จรรยาบรรณที่สื่อสารมวลชนของประเทศไทยควรจะคำนึง

จากเหตุการณ์กราดยิงเมืองโคราช ได้มีการสูญเสียผู้คนบริสุทธิ์ไปหลายชีวิต และ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆที่เสียสละชีพเข้าไปจับกุมผู้ร้าย และให้ความช่วยเหลือต่อประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่นั้น นอกจากมูลเหตุจูงใจและความบ้าคลั่งของผู้ก่อการร้ายหลายนี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้คนทางโซเชียลมิเดียวพูดถึงมากที่สุดคือ สื่อ ที่ทำการรายงานข่าว ไม่มีการนำเสนอข่าวและข้อมูลได้อย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่ถกเถียงและออกมาเรียกร้องสังคมไปถึงช่องสื่อเหล่านี้ว่า ประเทศควรที่จะรื้อและทำการปฏิรูปการนำเสนอข่าว

และข้อมูลของวงการสื่อสารมวลชน แต่อย่างไรแล้วสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่พอใจนั้นก็เป็นเพราะ สื่อเหล่านั้นไม่มีและไม่พึงระลึกถึงจรรยาบรรณของวงการสื่อสารมวลชน ซึ่งในบทความนี้เราจะนำจรรยาบรรณของสื่อมาบอกกล่าวต่อกัน เพื่อให้ทุกคนได้ลองพิจารณาดูว่า สื่อเหล่านั้นทำผิดจรรยาบรรณจริงหรือไม่ มีทั้งหมดดังนี้

  1. ปฏิบัติให้อยู่ในขอบเขตของความเหมาะสม
  2. ไม่สร้างข่าวขึ้นเอง
  3. ต้องเสนอข้อเท็จจริงทั้งหมดแก่ผู้รับสาร
  4. ไม่ก้าวก่ายสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น
  5. ไม่บังคับบุคคลให้พูด
  6. ซื่อสัตย์ต่อบุคคลที่ต่อสู้เพื่อสังคม
  7. ซื่อสัตย์ต่อบุคคลที่นำมากล่าวถึงในคอลัมน์
  8. รักษาไว้ซึ่งความลับของแหล่งข่าว
  9. ไม่ปิดบังอำพรางข่าวที่นำเสนอ
  10. ไม่ขายข่าว เพื่อเงิน หรือความพอใจส่วนตัว
  11. ละเว้นจากการเข้าร่วมพรรคการเมือง
  12. ต้องบริการคนส่วนรวม มิใช่บริการคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
  13. ช่วยต่อสู้และปราบปรามอาชญากร
  14. ต้องเคารพ และช่วยผดุงกฏหมายบ้านเมือง
  15. สร้างความสัมพันธ์อันดีแก่ชุมชน
  16. ไม่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างญาติและเพื่อนของผู้อื่น
  17. คำนึงว่าการหย่าร้าง การฆ่าตัวตายนั้น เป็นปัญหาสังคมสิ่งหนึ่งไม่ควรเสนอข่าวไปในเชิงไม่สุภาพ
  18. อย่ากล่าวโจมตีคู่แข่ง
  19. อย่าหัวเราะเยาะความวิกลจริต จิตทราม หรือพลาดโอกาสของบุคคล
  20. เคารพนับถือวัด โบสถ์ เชื้อชาติ และเผ่าพันธุ์ของบุคคล 
  21. หน้ากีฬาควรเขียนถึงทุกๆ คน
  22. แก้ไขข้อผิดพลาดที่พบในทันที
  23. จำไว้ว่าข่าวที่นำเสนอนั้น มีเยาวชนชายหญิงอ่านด้วย

ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นกฎจรรยาบรรณของวงการสื่อสารมวลชนที่บุคลากรในหน่วยงานนี้จะต้องพึงระลึกและคำนึงถึงมันเป็นที่สำคัญ แล้วคุณละมีความคิดเห็นอย่างไรกับสื่อที่ได้นำเสนอข่าวออกมาเช่นนั้น แต่ก็ไม่ใช่สื่อทุกช่องที่จะนำเสนอโดยไร้จรรยาบรรณ เพราะยังมีสื่อข่าวในบางช่องทำงานและหน้าที่อย่างเหมาะสมตามหลักของจรรยาบรรณสื่อสารมวลชนอย่างเที่ยงตรง หากได้ลองการนำเสนอข้อมูลและข่าวของสื่อบาช่องมาพิจารณาโดยใช้หลักจรรยาบรรณทั้ง 23 ข้อแล้ว เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าสื่อได้ละเมิดต่อจรรยาบรรณเป็นอย่าง ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้คนเรียกร้องถึงการปฏิรูปวงการสื่อของประเทศไทยเป็นอย่างมาก

เสี่ยโป้ ใจดีวางเงินประกันตัวเพื่อช่วยเหลือหญิงท้องแก่

เสี่ยโป้ ใจดีวางเงินประกันตัวเพื่อช่วยเหลือหญิงท้องแก่ ข้อหาลักทรัพย์ไม่ให้ติดคุก

             ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จังหวัดสมุทรปราการได้รับแจ้งเหตุจากพนักงานของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่เป็นห้างใหญ่ของจังหวัดสมุทรปราการว่า มีคนมาลักขโมยสินค้าภายในห้าง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปจับกุมคนที่ขโมยของภายในห้าง ซึ่งเมื่อไปถึงพบว่าคนร้านที่ขโมยของนั้นเป็นหญิงสาวท้องแก่ใกล้คลอด และเมื่อตำรวจได้มีการตรวจค้นสิ่งที่หญิงท้องแก่ขโมยไปนั้น

มีแค่เสื้อผ้า อาหาร และของใช้ภายในครังเรือน เช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาซักผ้าเท่านั้น ซึ่งรวมราคาสินค้าที่มีการขโมยไปนั้นประมาณ สองพันบาทเท่านั้น  และขณะที่ถูกจับกุมตัวเอาไว้ในห้องขังนั้น ปรากฎว่าหญิงท้องแก่ เกิดเจ็บท้องขึ้นมากระทันหัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะหญิงท้องแก่เจ็บท้องคลอดลูก

ซ่ึงเมื่อข่าวนี้ได้มีการเผยแพร่ออกไป ทางด้านเสี่ยโป้ อานนท์ ก็รู้สึกสงสารครอบครัวของหญิงสาวมากจึงได้ให้ลูกน้องและทนายความเดินทางมาประกันตัวหญิงท้องแก่ออกจากห้องขัง ด้วยวงเงินประกันตัวจำนวน เก้าหมื่นบาท . หลังจากที่หญิงสาวคลอดลูกและได้ออกจากโรงพยาบาล พอรู้ว่ามีคนมาช่วยประกันตัวให้ก็ดีใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนักข่าวได้ไปขอสัมภาษณ์หญิงสาว เธอบอกว่าเธอดีใจมากและขอขอบคุณเสี่ยโป้ที่ช่วยเหลือในครั้งนี้และเธอสัญญาว่าเธอจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

ที่ทำไปเพราะเธอเดือดร้อนจริงจริง เนื่องจากครอบครัวของเธอมีฐานะยากจน สามีทำงานหาเงินอยู่คนเดียวได้เงินเดือน เพียงเดือนละ หมื่นบาทเท่านั้น ทำให้ไม่พอใช้ในแต่ละเดือน เธอจึงต้องมาขโมยของแบบนี้ เธอยังกล่าวอีกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาลักทรัพย์แต่อย่างใดแต่เธอมีความจำเป็นเนื่องจากว่าเธอมีเงินไม่พอใช้และลูกสาวของเธอก็อยากได้ของหลายอย่าง

เธอไม่มีเงินพอที่จะซื้ออยากได้มาก่อเหตุขโมยของในห้างสรรพสินค้าในครั้งนี้จึงถูกทางเจ้าหน้าที่ รปภ. ของห้างควบคุมตัวได้และถูกส่งตัวให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งการที่เสี่ยโป้เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้เธอดีใจมากๆและสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

