ตำรวจช่วยเหลือชายเดินเท้าจากกระบี่จะไปบ้านเกิดที่ภูเก็ต

คนไทยไม่ทิ้งกันเงินเดือนเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือชายเดินเท้าจากกระบี่จะไปบ้านเกิดที่ภูเก็ต

             เมื่อวันที่ 4 เดือนพฤษภาคม  พ.ศ. 2563 ทางสมาคมสื่อมวลชนแห่งจังหวัดพังงาได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่จังหวัดกระบี่ว่าพบเห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินอยู่ริมถนนซึ่งมุ่งหน้าเดินทางจากจังหวัดกระบี่จะไปบ้านเกิดที่จังหวัดภูเก็ต

โดยชายคนดังกล่าวนั้นไม่มีเงินติดตัวจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่จังหวัดพังงาช่วยประสานงานดูแลให้ชายคนดังกล่าวสามารถเดินทางไปถึงจังหวัดกระบี่อย่างปลอดภัยซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่จังหวัดพังงาทราบเรื่องก็ได้มีการขับรถตะเวนหาชายคนดังกล่าวตามท้องถนน

โดยเฉพาะแถวบริเวณที่เป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงาในที่สุดก็มาพบชายคนหนึ่งที่กำลังเดินอยู่ริมถนนโดยเขาใส่หน้ากากอนามัยและสวมเสื้อสีเขียวกางเกงยีนส์ขายาวทั้งยังมีการสะพายกระเป๋าเป้ 1 ใบกำลังเดินมุ่งหน้าคาดว่าจะไปทางจังหวัดภูเก็ตทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการเรียกตัว

เพื่อพูดคุยสอบถามจนได้ความว่าชายคนดังกล่าวชื่อว่านายณรงค์ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้มีการทำงานอยู่ที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานีไปหลังจากประสบปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสถานที่ทำงานของเขาปิดกิจการลงพื้นที่ทำงานด้วยกันจึงชักชวนให้เขาไปพักผ่อนอยู่ที่บ้านของเพื่อนก่อน

ซึ่งเขาได้เดินทางไปที่จังหวัดกระบี่ซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 เดือนเมษายนที่ผ่านมาหลังจากนั้นก็กักตัวอยู่ที่บ้านที่จังหวัดกระบี่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ด้วยอาจจะอยู่นานเกินไปทำให้ญาติของเพื่อนไม่พอใจที่เห็นตนไม่เดินทางไปไหนสักทีจึงได้มีการไล่ตนออกจากบ้าน

โดยบอกว่าไม่ให้อาศัยอยู่บ้านนี้แล้วทำให้นายณรงค์เก็บค่าของและเดินทางออกมาจากบ้านพักของเพื่อนที่จังหวัดกระบี่ตั้งแต่ช่วงเวลา 5:00 นหลังจากนั้นก็เดินเท้าด้วยมาเพื่อมุ่งหน้าที่จะกลับจังหวัดบ้านเกิดที่เป็นจังหวัดภูเก็ตแต่เนื่องจากไม่มีเงินติดตัวและไม่มีน้ำกินและข้าวกินจึงทำให้การเดินทางอันล่าช้า

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของจังหวัดพังงาก็ได้มีการนำนายกิตณรงค์มานั่งพักตรงด่านคัดกรองและได้มีการตรวจวัดไข้ซึ่งมีการตรวจอยู่หลายครั้งก็ไม่พบว่ามีการเป็นไข้จึงได้นำน้ำและข้าวมาให้กินหลังจากนั้นเมื่อนายกิตณรงค์พักผ่อนจนหายเหนื่อยแล้วทางเจ้าหน้าที่ของจังหวัดพังงา

จึงได้มีการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พังงา ขับรถพานายกิตณรงค์ไปส่งถึงที่บ้านที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อที่นายกิตณรงค์จะได้เดินทางถึงบ้านอย่างปลอดภัยโดยทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปส่งนายกิตณรงค์ถึงแค่ตรงด่านทางเข้าจังหวัดภูเก็ตเท่านั้นและจะมีการประสานงานให้ทางญาติเดินทางมารับตัวนักเรียน

จะลงที่ตรงด่านทางเข้าจังหวัดภูเก็ตอีกครั้งหนึ่งเพราะตรงบริเวณนั้นจะต้องมีการตรวจทดสอบเกี่ยวกับเรื่องของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าและอาจจะต้องมีการนำตัวไปกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วันก่อนถึงจะสามารถกลับไปที่บ้านพักของตนเองได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub

ดราม่าตู้ปันสุข

ดราม่าตู้ปันสุข เมื่อมี ทาง กอ. รมน. เอาตู้ปันสุขของตัวเองมาตั้งข้างๆตู้ชาวบ้านแล้วติดผลงานของตัวเอง

         เป็นกระแสดราม่าไม่หยุดไม่หย่อนเกี่ยวกับโครงการตู้ปันสุขที่มีการออกมาจากประชาชนที่อยากจะช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนที่มีการขาดข้าวสารอาหารแห้งเพื่อจะใช้ในการประทังชีวิตให้อยู่รอดในแต่ละวันดังนั้นจึงมีหลายคนที่ออกมาตั้งตู้ปันสุข

