต้องตกอยู่ในสภาวะน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเวลาที่น้ำทะเลเกิดหนุนสูงขึ้น

และล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว เวนิสเกิดปัญหาน้ำท่วมหนักถึง 3 ครั้งใน 1 สัปดาห์ ถือเป็นน้ำท่วมที่มีความหนักมากที่สุดในรอบหลาย 10 ปี จนสถานที่สำคัญๆทางประวัติศาสตร์ ได้ประกาศสั่งปิดห้ามไม่เข้าไปเยี่ยมชม เพราะน้ำได้ทะลักเข้าไปสู่สถานที่ต่างๆ

จนทำให้ทางอิตาลีต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน

เนื่องจากไม่สามารถรับมือกับน้ำที่ท่วมขังอย่างมหาศาสลนี้ได้ และประเมิณมูลค่าความเสียหาย เป็นหลัก 1,000 ล้านยูโร และทางนายกเทศมนตรีได้ออกมาเรียกร้องให้ทั่วโลกนั้นตระหนักถึงอันตรายของภาวะโลกร้อนได้แล้ว.

เนื่องจากได้ส่งผลกระทบต่อเมืองที่เป็นศูนย์รวมทางวัฒนธรรมของชาวตะวันตกเอาไว้ อีกทั้งเมืองนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ดังนั้น การที่เกิดถาวะโลกร้อน และน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ก็มาจากฝีมือมนุษย์ด้วยกันทั้งโลก

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราทุกคนบนโลกใบนี้ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และในที่สุดก็ได้รับความช่วยจากคนทั่วโลกที่ระดมผ่านทวิตเตอร์ส่งมอบมาช่วยเหลือน้ำท่วมในครั้งนี้จนทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว

โดยที่นายกเทศมนตรีได้กล่าวเอาไว้ว่าที่แห่งนี้ เป็นความภาคภูมิใจของอิตาลี และมรดกโลกของทุกคน ผมขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยให้ที่แห่งนี้ส่องสว่างขึ้นอีกครั้งและนี่ก็เป็นคำกล่าวขอบคุณของท่านนายกเทศมนตรีของเมืองเวนิส

ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ว่าก็ยังคงเฝ้าระวังอยู่ตลอด เนื่องจากจ้ำสามารถที่จะท่วมเมืองเวนิสได้ตลอดเวลา และนี่ก็เป็นสัญญาณเตือนอีกหนึ่งอย่างที่โลกของเราได้เริ่มบอกให้เราทุกคนควรเริ่มที่จะหันมารักษาสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ก่อนที่จะเกิดเหตุภัยต่างที่จะมาทำลายทั้งสิ่งต่างที่มีความสำคัญต่อโลก และทำลายเราทุกคนนั้นเอง เป็นเพียงเพราะไม่ช่วยเหลือและดูแลโลกนี้ให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม

แฟชั่นมาแรงในปี 2020

ในปีที่แล้วมีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น เช่น ความนิยมในการใส่เสื้อผ้า การแต่งหน้า การทำผม หรือแม้แต่เทรนด์การกินอาหาร ซึ่งความนิยมต่างๆเหล่านี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกๆปี

สำหรับปีนี้ก็เช่นกัน เรามาดูกันว่าแฟชั่นมาใหม่ของปีนี้จะมีแนวไหนกันบ้างเรามาดูกันค่ะ

  1. ตอนนี้แฟชั่นที่นิยมกันจะออกแนวย้อนยุค เป็นการนำแฟชั่นที่เคยเป็นที่นิยมในสมัยก่อนเอากลับมาใส่กันใหม่อีกครั้ง นั่นคือแฟชั่นสีสันนีออน  ซึ่งหมายถึงการใส่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายรวมถึงกระเป๋า รองเท้าให้มีสีสันสดใส สะท้อนแสง สะดุดตา ซึ่งแฟชั่นแนวนี้เป็นของยุค 80  
  2. อุปกรณ์เทคโนโลยีเก่าๆ แนวย้อนยุค กำลังจะกลับมา เช่นพวกแผ่นเสียง หรือพวกกล้องถ่ายรูปที่ใช้เป็นฟิล์ม  เกมกดแบบเก่าอย่างพวกเกมมาริโอ้ เกมคอนท่าจะกลับมานิยมกันอีกครั้ง
  3. การปลูกต้นไม้ ตอนนี้กระแสการรักธรรมชาติกำลังมาแรง เพราะช่วงนี้หลายฝ่ายต่างร่วมแรงรวมใจกันในการลดมลพิษทางอากาศดังนั้นจะเห็นได้ว่ามีการรณรงค์เรื่องการเผาขยะ  การงดใช้ถุงพลาสติก และรวมถึงการปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อเป็นการเพิ่มความร่มรื่นลดปัญหาความร้อนได้ดี
  4. การอาบน้ำนม ซึ่งเทรนด์นี้เดี๋ยวก็ฮิต เดี๋ยวก็เลิก แต่ในปีนี้คาดว่าจะกลับมาฮิตอีกแน่นอน โดยสมัยก่อนคนที่อาบน้ำนมผิวจะเนียน นุ่ม สวย ดังนั้นสาวๆที่รักสวยรักงามจึงสรรหาวิธีการที่ทำให้ผิวสวยงาม กระจ่างใส โดยที่ไม่ต้องพึ่งสารเคมี เพื่อความปลอดภัย
  5. และกระแสที่ยังคงต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว คือกระแสการกินอาหารพวก ออร์แกนิก เพราะตอนนี้การใส่ใจต่อสุขภาพของตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมาก  ซึ่งตอนนี้มีหลายบริษัทที่เน้นผลิต ผลิตภัณฑ์ที่สามารถได้สารอาหารครบถ้วนโดยที่เราไม่จำเป็นต้องทานเนื้อสัตว์ ซึ่งนอกจากจะได้บุญแล้วสุขภาพก็ยังดีอีกด้วย
  6. เทรนด์ D.I.Y.  เทรนด์นี้ก็ได้รับความนิยมมาสักพักแล้ว เป็นการทำชิ้นงานขึ้นมาด้วยตนเอง เหมือนเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ดีกว่าการไปเที่ยว ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างสมาธิให้ดีขึ้นแล้ว ยังได้ของสวยๆงามๆที่ทำขึ้นมาเองอีกด้วยถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง
  7. Craft Coffee  เป็นการค้นคว้าหาความต้องการและรสนิยมทางด้านกาแฟด้วยตนเอง ซึ่งเทรนด์การเรียนรู้วิธีชงกาแฟเพื่อให้ถูกปากของตัวเองกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เพื่อจะได้มีรสชาติของกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
  8. การดูดวง เทรนด์นี้มีมาช้านาน เพราะการดูดวงจะช่วยเป็นที่พึงทางจิตใจของคนที่กำลังเครียด คิดมาก หรือคิดไม่ตกกับชีวิตดังนั้นกลุ่มคนกลุ่มนี้จึงมักจะต้องพึงพาหมอดู