        เนื่องจากตอนนี้เศรษฐกิจประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่ประชาชนตกงานกันเป็นจำนวนมากและหลายคนไม่มีเงินที่จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนทำให้ตอนนี้ประชาชนเริ่มหันมาเป็นขโมยรวมถึงเป็นโจรโดยเราจะสังเกตได้ว่ามีข่าวมากมายที่มีคนมาปล้นร้านทองรวมถึงปล้นธนาคารและล่าสุดนี้ก็คือยังมาขโมยของในห้างอีกซึ่งทำให้เราได้รู้ว่าประชาชนคนไทยกำลังเดือดร้อนเป็นอย่างมากมันจะส่งผลให้ประเทศไทยมีโจรขโมยชุกชุมมากขึ้นกว่าเดิม 

อาร์เตต้ากล่าวยกย่องมอยส์ที่วางรากฐานให้ทอฟฟี่

มิเกล อาร์เตต้ากุนซือใหม่ถอดด้ามของเอฟเวอร์ตัน กล่าวถึงการเติบโตในงานฟุตบอลของเขาเป็นเพราะว่าเขาได้วิชาความรู้จาก เดวิด มอยส์ ส่วนมอยส์เวลานี้ไปเป็นผู้จัดการทีมเวสต์แฮม ซึ่งหลายฝ่ายก็ค่อนขอดว่าหมดยุคของกุนซือชาวสก๊อตแลนด์ผู้นี้แล้ว

เวสต์แฮมจะเดินทางไปเยือนอาร์เซนอลเกมวันเสาร์ โดยทั้งคู่จะได้พบกันในฐานะคู่แข่ง หลังจากที่ทั้งคู่เคยทำงานร่วมกันในช่วง 6 ปีครึ่งที่อยู่ที่เอฟเวอร์ตัน มอยส์เซ็นอาร์เตต้ามาจาก โซเซียดัดเมื่อเดือนมกราคม 2005 และ อาร์เตต้าก็ได้มาคุมทีมอาร์เซนอล 

ซึ่งเดวิด มอยส์หลังจากที่คุมทอฟฟี่ เมน แล้วเขาก็ย้ายไปคุมแมนยู เมื่อปี 2014 และน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดเพราะเขาไม่อาจนำความสำเร็จสู่แมนยู หลังการจากไปของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เลย 

อาร์เตต้ากล่าวถึงนายเก่าว่า ผมชื่นชอบเขานะ ผมดูวิธีการจัดการนักเตะของเขา เขาทำงานกับนักเตะอย่างไร  อาร์เตต้ามองว่าบางครั้งก็ต้องดูสิ่งแวดล้อม ,นักเตะรอบข้าง ดูอะไรหลายอย่าง บางคนเล่นดีกับผู้จัดการทีมคนนี้แต่เล่นไม่ดีกับผู้จัดการทีมคนอื่น

เขาทำงานหนักมากนะ ผมมองว่าเขามีคาแร็กเตอร์ของตัวเอง ด้วยความเป็นที่คนสก๊อตมันทำให้เขามีบุคลิกที่น่าประทับใจ ผมสนุกสนานภายใต้การคุมทีมของเขา ผมคิดว่าหลายคนวิจารณ์เขาในทางที่รุนแรงเกินไป เขามีความสัมพันธ์อย่างยอดเยี่ยมกับนักเตะ

โดยสถานการณ์ของมอยส์ อยู่ในช่วงยากลำบากเพราะว่าต้องพาทีมเวสต์แฮมหนีตกชั้นให้ได้ 

เขาพยายามเข้ามาปรับปรุงทีม และนำเรื่องราวใหม่ๆ อัพเดตให้นักเตะ เขาไม่ใช่ผู้จัดการทีมที่นั่งอยู่กับที่  ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เขาก็ยังทำเหมือนเดิม เขาเป็นคนที่นำสิ่งที่ดีที่สุดและพยายามทำสิ่งที่เหมาะสมอให้ทีม

อาร์เตต้าอาจจะส่ง แจ๊ค วิลเชียร์อดีตเพื่อนร่วมทีมที่อาร์เซนอลลงสนามด้วยก็ได้ โดยวิลเชียร์ไม่ได้ลงสนามตั้งแต่เดือนตุลาคมเพราะว่าบาดเจ็บ เขาเป็นเหมือนปรากฏการณ์เลยทีเดียว ผมเสียใจต่อแจ๊คด้วย เมื่อผมอยู่ที่นี่ผมชอบดูเขาซ้อมทุกวันนะ 