ซึ่งตู้ดังกล่าวนั้นจะมีอาหารเช่นข้าวสารประกอบของนมและน้ำดื่มมาวางไว้โดยให้ชาวบ้านที่ไม่มีเงินไปซื้ออาหารกินได้มาหยิบสิ่งของเรานี้จากตู้ปันสุขซึ่งที่ตู้นี้จะสามารถหยิบได้ฟรีโดยมีข้อแม้ว่าการหยิบของใบนั้นควรจะมีขอบเขตเพื่อให้คนอื่นได้มานำของนี้ไปใช้งานด้วย

ดังนั้นจึงควรที่จะหยิบเพียงพอใช้เท่านั้นแหละถ้าหมดแล้วก็สามารถมาหยิบใหม่ได้แต่ดราม่าเกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านหลายคนพากันนำถุงมาขนของจากตู้ปันสุขไปหมดซึ่งมีบางรายวนเวียนมาเอาของจากในตู้นั้นไปทุกวันจนเกิดเป็นกระแสดราม่าว่ามีการเห็นแก่ตัวเกิดขึ้น

และบางคนเมื่อมาแล้วไม่เจอของก็มีการตะโกนต่อว่าด่าทอเจ้าของตู้ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับเจ้าของตู้เป็นอย่างมากจนหลายคนเลิกที่จะมีการนำของมาบริจาคแบบนี้แต่โครงการนี้ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในหลายภาคจังหวัดเพราะมองว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่ประชาชนจะสามารถรับของบริจาคได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงไปยืนต่อแถวรอให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

ดังนั้นโครงการนี้นอกจากประชาชนจะช่วยกันทำแล้วรัฐบาลเองก็เริ่มออกมาสนองนโยบายนี้เช่นเดียวกันแต่ดราม่ากับเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อที่จังหวัดนราธิวาสชาวบ้านได้มีการนำตู้บรรจุซึ่งเป็นตู้ของชาวบ้านที่ร่วมใจกันทำขึ้นมาเองสำหรับคนที่พอที่จะช่วยเหลือบุคคลอื่น

ได้นำของมาวางไว้ในตู้หลังจากนั้นไม่นานได้มีการนำตู้อีก 1 ใบมาวางไว้คู่กันโดยมีการระบุว่าตู้ดังกล่าวนั้นเป็นของทางกอ. รมน.  ได้มีการนำมาวางให้กับประชาชนได้มาหยิบไปใช้บริโภคอุปโภคแต่ที่เป็นเรื่องให้เกิดตามากขึ้นเนื่องจากว่าทางกอ. รมน. ได้นำตู้ของตนเองนั้น

มาวางคู่กับตู้ของชาวบ้านเสร็จแล้วได้มีการติดป้ายขนาดใหญ่ไว้เผื่อตู้ทั้ง 2 ใบว่าเป็นโครงการของทางกอ. รมน.เพื่อมาช่วยเหลือชาวบ้านทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวรู้สึกไม่พอใจที่ทางกอ. รมน. มาติดได้เป็นลักษณะของการเอาหน้าให้กับตนเอง

โดยทั้งที่จริงแล้วก็อีกหนึ่งใบนั้นเป็นของชาวบ้านที่ช่วยกันสร้างขึ้นมานั้นเองซึ่งหลายคนมองว่าวิธีการดังกล่าวนั้นเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสมอย่างมากและอันที่จริงทางกอ. รมน. ไม่ควรนำตู้ของตนเองมาวางไว้คู่กันเพราะบริเวณนี้มีตู้อยู่แล้วหนึ่งใบซึ่งรองรับกับจำนวนชาวบ้านที่มีการอาศัยอยู่ในบริเวณนี้อยู่แล้วดังนั้นทางกอ. รมน. ควรจะนำตู้ของตนเองไปไว้ในจุดอื่นที่ยังไม่มีตู้ปันสุขนี้แทน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub สูตรบาคาร่า

พ่อเฒ่า74 ขี่จยย.วูบล้มดับ

  

ชายชราวัย 74 ปีขับรถกลางแดดจ้า จนเป็นลมล้มกลางถนน ทำให้เสียชีวิต 

           เรื่องราวของอากาศที่กำลังร้อนระอุอยู่ในขณะนี้เนื่องจากว่าประเทศไทยอยู่ในช่วงของฤดูร้อนซึ่งอากาศของประเทศไทยในปัจจุบันนี้บางวันมีอากาศร้อนอบอ้าวสูงถึง 40 กว่าองศาเซลเซียสก็มีทำให้หลายคนที่ต้องอยู่กลางแจ้งต่างก็ได้รับผลกระทบจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวนี้กันอย่างมากโดยมีรายงานข่าวเข้ามาเมื่อวันที่ 13 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563

พบว่ามีชายชราวัย 74 ปีเขาได้มีการกลับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อไปทำธุระแต่พบว่าในขณะที่มีการขับรถอยู่นั้นอากาศร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมากทำให้ชายชราวัย 74 ปีเกิดอาการวูบเป็นสาเหตุทำให้รถล้มและยังเป็นสาเหตุทำให้ชายชราวัย 74 ปีเสียชีวิต

จากเหตุการณ์รถล้มในครั้งนี้ด้วยซึ่งอุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการรับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีคนพบศพชายชราเสียชีวิตอยู่บริเวณข้างถนนโดยสภาพศพของชายชรานั้นยังมีการนอนคร่อมอยู่กับรถมอเตอร์ไซค์ของตนเองอยู่