ข่าวเด็กชายวัย2ขวบเอาปืนแม่มาแล้วเผลอยิงตัวเองเสียชีวิต

มีรายงานข่าวต่างประเทศ แจ้งเข้ามาว่าคุณแม่ชาวอเมริกันวัย 33 ปี ถูกตัดสินให้ติดคุก 24 ปีข้อหาละเลยลูกน้อยวัย 2 ขวบทำให้เกิดอุบัติเหตุกับลูกส่งผลให้หนูน้อยเสียชีวิต

          ตามรายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อประมาณเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 เมลิสสา มิเชล อดัมสัน ได้ปล่อยให้ลูกชายวัยเพียง 2 ขวบนั่งเล่นอยู่ในบ้านคนเดียว ในขณะที่ตัวของ  เมลิสสา มิเชล อดัมสัน เองนั้นเดินออกไปหน้าบ้านเพื่อไปเรียกน้องสาวให้มาหา

แต่ขณะที่เธอยังอยู่ข้างนอกบ้านเธอก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นภายในบ้าน เมื่อเธอวิ่งเข้ามาถึงในบ้านก็พบกับลูกชายของเธอถูกกระสุนปืนยิงเข้าไปในปาก โดยปืนที่เด็กน้อยนำมาเล่นนั้น เมลิสสา มิเชล อดัมสัน บอกว่าเป็นปืนของเธอเอง

โดยเธอมีการเก็บไว้เอาในลิ้นชักภายในบ้าน และมีการบรรจุลูกกระสุน ทิ้งเอาไว้  ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอมักจะถูกพวกพ่อค้ายาเสพติดมาก่อกวนเธอเป็นประจำโดยก่อนหน้านี้เธอเคยติดยาเสพติด แต่ตอนนี้ได้รับการบำบัดจนหายดีแล้ว แต่เหล่าพวกพ่อค้ายาก็ยังไม่เลิกวุ่นวายกับเธอ

ดังนั้นเธอจึงต้องพกปืนไว้ป้องกันตัว สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เมลิสสา มิเชล อดัมสัน เชื่อว่าเพราะลูกชายของเธอเข้าใจผิดคิดว่าปืนของเธอเป็นปืนฉีดน้ำ เนื่องจากลูกชายของเธอชอบเล่นปืนฉีดน้ำมาก ซึ่งเขาจะมีปืนฉีดน้ำอยู่สองกระบอก

โดยเขาอาจเข้าผิดว่าปืนของแม่ก็เป็นปืนฉีดน้ำจึงเอามาเล่น เพราะปืนของ เมลิสสา มิเชล อดัมสัน มีสีชมพู และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนและตรวจสอบที่เกิดเหตุก็พบสารเสพติดแอบซ่อนเอาไว้ด้วย

โดยธรรมชาติของเด็กจะชอบรื้อค้นทุกอย่างไปทั่ว

เราในฐานะที่เป็นผู้ปกครองจึงไม่ควรปล่อยเด็กให้เล่นตามลำพัง ถึงแม้ว่าเขาจะนั่งเล่นในบริเวณบ้านของตัวเองก็ตาม เพราะหากแม้ว่าในบ้านจะไม่มีปืนแต่ก็มีของอันตรายอย่างอื่นที่เราควรระมัดระวังให้กับเขา เช่น เขาอาจจะไปปีนป่ายตู้หรือโต๊ะ

ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ถ้าตู้หรือโต๊ะเกิดล้มทับขึ้นมา หรือเขาอาจจะไปหยิบมีดมาเล่น เพราะถึงแม้เราจะเก็บมีดไว้บนโต๊ะหรือในลิ้นชัก เขาก็อาจปีนไปหยิบหรือเปิดลิ้นชักหยิบเอามาเล่นได้ ซึ่งก็อาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เหมือนกัน

อย่างที่คนไทยบางคนเผลอปล่อยลูกไว้แป๊ปเดียว เด็กก็เดินออกมานอกบ้านเกือบโดนรถชนก็มี ดังนั้นเด็กในวัยนี้ยังต้องการดูแลเอาใจใส่ อย่าเพิ่มปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวลำพัง เพราะหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นแล้วเราเองที่จะต้องมานั่งเสียใจ