อาร์เซนอลมีโปรแกรมวันเสาร์ โดยหากทีมเก็บชัยชนะในวันเสาร์นี้ได้ พวกเขาจะชนะรวดกว่า 3 เกม และโอกาสแย่งอันดับที่สี่ยังพอมีความหวัง

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาไม่มีใครพูดถึงการไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเลย อาร์เตต้ากล่าวว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่ว่าเวลานี้เรากำลังจะกลับมา ผมคิดว่าเราทำได้นะแต่ว่าต้องดูกันเกมต่อเกมเลยทีเดียว โดยทีมอันดับ 4 คือเชลซีที่นำหน้าพวกเขากว่า 8 แต้ม

กีฬาโอลิมปิก

สุดแสนจะเลวร้าย หลังมีการนำสนามโอลิมปิก เมื่อครั้งซาราเยโวเกมส์ 1984 มาทำเป็นลานประหาร

   เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกีฬาโอลิมปิกที่มักจะมีการจัดประจำกันต่อเนื่องซึ่งจะมีการหมุนเวียนไปตามแต่ละประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งข่าววันนี้จะมีการย้อนไปในช่วงโอลิมปิกในปี 1984 ซึ่งเป็นโอลิมปิกที่จัดขึ้นในฤดูหนาวของประเทศยูโกสลาเวีย  โดยประเทศเจ้าภาพนี้ได้เลือกเมืองซาราเยโว เป็นเมืองที่สำหรับจัดงานกีฬาโอลิมปิก มีการจัดตกแต่งสถานที่เอาไว้อย่างสวยงามซึ่งก็เหมือนกับทุกประเทศที่เคยเป็นเจ้าภาพรวมถึงประเทศไทยด้วย

เหตุการณ์ที่สนามกีฬาดังกล่าวได้นำมาจัดเป็นสถานที่จัดงานโอลิมปิกนั้น เมื่อเวลาผ่านไป 36 ปี ตอนนี้สนามกีฬาดังกล่าวก็เหลือเพียงเป็นแค่ซากปรักหักพักเพียงเท่านั้น ไม่มีใครที่จะนำสนามดังกล่าวมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นอีก จึงได้กลายเป็นสนามร้างที่ไม่ค่อยมีใครกล้าที่จะเดินผ่านเข้าไปใกล้อีกเลย และเพราะด้วยเหตุนี้ทางสื่อหนังสือพิมพ์ชื่อดังอย่างเดอะซัน

จึงได้ทำการข้อมูลออกมาเพื่อนำมาตีแพร่ให้คนทั่วไปรู้กันว่าสนามกีฬาส่วนใหญ่ที่เมื่อสิ้นสุดการจัดงานกีฬาโอลิมปิกแล้ว แต่ละประเทศเขาเอาสนามกีฬาเหล่านั้นมาทำอะไรกันบ้าง และเมื่อมาหาข้อมูลขอประเทศยูโกสลาเวียแล้วก็พบว่า สนามกีฬาของที่นี่ไม่มีใคนสนใจใยดีมานานมากแล้ว เหลือเพียงซากความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากสงครามในช่วงปี ค.ศ. 1992-1995 เท่านั้น

และที่สำคัญซากปรักหักพังเหล่านั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีหน่วยงานไหนพร้อมที่จะเข้ามาบูรณะซ่อมแซมอีกเลย แต่ที่เป็นข่าวและสร้างความสะเทือนใจสุดแสนที่เลวร้ายเป็นอย่างมากนั่นก็เพราะว่า สถานที่ที่เราเคยเห็นความงามในช่วงที่มีการแข่งขันกีฬากันนั้น ถูกนำมาเป็นสถานที่เอาไว้ประหารคน เหมือนกับเป็นเกมฆ่าคนกลางลานประหาร  ห้องพักนักกีฬาถูกนำมาเป็นห้องขังของนักโทษแทน และตรงจุดที่เป็นแท่นรับเหรียญรางวัลกลับถูกนำมาเป็นจุดตัดคอนักโทษ