โดยมือก็ยังมีการจับคันเร่งค้างเอาไว้หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาบริเวณที่พบศพก็ได้มีการตรวจสอบพบว่าชายชราที่เสียชีวิตดังกล่าวชื่อว่าในแก้วจึงได้ประสานงานไปยังญาติของนายแก้วให้มาตรงบริเวณที่พบศพโดยทางญาติได้มีการแจ้งว่านายแก้วนั้นปกติแล้วเป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว ด้วยอายุที่มากขึ้นประกอบกับต้องมาขับรถกลางแดดได้อาจจะทำให้นายแก้วนั้น

เกิดอาการวูบเป็นลมขึ้นมาได้ซึ่งเมื่อรถล้มแล้วอาจจะทำให้หัวฟาดพื้นจนเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตทั้งนี้ญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตแต่อย่างใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการอนุญาตให้ญาตินำศพของนายแก้วกลับบ้านเพื่อไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

       สำหรับช่วงนี้ที่มีอากาศร้อนนั้นนอกจากจะต้องระวังเรื่องของการออกมาทำงานกลางแดดจ้าแล้วการอยู่ในที่ร่มก็ยังจำเป็นต้องระวังเช่นเดียวกันเพราะถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในที่ร่มแต่อากาศร้อนอบอ้าวก็ยังคงมีอยู่ซึ่งเมื่อมีอากาศร้อนมากๆจะทำให้ร่างกายนั้นขาดน้ำได้

ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดอาการวูบหรือเป็นลมหมดสติและอาจจะเสียชีวิตจากการช็อคเพราะกายขาดน้ำนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องดื่มน้ำให้มากๆในระหว่างวันโดยลักษณะของการดื่มน้ำที่ดีนั้นควรจะต้องจิบบ่อยๆไม่ควรกินมากจนเกินไปจนเกิดอาการจุก    

ซึ่งโดยปกติแล้วในหน้าร้อนของทุกปีเรามักจะได้รับข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องของคนเสียชีวิตเพราะอากาศร้อนจนเกินไปซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเสียชีวิตจากการช็อคเพราะร่างกายขาดน้ำดังนั้นน้ำจึงจำเป็นอย่างมากในช่วงหน้าร้อนนี้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  จีคลับ เล่นออนไลน์

พบเป็นนักวิจัยที่เพิ่งค้นพบ ความลับ ครั้งสำคัญของโรคโควิด

มีคนจีนเสียชีวิตในสหรัฐตรวจสอบพบเป็นนักวิจัยที่เพิ่งค้นพบ ความลับ ครั้งสำคัญของโรคโควิด  

          มีรายงานข่าวเข้ามาว่าชายชาวจีนคนหนึ่งซึ่งเขามีอาชีพเป็นนักวิจัยที่กำลังวิจัยเรื่องเกี่ยวกับเชื้อไวรัสชนิดใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ถูกยิงเสียชีวิตตายคาที่อยู่ภายในบ้านพักของตนเองและที่สำคัญมือปืนที่ก่อเหตุยิงนักวิจัยชาวจีนคนดังกล่าวได้มีการฆ่าตัวตายตามหลังจากที่เขาได้มีการฆ่านักวิจัยจีนเรียบร้อยแล้ว

รายงานข่าวเบื้องต้นจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่ายังไม่พบเบาะแสหรือข้อมูลใดๆที่จะเกี่ยวโยงกันมาถึงเรื่องของผลการวิจัยของนักวิจัยชาวจีนซึ่งกำลังทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของไวรัส Corona สำหรับ นักวิจัยชาวจีนที่เสียชีวิตนั้นทราบชื่อต่อมาว่า คือนายปิง หลิว ซึ่งขณะนี้ เขากำลังทำงานอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก

โดย เขาทำงานเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะแพทย์ศาสตร์ ซึ่งมีคนมาพบศพว่า นาย ปิง หลิวเสียชีวิตเมื่อประมาณวันที่ 2 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ.  2563 ที่ผ่านมาโดยเขาเสียชีวิตภายในบ้านพักของตนเองคนเดียวมีร่องรอยการถูกยิงหลายนัด

โดยโดนยิงทั้งที่หัว ที่คอ ที่ตัว  ที่แขนและที่ขา  เรียกได้ว่าในร่างกายของเขานั้นมีแต่รอยกระสุนปืนเต็มไปหมด  และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสอบพื้นที่ ที่เกิดเหตุก็พบว่า ไม่ไกลจากบ้านของนายปิง หลิวพักอาศัยอยู่มากนักมีรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ซึ่งภายในรถยนต์คันดังกล่าวมีคนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์นั้นด้วย

ซึ่งเป็นการยิงตัวตายภายหลังจากที่มีการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตคนดังกล่าวนั้นชื่อนาย ห่าว กู่ ซึ่งเขามีหน้าที่ประกอบอาชีพเป็น วิศวกรซอฟต์แวร์ซึ่งหลังจากที่มีการตรวจสอบข้อมูลทำให้ทราบว่าทั้งสองคนไม่ว่าจะเป็น นายปิง หลิวและนาย ห่าว กู่ ต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดีดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการสันนิษฐานว่าคนที่ยิงนายปิง หลิง ก็น่าจะเป็นนายห่าว กู่ 

ซึ่งหลังจากนั้นน่าจะมีการกลัวความผิดหรืออาจจะมีเหตุผลอื่นใดก็ตามแต่ทำให้ในที่สุดเขาก็ลงมือก่อเหตุฆ่าตัวเองตายในรถ ใกล้กับบริเวณบ้านพักของนายปิง หลิวซึ่งเหตุผลการฆ่ากันในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องค้นหาสาเหตุต่อไปว่าเป็นปัญหาเรื่องส่วนตัวกันหรือมีปัญหาอื่นๆตามมาหรือไม่  

    หลังจากที่นายปิง หลิง เสียชีวิตนั้นก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของเขาเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้เขากำลังมีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของไวรัสโคโรนาและที่สำคัญเขากำลังค้นพบข้อมูลที่สำคัญอย่างมากเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยการแพร่พันธุ์เชื้อไวรัสโคโรนารวมถึงก็อาจจะสามารถหาวิธีการรักษาการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าก็ได้

 

ขอขอบคุณ  ufabet  ที่ให้การสนับสนุน

ไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้างพาต้าปิ่นเกล้าตรงโซนบริเวณสวนสัตว์

         เมื่อวานนี้ วันที่ 15 เดือนเมษายนปีพศ 2563 ช่วงเวลาประมาณ 11:00 น.  ผู้คนจำนวนมากได้พบกลุ่มควันลอยออกมาจากห้างพาต้าซึ่งคาดการณ์กันว่าน่าจะเกิดไฟไหม้ทางเจ้าหน้าที่ของห้างได้มีการสำรวจตรงบริเวณที่เกิดกลุ่มควันพบว่าเป็นบริเวณสวนสัตว์ของห้างพาต้าที่อยู่ชั้นบนสุดของห้าง

ซึ่งด้วยน้ำเปล่ามีแค่เพียงสัตว์เลี้ยงที่ทางห้างพาต้าทำเอาไว้เป็นสวนสัตว์ให้ผู้คนที่เดินทางมาช้อปปิ้งพากันไปเยี่ยมชมสัตว์แต่เนื่องจากในช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นไม่มีผู้คนอยู่ในห้างจึงทำให้ทำให้ผู้คนได้รับอันตรายจากความดังกล่าวและทางเจ้าหน้าที่ของห้างก็สามารถสกัดควันเอาไว้ได้จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในกรงโดยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ของห้างได้มีการออกมาให้ข้อมูลว่าควันโขมงที่เกิดขึ้นนั้นเกิดมาจากไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งอยู่ตรงบริเวณสวนสัตว์ของทางห้างพาต้าเองและแผงไฟอยู่ตรงบริเวณโซนที่เลี้ยงงูเจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยกันระบายควันไฟออกจึงทำให้ไม่มีใครสำลักควันและงูก็ไม่ได้เกิดอันตรายอะไรรวมถึงสัตว์เลี้ยงอื่นๆด้วยโดยทางห้างพาต้านั้นได้มีการปิดชั่วคราวตามนโยบายของรัฐบาลตั้งแต่ประมาณต้นเดือนมีนาคมมาแล้วซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าอย่างหนักดังนั้นทำให้และช่วงที่เกิดเหตุนั้นไม่มีใครได้รับอันตราย 

       จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปดูพื้นที่ที่บริเวณห้างพาต้าปิ่นเกล้าตรงตึกที่มีควันระบายออกมานั้นพบว่าที่เกิดเหตุเป็นโซนที่ใช้สำหรับทำเป็นสวนสัตว์ซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของห้างนั่นคือชั้น 6 โดยห้องดังกล่าวค่อนข้างที่จะมีการปิดทึบและมีเปิดช่องระบายอากาศได้น้อย

แต่เนื่องจากว่าที่ชั้นดังกล่าวนั้นได้มีการนำสัตว์เลี้ยงต่างๆออกไปจากห้างเป็นจำนวนมากแล้วเหลือเพียงแค่กูไม่กี่ตัวเท่านั้นที่อยู่ที่ชั้น 6 จึงทำให้ไม่มีสัตว์เลี้ยงตัวไหนได้รับอันตรายและตัวห้างเองก็ไม่ได้รับผลกระทบเพราะยังไม่เกิดเพลิงไหม้มีแค่ควันที่กำลังก่อตัวเท่านั้นซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าโชคดีอย่างมากที่มีคนเห็นควันลอยออกมาจากช่องระบายอากาศเสียก่อนไม่เช่นนั้น

อาจจะเกิดความสูญเสียให้กับห้างพาต้าเป็นอย่างมากและบริเวณนั้นเป็นบริเวณที่มีคนอาศัยอยู่หนาแน่นเช่นเดียวกันซึ่งมีทั้งคอนโดและห้างอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงดังนั้นหากเกิดเพลิงไหม้ขึ้นอาจจะสร้างความเสียหายให้กับบริเวณนั้นได้มาก

      ในช่วงที่ห้างสรรพสินค้าต่างๆต้องปิดกิจการชั่วคราวทำให้อาจจะมีปัญหาเรื่องของพวกไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นมาได้ดังนั้นพนักงานรักษาความปลอดภัยของห้างจึงมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลเกี่ยวกับระบบไฟต่างๆเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้ห้างสรรพสินค้าขึ้นมาได้

 

สนับสนุนโดย   สมัครยูฟ่าเบท

ชายแต่งกายคล้ายพระหลอกให้แท็กซี่ไปส่งแล้วไม่จ่ายค่าโดยสาร

    จังหวัดนนทบุรีมีการแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับคนขับรถแท็กซี่รายหนึ่งซึ่งเขาได้มีการรับพระสงฆ์รูปหนึ่งขึ้นรถแท็กซี่และตะเวนพาไปวัดต่างๆรวมทั้งสิ้น 9 วัดด้วยกันซึ่งหลังจากครบวันสุดท้ายที่เป็นวันที่ 9 แล้วพระที่นั่งมาด้วยก็หายเงียบเข้าไปและไม่ยอมจ่ายค่ารถแท็กซี่