สำหรับการทำสงครามที่เกิดขึ้นที่บอสเนีย เป็นสงครามระหว่างศาสนาระหว่างศาสนาคริสต์ละศาสนาอิสลาม ซึ่งภายหลังก็ได้มีการเจรจาสงบศึกกันและมีการทำสนธิสัญญาร่วมกันเรียกว่า สนธิสัญญาเดย์ตัน แลถึงแม้สงครามจะมีการจบสิ้นไปแล้ว

แต่หากใครที่ได้มาพบเห็นสถานที่อันทรงเกียรติของนักกีฬาถูกนำมาเป็นสถานที่ในการฆ่าฟันคนก็คงรู้สึกเศร้าและเสียใจไม่ต่างกัน ดังนั้นทีนี่ผู้คนจึงไม่มีใครที่จะกล้าเข้ามากล้ำกลายเพราะประวัติที่ผ่านมาไม่ค่อยน่าประทับใจที่ควรจะกลับมาเยี่ยมชมสักเท่าไหร่ ดังนั้นที่นี่จึงเหลือเพียงแค่ซากความเสียหายที่กาลเวลากำลังจะทำลายทุกอย่างลงไปไม่มีเหลือให้แม้เศษซากที่น่าจดจำ

ความด่างพร้อยของฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลกใครว่าจะไม่การโกงกัน หากจะเรียกว่าโกงก็อาจจะแรงไป แต่ฟุตบอลโลก 2002

นั้นถือว่าเป็นฟุตบอลโลกที่มีการจัดการแข่งขันที่ทำให้เกิดการด่างพร้อยที่สุดของฟีฟ่า เพราะฟุตบอลโลกครั้งนี้มีสองชาติในทวีปเอเชียที่ร่วมกันจัดการแข่งขันระหว่างทีมชาติญี่ปุ่นและทีมชาติเกาหลีใต้ แต่ชาติที่ทำงามหน้าให้กับฟีฟ่าต้องอายก็คือ ทีมชาติเกาหลีใต้ นี่สิ

โดยทีมชาติเกาหลีใต้เจ้าภาพ ผ่านรอบแรกมาได้ด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่ม ซึ่งต้องมาโคจรยอดทีมจากอิตาลี ที่ยุคนั้นมีนักเตะเก่งๆ อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น ต๊อดติ , คันนาวาโร่, บุฟฟ่อน หรือ เดลปิเอโร่ ซี่งไล่รายชื่อมาแล้วนั้นต้องบอกว่าสุดยอดเอามากๆ แต่

ดราม่าก็บังเกิดขึ้นเมื่อการแข่งขันนัดนี้ มีอะไรหลายๆอย่างที่สร้างความน่าอายให้กับวงการฟุตบอลโลก คนแรกที่หลายคนต้องทำความรู้จักกันก่อนก็คือ ผู้ตัดสินชาวเอกวาดอร์ ที่มีนามว่า ไบรอน เอกาโน่ เพราะตลอดทั้งเกมที่ผ่านสายตาแฟนบอลทั่วโลกที่นักเตะอิตาลี

โดนเตะล้มลุกคลุกคลาน จากทีมฝั่งของทีมเกาหลีใต้ แต่นักเตะแดนโสมไม่เคยโดนเรียกฟาวล์ เลยทั้งๆที่บางจังหวะยังไงก็ต้องฟาลว์ แต่แล้วผู้ตัดสินเหมือนทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น เกมในวันนั้น มีทั้งจังหวะเตะ ศอก และก้านคอ จังหวะ ห้าสิบห้าสิบ มีแผลแตกถึงกับเลือดอาบหน้า

ยิ่งทำให้นักเตะเกาหลียิ่งได้ใจ โดยเกมวันนั้นกับเป็นทีมอิตาลี ที่โดนใบเหลืองไปถึงสี่ใบ และทีมเกาหลีใต้โดนไปแค่สองใบ เมื่อครบเก้าสิบนาที ต้องต่อเวลาด้วยกฎโกลเด้นโกล และเมื่อเวลาเดินทางมาถึง นาทีที่ 103 เมื่อจังหวะที่ ต๊อดติ เลี้ยงบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ และโดนนักเตะเกาหลีใต้ เตะล้มลงในเขตโทษ เสียงนกหวีดดังขึ้นทันที