เขาจึงได้มีการแชร์เรื่องราวนี้ให้กับกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ได้ทราบเพื่อที่จะได้ระวังประสงค์องค์ดังกล่าวโดยลักษณะของพระสงฆ์องค์นั้นจะมีคิ้วเข้มซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นพระสงฆ์จริงหรือพระสงฆ์ปลอมซึ่งหลังจากที่แท็กซี่รายดังกล่าวถูกเชิดเงินหนีไปนั้นก็ได้มีการไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจของจังหวัดนนทบุรี

และเมื่อเรื่องราวนี้มีการเผยแพร่ออกไปก็มีคนมาให้บ่อยมากมายจนเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวพระสงฆ์องค์ดังกล่าวมาได้ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นพระปลอมซึ่งเป็นการแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ซึ่งถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องของการแต่งกายล่อเลียนแบบพระสงฆ์อีกครั้ง

ในเรื่องของการโกงค่าแท็กซี่นั้นได้มีญาติของผู้ชายคนดังกล่าวติดต่อเข้ามาที่สถานีตำรวจและคนขับรถแท็กซี่ว่าจะมีการขอจ่ายเงินให้กับแท็กซี่แทนพระสงฆ์รอบนั้นทางแท็กซี่จึงไม่ได้ติดใจเอาความอะไรดูยอดเงินที่ยังไม่ได้มีการจ่ายเงินนั้นเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,809 บาท

โดยเบื้องต้นบุคคลที่มาจ่ายเงินการพระปลอมนั้นบอกว่าตนเองนั้นเป็นพี่สาวของพระปลอมที่เป็นข่าวโดยตนเองและน้องชายไม่ได้เจอกันมา 3 ปีแล้วมารู้อีกทีนึงก็พบว่าน้องชายมีข่าวว่าปลอมเป็นพระแล้วหลอกไม่จ่ายเงินแท็กซี่จึงได้ติดต่อมาเพื่อขอจ่ายเงินแทนน้องชายซึ่งเบื้องต้นจากการสอบถามน้องชายพบว่าน้องชายไม่ได้กินข้าวมา 3-4 วันแล้ว

เนื่องจากว่าไม่มีเงินเพราะตกงานจากสถานการณ์โควิด-19ทำให้ไม่รู้จะไปไหนจึงได้มีการตะเวนไปตามวัดเรื่อยๆหลังจากที่ไม่มีเงินจ่ายค่ารถแท็กซี่จึงได้ทำการหลบหนีแท็กซี่อย่างไรก็ดีทางพี่สาวของพระปลอมคนดังกล่าวก็ได้มีการเคลียร์ยอดกับทาง Taxi เรียบร้อยแล้ว

และจะมีการนำตัวน้องชายไปอยู่ด้วยพร้อมกับหางานให้ทำจากการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นพบว่าชายคนดังกล่าวนั้นเคยมี การก่อเหตุถูกจับในข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์มาแล้วและยังมีข้อหาเสพยาเสพติดรวมถึงข้อหาลักทรัพย์ 

ซึ่งชายที่ปลอมตัวเป็นพระแล้วหลอกไม่จ่ายเงินค่า Taxi นั้นชื่อว่านายดรัสวิน โดยทางญาติบอกว่าโดยปกติแล้วเขาเป็นคนดีแต่เนื่องจากสถานการณ์ช่วงนี้ทำให้เขาไม่มีเงินใช้จ่ายจึงได้มาก่อเหตุดังกล่าวโดยนายดรัสวินได้บอกถึงเหตุผลที่ให้แท็กซี่ขับรถผ่านเดินทางไปตามวัดต่างๆนั้นว่าตนเองต้องการที่จะไปกราบไหว้พระอาจารย์ที่เคารพนับถือเพราะตนเองนั้นเคยบวชเรียนมาก่อนแต่เมื่อไปถึงวัดแล้วกลับพบว่าไม่มีเงินจ่ายค่าแท็กซี่จึงได้หลบหนี

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   จีคลับ เล่นออนไลน์

หนุ่มขับรถเบนซ์ไม่พอใจมอเตอร์ไซค์

หนุ่มขับรถเบนซ์ไม่พอใจมอเตอร์ไซค์บีบแตรใส่ขับปาดหน้าลงมาทำร้ายร่างกายคู่กรณี 

         เรื่องราวของคนหัวร้อนบนท้องถนนนั้นมีมากมายเกิดขึ้นทุกวันซึ่งบางครั้งก็เป็นข่าวบางครั้งก็ไม่เป็นข่าวแต่เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมาได้มี Facebook รายหนึ่งได้มีการโพสต์ข้อความพร้อมถึงโพสต์คลิปวีดีโอ เคยเห็นเหตุการณ์เหตุการณ์ 1 บนท้องถนน

ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่น้องชายของเขาและแฟนของน้องชายเขาประสบปัญหาถูกทำร้ายร่างกายขณะที่จะมีการกลับรถตรงท้องถนนนั่นเองซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เมื่อมีคนเข้าไปชมต่างก็ไม่พอใจกับพฤติกรรมของชายหนุ่มที่ขับรถเบนซ์เป็นอย่างมากซึ่งในคลิปจะเห็นได้ว่าในขณะที่รถมอเตอร์ไซค์ซึ่งมีฝ่ายชายและฝ่ายหญิงนั่งซ้อนท้ายกันมากำลังจะถึงทางโค้งได้มีรถเบนซ์คันหนึ่งขับรถออกมาแล้วปาดหน้า