ซึ่งคนทั้งโลกเข้าใจว่านี่คือจุดโทษ แต่กลับกลายเป็นว่าอิตาลีฟาลว์ ข้อหา ต๊อดติ พุ่งล้มและเท่านั้นยังไม่พอ กรรมการควักใบเหลืองใบที่สอง ไล่ต๊อดติ ออกจากสนามทำให้ทีมอิตาลีเหลืออยู่แค่ 10 คน และยังไม่หนำใจ มีจังหวะที่อิตาลียิงประตูได้ แต่กลับถูกเป่าว่าล้ำหน้า จนกระทั่งนาทีที่ 117 ฮวานจุงวาน ยิงประตูเข้าไป ทำให้อิตาลีตกรอบไปในที่สุด

ซึ่งหลังจากจบเกมกลายเป็นดร่าม่าขึ้นมาทันที เมื่อหลังจากจบฟุตบอลโลก อิตาลี ประกาศยกเลิก เวิรต์เพอร์มิต นักเตะเกาหลีทันที ซึ่งทำให้ ฮวานจุงวาน ที่ยิงประตูชัยในวันนั้น และเล่นอยู่กับเปรูจา ที่อิตาลี ต้องโดนเนรเทศออกนอกประเทศทันที ส่วนไอ้กรรมการตัวดี ไบรอน เอกาโน่ ก็โดนขึ้นบัญชีห้ามเข้าประเทศอิตาลีทันที และนี่คือความด่างพร้อยของฟุตบอลโลกในครั้งนี้

ทำไมสื่อต้องมีจรรยาบรรณ

ทำไมเราต้องเข้าใจเรื่องของจรรยาบรรณสำหรับสื่อ

สื่อที่ว่านี้หมายถึงสื่อข่าวในทุกๆช่องทาง ต้องขอเท้าความก่อนว่าทำไมถึงต้องยกประเด็นเรื่องของจรรยาบรรณในวงการสื่อสารมวลชน เริ่มต้นมาจากข่าวที่ผ่านมาไม่นานนี้ ที่ได้มีนายทหารคลั่งคนหนึ่งยิงกราดที่เมืองโคราช ซึ่งทำให้มีผู้คนบริสุทธิ์เสียชีวิตเป็นจำนวนหนึ่ง และ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆที่ได้เข้ามาเป็นกองกำลังเสียสละได้รับบาดเจ็บและชีวิตลง

แน่นอนว่าข่าวใหญ่ขนาดนี้สิ่งที่ทำให้เราทราบว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้นั้นส่วนหนึ่งมาจากสื่อ ที่ลงพื้นที่อย่างรวดเร็วและรายงานข่าวอย่างสม่ำเสมอ

จึงกลายเป็นประเด็นใหญ่ในเวลาต่อมา เมื่อการนำเสนอข่าวและข้อมูลของสื่อบางช่องนั้นดูไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อ ทำให้ผู้คนต่างออกมาแสดงความไม่พอใจกันอย่างมากทางสื่อโซเชียลมิเดีย ซึ่งได้ถกเถียงและทำการเรียดร้องให้ปฏิรูปในวงการสื่อสารมวลชนของประเทศไทยเสียใหม่

นั้นเป็นเพราะสื่อไทยไร้จรรยาบรรณในสิ่งที่ควรจะทำ แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่า สื่อไร้จรรยาบรรณ จากสื่อที่เป็นประเด็นอยู่ตอนนี้ได้ทำการแสดงข้อมูล และได้ทำหน้าที่ที่ไม่เป็นอันควรต่ออาชีพ ซึ่งถือว่าผิดกฎของผู้สื่อข่าว ได้มีงานวิจัยตัวหนึ่งพูดถึงสื่อว่า สื่อ เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่งสาร