เพื่อจะโค้งตรงหัวโค้งเดียวกันหลังจากนั้นทางรถเบนซ์ก็ได้มีการลงมาจากรถและลงมาทำร้ายฝ่ายชายหลังจากทำร้ายฝ่ายชายแล้วก็ยังมีการกระชากผมฝ่ายหญิงที่ขี่มอเตอร์ไซค์ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้พี่ชายของผู้ได้รับบาดเจ็บและได้รับความเสียหายนั้นได้ออกมาบอกเล่าเรื่องราวว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากทั้งรถมอเตอร์ไซค์และรถเบนซ์กำลังจะมีการโค้งกลับรถตรงบริเวณดังกล่าวซึ่งรถเบนซ์มาทีหลัง

แต่ต้องการแซงกับรถก่อนจึงได้ทำการเบียดรถมอเตอร์ไซค์ทำให้มอเตอร์ไซค์ตกใจจึงได้บีบแตรเพื่อเป็นการเตือนแต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับชายหนุ่มที่ขับรถเบนซ์ดังนั้นเมื่อกลับรถมาได้ชายที่ขับรถเบนซ์จึงได้จอดรถและลงมาหลังจากนั้น

ก็ทำร้ายร่างกายฝ่ายชายที่ขี่มอเตอร์ไซค์และเมื่อฝ่ายหญิงเข้าไปห้ามชายหนุ่มที่ขับรถเบนซ์ก็กระชากผมฝ่ายหญิงโดยผู้ที่โพสต์ข้อความยังได้มีการถามหาความยุติธรรมให้กับน้องชายและน้องสะใภ้ของเขาซึ่งเขาได้ฝากให้คนที่เข้ามาดู Facebook นี้มีการแชร์รูปภาพของเขาออกไป

เพื่อที่จะได้ตามหาว่าชายคนที่ขับรถแป๊บนึงเขาเป็นใครเพราะต้องการให้มารับผิดชอบซึ่งเขาต้องการดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะเพียงแค่เรื่องบีทไปบนท้องถนนไม่ควรจะทำร้ายกันรุนแรงมากมายขนาดนี้

        หลังจากที่คลิปนี้มีการเผยแพร่ออกไปทำให้คนที่เห็นคลิปและชาวโซเชียลทั้งหลายต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากถึงพฤติกรรมของชายเจ้าของรถเบนซ์ที่หัวร้อนรุนแรงจนเกินไปเพียงแค่มีการบีบแตรเป็นสัญญาณเตือนก็ทำให้ต้องลงมาทำร้ายร่างกายกันและที่สำคัญที่ชาวเน็ตไม่พอใจเป็นอย่างมากเลยก็คือผู้ชายทำร้ายผู้หญิงซึ่งในคลิปจะเห็นได้เลยว่าไอ้หนุ่มที่ขับรถเบนซ์นั้นกระชากหัวไฟอย่างแรง

 

ขอขอบคุณ  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย  ที่ให้การสนับสนุน

ธุรกิจให้เช่าสินสอด “เสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้”

       ธุรกิจให้เช่าสินสอด ถูกเปิดให้บริการมาตั้งแต่ ปี 2018  จนถึงปัจจุบันนี้ก็เป็นระยะเวลาร่วม 3 ปีกว่าแล้ว นับเป็นธุรกิจแปลกที่ใหม่และเป็นที่น่าตกใจแก่ผู้ที่ได้ยิน

แต่เชื่อไหมว่า จากการสอบถามไปยังเจ้าของธุรกิจได้รับคำตอบมาว่า ที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการของทางบริษัท  อยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มไฮโซและดารา

      เจ้าของธุรกิจให้เช่าสินสอดในวันแต่งงาน ผู้นี้มีชื่อว่า คุณข้างกาย เอรียาสกุล ลูกค้าจะรู้จักกันในนามบริษัทโรแมนทิส จำกัด ซึ่งก่อตั้งเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย  ก่อนที่จะมาเป็นธุรกิจให้เช่าสินสอด คุณข้างกายได้เล่าว่า เธอเคยประกอบธุรกิจให้เช่ารถสำหรับเป็นพร๊อพไว้ตกแต่งเพื่อช่วยสร้างบรรยากาศในงานพิธีต่างๆอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่

แต่ก็ต้องประสบปัญหาเพราะว่ามีคู่แข่งเป็นจำนวนมาก  เธอจึงเริ่มคิดที่จะหาธุรกิจอื่นๆมาทำ จนกระทั่งพบว่าธุรกิจให้เช่าสินสอดยังไม่มีผู้ใดทำมาก่อน  และเธอก็คิดได้ว่า “ในสังคมไทยปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องการรักษาหน้าตาเป็นสำคัญ สังเกตได้จากเวลาบ้านไหนจะมีงานแต่งงาน ก็จะต้องไปทำเรื่องกู้เงินมาเพื่อเป็นค่าสินสอด”  เพราะฉะนั้นธุรกิจให้เช่าสินสอดน่าจะไปได้ดี  จึงตัดสินใจริเริ่มทำธุรกิจนี้ขึ้นมา 