ในเหตุการณ์กราดยิงแบบนี้ว่าสื่อจะช่วยเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น หรือช่วยลดความรุนแรงน้อย การผลิตถือว่าเป็นไปได้อย่างอิสระ ผู้ที่เป็นสื่อได้เปรียบตรงที่ว่าคุณมีพื้นที่ต่อการนำเสนองานแล้ว แต่อยู่ที่ว่าคุณจำเลือกนำเสนองานในรูปแบบไหน

 

เชื่อเถอะว่าไม่มีหน่วยงานไหนกล้าทำสื่อแน่นอน

เพราะคนลุ่มนี้ถืออภิสิทธิ์ให้ติดตามข่าว และนำข่าวมารายงานต่อประชาชนหรือผู้รับสารนั้นเอง หากแต่ในเหตุการณ์กราดยิงที่เมืองโคราชนี้ ทำให้เห็นแล้วว่าสื่อของไทยบางช่องนั้นยังไม่ข้อบกพร่องอยู่มาก ทำงานไม่ตรงหน้าที่ เปิดเผยข้อมูลข่าวทั้งหมด ละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งก่อให้เกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เพราะสื่อจะทราบดีอยู่แล้วว่าผู้รับสารจะหวั่นไหวต่อข่าว แต่อินต่อข่าวเป็นอย่างมาก ทำให้สื่อเล่นกับความรู้สึกจุดนี้ของประชาชน

ที่จะทำให้เชื่อไปตามเข้าที่ได้นำเสนอ เพราะเหตุผลเหล่านี้แหละ หลายคนจึงออกมาเรียกร้องว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรจะปฏิรูปการนำเสนอข่าว การนำเสนอข้อมูล ของวงการสื่อสารมวลชน ให้ตะหนักถึงจรรยาบรรณของอาชีพผู้นำสื่อ ไม่เช่นนั้นแล้วสื่อก็ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างไปกว่าฆาตกร เช่นเดียวกับเราที่รอการรับสาร ก็ควรที่จะไตรตรองและพิจารณาข่าวสารเหล่านั้นให้ดีอย่างถี่ถ้วนเสียก่อนที่จะหลงเชื่อไป เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเราอาจจะตกเป็นเหยื่อจากข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงเหล่านั้นได้

กีฬา-นูโน่เผย VAR ทำให้นักเตะเฮไม่สุด

 

นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้กุนซือของวูลฟ์ หล่นความเห็นว่า VAR ทำให้นักฟุตบอลต้องลังเลในการฉลองชัยว่าจะเป็นประตูหรือไม่ และทำให้เกมการเล่นของนักฟุตบอลคล้ายกับหุ่นยนต์ หลังจากที่วิลลี่ โบลี่ยิงประตูได้แต่ว่าไม่ถูกตัดสินให้เป็นประตูในเกมที่เสมอเลสเตอร์ 0-0

ลูกโหม่งของกองหลังชาวฝรั่งเศส ถูกปฏิเสธเพราะว่าส้นเท้าของเปโดร เนโต้เพื่อนร่วมทีมล้ำหน้า นูโน่เปิดเผยว่าลองดูสิ VAR ทำให้การฉลองประตูของนักเตะดูกร่อยลงไปเยอะเลยทีเดียว ซึ่งทีมหมาป่าถูกปฏิเสธหลังจากที่ส่งลูกบอลเข้าประตูไปแล้วกว่า 4 ครั้ง 

รวมถึง VAR ในเกมที่พวกเขาเสมอเลสเตอร์แบบไร้สกอร์ 0-0 หลังจากที่ลีอันเดร เดน ดองเคอร์ของวูลฟ์ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายก่อนหน้านี้ VAR ก็ไม่ให้เป็นประตูเช่นกัน 

นับว่าทีม หมาป่า วูลฟ์ เป็นทีมที่โชคร้ายมาก เป็นค่ำคืนวันศุกร์ที่โหดร้ายของแฟนบอลอย่างแท้จริง อารมณ์เหมือนกับว่าคุณถูกปล้นชัยชนะ ผมเข้าใจว่ากฎต้องเป็นกฎแต่ว่า จังหวะนั้นมันชัดเจนแล้วหรือ ผมรู้สึกหัวเสียอย่างามาก แต่ถึงอย่างไรก็ตามทีมเราก็ต้องพยายามเล่นให้ดีที่สุด เล่นเต็มที่ทุกจังหวะแม้ไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นประตูหรือไม่ก็ตาม