       คุณข้างกายได้ใช้ Facebook เป็นสื่อกลางที่เอาไว้ติดต่อกับลูกค้า  มีการเปิดให้เช่าเงินและทองแท่ง  โดยคิดค่าเช่าเริ่มต้นที่ 50,000 บาท ต่อจำนวนเงินสด 1,000,000 บาท  ส่วนทองแท่งมีน้ำหนักแท่งละ 10 บาท คิดค่าเช่าแท่งละ 5,000  บาท

       ขั้นตอนในการเช่าก็คือ ให้ลูกค้าแจ้ง วัน-เวลา สถานที่จัดงาน และจำนวนเงินที่ต้องการ  หลังจากนั้นบริษัทจะทำการเช็คคิวว่าว่างหรือไม่ ถ้าหากว่างงานนี้ลงทำได้ ก็จะให้ลูกค้าโอนเงินเข้ามามัดจำก่อน 50%  โดยลูกค้าต้องส่งหลักฐานบัตรประชาชนและการ์ดแต่งงานเข้ามาที่บริษัทฯ จากนั้นจะส่งใบสัญญาให้ลูกค้าดู เมื่อตกลงโอเคแล้วก็จะนัดเจอกันเพื่อเซ็นสัญญาตัวจริง โดยที่ในส่วนของเงินสินสอดทางบริษัทจะนำไปให้ในวันงานด้วยตัวเอง และจะทำตัวเหมือนเป็นหนึ่งในแขกที่มาร่วมงาน  รออยู่จนพิธีเสร็จก็เก็บสินสอดที่ให้เช่ากลับ

        ไม่เฉพาะแค่สินสอดเท่านั้นที่ให้เช่า  ยังมีบริการจัดหาแขกร่วมงานหรือแม้กระทั่งพ่อแม่ของฝ่ายเจ้าบ่าวเจ้าสาวเธอก็จัดหาให้ได้ การบริการตรงนี้ทุกคนในครอบครัวของทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเองนั้นรับรู้มาก่อนล่วงหน้า เพราะฉะนั้นอาชีพของเธอจึงไม่ได้ทำเพื่อหลอกลวงใคร

     ในปัจจุบันนี้มีคนทำธุรกิจให้เช่าค่าสินสอดเกิดขึ้นจำนวนมาก  แต่เธอสามารถบอกให้ลูกค้ามีความมั่นใจในการเลือกที่จะใช้บริการกับบริษัทของเธอ  เนื่องจากบริษัทของเธอมีเครดิตดีมาโดยตลอด และมีรายการโทรทัศน์หลายรายการเชิญไปออกอยู่มาก ลูกค้าสามารถตรวจเช็คตรงนี้ได้   

     

สนับสนุนโดย   Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ปัญหาเพื่อนบ้านสร้างที่จอดรถบนถนนสาธารณะ

         มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ออกมาโพสต์เล่าถึงปัญหาของเธอกับเพื่อนบ้านว่าตอนนี้กำลังมีข้อพิพาทกันอยู่และเธอไม่รู้ว่าเธอจะต้องทำอย่างไร หรือร้องเรียนกับหน่วยงานไหน เพราะแจ้งปัญหาไปที่นิติบุคคลของหมู่บ้านก็ไม่ได้รับการแก้ไข

ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวได้เล่าเรื่องราวของเธอตั้งแต่ต้นเลยว่า เธอมาซื้อบ้านทาวน์เฮ้าของหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่เมื่อประมาณสามปีก่อน ซึ่งเธอได้เลือกบ้านที่อยู่ท้ายซอยเนื่องจากว่าซอยดังกล่าวเป็นซอยตันและบ้านหลังที่เธอเลือกนั้นมีลมพัดเย็นสบายดี และวิวตรงบ้านเธอก็สวยเพราะมีสวนของชาวบ้านปลูกต้นไม้ไว้สวยงาม แต่เมื่อเธออยู่ได้ไม่นานก็เริ่มมีปัญหากับเพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับบ้านของเธอ

โดยครั้งแรกเกิดจากปัญหากลิ่นขยะของเพื่อนบ้านโชยเข้ามารบกวนเธอและคนในบ้าน ทำให้เธอต้องไปคุยและตกลงกับเพื่อนบ้านซึ่งก็ได้รับการแก้ไขปัญหา ต่อมาก็มีปัญหาอื่นอื่นตามมาอีกมากมาย ทั้งเรื่องเล็กบ้าง หรือเรื่องใหญ่บ้าง แต่เธอก็พยายามคุยด้วยดีมาตลอดและพยายามที่จะอดทน เพราะยังไงก็ต้องอยู่ในซอยเดียวกันไปอีกนาน

แต่ล่าสุดเพื่อนบ้านของเธอได้ก่อปัญหาให้กับเธออีกครั้งด้วยการมาก่อสร้างทำโรงจอดรถไว้ตรงสุดซอย ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณะของหมู่บ้านตรงระหว่างบ้านของเธอกับบ้านของเพื่อนบ้าน ซึ่งปกติตรงนี้เพื่อนบ้านมักจะนำรถยนต์มาจอดทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งครั้งนี้ที่เพื่อนบ้านทำเธอรู้สึกไม่โอเค มากจึงได้ไปคุยกับเพื่อนบ้าน แต่เพื่อนบ้านของเธอกลับบอกว่าตรงนี้ไม่ได้ขวางทางใคร

เพราะเป็นซอยตันอยู่แล้ว ดังนั้นเขาสามารถสร้างที่บังแดดให้กับรถได้ อีกอย่างที่เขาสร้างเขาก็ไม่ได้ลงเสาลงไปบนถนน เขาแค่ทำหลังคายื่นมาเขาไม่ผิดและจะไม่รื้อถอนออก และเพื่อนบ้านยังบอกอีกว่า ในหมู่บ้านนี้มีหลายซอยมากที่ทำแบบเธอ หากจะให้เธอรื้อถอนออกก็ต้องให้คนอื่นในซอยของหมู่บ้านรื้อถอนออกให้หมด

เขาจะไม่ยอมรื้อถอนอยู่บ้านเดียว ทำให้เธอและแฟน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรได้ จึงได้นำเรื่องราวออกมาเพื่อโพสต์ระบาย ถึงความเดือดร้อนที่เธอกำลังได้รับจากการกระทำของเพื่อนบ้าน ซึ่งตอนนี้เพื่อนบ้านคนดังกล่าวไม่พอใจเธอมาก หลังจากนี้ก็คงมองหน้ากันไม่ติด อาจจะต้องมีเรื่องทะเลาะกันอีกหลายเรื่องตามมา 

    สำหรับปัญหาเพื่อนบ้านทะเลาะกันนั้นมีปัญหากันแทบทุกจะหมู่บ้าน เพราะต่างคนต่างนิสัยและต่างที่มา ดังนั้นใครที่ได้เพื่อนบ้านดีจึงเหมือนกับถูกหวยเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  สมัครคาสิโนออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

วัยรุ่นขับรถพุ่งชนร้านข้าวทำนักศึกษาสาวเสียชีวิตทุกอย่างไม่มีใบขับขี่

มีรายงานข่าว เข้ามาเกี่ยวกับคดีสะเทือนขวัญรถชนคนจนเสียชีวิตที่จังหวัดชลบุรีโดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงได้พบรถกระบะสีดำพรุ่งหัวเข้าไปในร้านข้าวซึ่งเปิดเป็นร้านข้าวไข่เจียวตั้งอยู่ริมถนน อยู่ติดกับร้านสะดวกซื้อในที่เกิดเหตุยังพบศพนักศึกษาสาวคนหนึ่ง

ซึ่งเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยบูรพาโดยขณะเกิดเหตุนักศึกษาสาวคนหนึ่งกล่าวกำลังนั่งกินข้าวไข่เจียวอยู่ก่อนที่จะถูกรถกะบะพุ่งเข้าชนจนเสียชีวิตนอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบความเสียหายจากอุบัติเหตุในครั้งนี้โดยมีรถยนต์ที่จอดอยู่ถูกชนเสียหายรวมทั้งสิ้น

สามคันรวมถึงรถกระบะได้พุ่งชนกำแพงของห้องพักแห่งหนึ่งพังสร้างความเสียหายเป็นอย่างมากอยู่ในที่เกิดเหตุได้พบคนขับรถกระบะเป็นชายหนุ่มต่อมาทราบอายุประมาณ 17 ปีซึ่งยังไม่มีใบขับขี่โดย ชายหนุ่มได้กล่าวว่าตนเองขับรถกระบะมาเพื่อจะมาหาซื้อข้าวกินด้วยตอนที่ลงจากรถมาได้สตาร์เครื่องทิ้งไว้เราได้ลงไปซื้อของหลังจากซื้อของเสร็จแล้วกลับขึ้น

มาขึ้นรถยังไม่ทันทำอะไรอยู่อยู่รถก็เพิ่งออกไปเองซึ่งตนเองพยายามที่จะ เหยียบเบรคแล้วแต่ก็ไม่ทันการณ์รถกระบะได้พุ่งชนเข้าไปในร้านขายข้าวไข่เจียวเสียก่อนซึ่งจากการสันนิษฐานเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดการณ์เอาไว้ว่าอาจจะเกิดจากสาเหตุชายหนุ่มเข้าเกียร์ผิดหรือไม่เช่นนั้นก็น่าจะเกิดจากอาการรถเกียร์ค้างซึ่งคงต้องรอหน่วยพิสูจน์หลักฐานเข้ามาทำการพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริงกันต่อไปส่วนเด็กชายก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เรามักจะเห็นว่าปัจจุบันผู้ปกครองมักจะปล่อยลูกหลานที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะให้ขับรถยนต์โดยไม่เกรงกลัวหรือว่าบุตรหลานของตนเองจะไปประสบอุบัติเหตุที่ไหนอย่างก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวเด็กเก้าขวบขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุรวมถึงเด็กที่อายุยังน้อยอีกหลายคนที่ผู้ปกครองปล่อยให้ ขับรถยนต์เองได้แล้วซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง

เพราะเด็กอายุยังน้อยยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอในการตัดสินใจหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นดังนั้นเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุผู้ปกครองควรใส่ใจความปลอดภัยของบุตรหลานให้มากกว่านี้โดยหากบุตรหลานยังไม่ได้ทำใบขับขี่ก็ไม่ควรปล่อยให้บุตรหลานต้องขับรถไปมาบนท้องถนน

เพราะนอกจากจะเกิดอันตรายจากตัวบุตรหลานของคุณเองแล้วยังสร้างความเสียหายและอันตรายให้กับผู้อื่นบนท้องถนนอีกด้วยทางที่ดีหากยังไม่มีใบขับขี่ก็ไม่ควรขับรถจะเป็นการปลอดภัยที่ดีที่สุด

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์