นักเตะเกิดความงุนงงกับการตัดสิน ผมมองว่าทีมเราโชคร้ายทีมเราควรได้รับอะไรที่มันมากกว่านี้ 

ครั้งแรกของฤดูกาลที่ทีมได้รับผลกระทบจาก วิดิโอช่วยตัดสิน VAR คือเกมที่พวกเขาเสมอไบรท์ตัน 2-2 เกมเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม

ด้านความเห็นของคอเนอร์ โคดี้ กัปตันทีมวูลฟ์บอกว่าการตัดสินด้วย VAR มันไม่เวิร์กหรอกและมันทำให้เกิดความสับสนมาก

โคดี้กล่าวว่า ใครล้ำหน้าหรอ โยต้าหรือเปล่า มันเป็นจากจังหวะเตะมุมนะ เกมที่พบเลสเตอร์เราน่าจะชนะ ผมไม่เข้าใจเรื่องการตัดสินใจของกรรมการเลย

หลายฝ่ายออกมาค้านเรื่องการตัดสินด้วย VAR ทำให้ฟุตบอลเสียอรรถรสเกินไป ซึ่งการล้ำหน้าแม้เพียงแค่เสี้ยวมิลลิเมตรเดียวก็ถือว่าเป็นการล้ำหน้า กฎการเทคโนโลยีใหม่ตามแบบฉบับของพรีเมียร์ลีก อังกฤษถึงแม้ว่าจะมาช้าแต่ก็จัดว่าทำตามมาตรฐานเป๊ะๆ ยิ่งกว่าลีกชั้นนำอื่นๆ 

แต่เชื่อว่าไปอีกสักระยะหนึ่งหลายฝ่ายจะยอมรับกันเอง เพราะว่าการตัดสินด้วยวิธีนี้มีทั้งทีมที่ได้รับผลประโยชน์และทีมที่เสียประโยชน์ แต่หากว่าทีมไหนเสียประโยชน์จากการตัดสินมาโดยตลอดก็คงมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมแน่ๆ

และสำหรับบอลไทยลีก เราก็มีมาตรฐานการตัดสินโดยนำ VAR เข้ามาช่วยตัดสิน ซึ่งเรื่องนี้จะทำให้การโต้เถียงจากสโมสรฟุตบอลมีน้อยลง และทีมต่างๆ ต้องยอมรับคำตัดสินด้วย

แฟร์นันเดสเปิดตัวกับผีแดงหลังยืดเยื้อมานาน

ข่าวกีฬาวันนี้ แฟร์นันเดสเปิดตัวกับผีแดงหลังยืดเยื้อมานาน

ในที่สุด แมนยูของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาก็คว้าตัวบรูโน่ แฟร์นันเดส นักเตะที่ดีที่สุดของสปอร์ติ้ง ลิสบอนมาจนได้ โดยค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 80 ล้านยูโร หรือ 67.76 ล้านปอนด์ 

นับเป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่งของ เอ็ด วู้ดเวิร์ดที่ก่อนหน้านี้ถึงกับโดนแฟนบอลบุกถึงบ้านมาแล้ว เพราะว่าผลงานของแมนยูตกต่ำ แพ้แม้กระทั่งเบิร์นลี่ย์ คาบ้าน 0-2 โดยวู้ดเวิร์ดได้ดีลกับผู้อำนวยการสโมสรของสปอร์ติ้ง ฮูโก้ วิอาน่า โดยสัญญาจริงจะจ่ายเริ่มต้นก่อนที่ 55 ล้านยูโร  บวกกับออพชันเสริมอื่นรวมแล้วได้ถึง 80 ล้านยูโร

ทีมดังจากโปรตุเกสจะได้โบนัสจาก ยูไนเต็ดหากว่า แฟร์นันเดสพาทีมปิศาจแดงคว้าแชมป์ และจะได้เงินเพิ่มอีก 15 ล้านยูโร หากว่าตัวนักเตะได้รับรางวัลบัลลง ดอร์

รายงานว่าบาร์ซ่า ก็เสนอเงินเป็นค่าตัวแฟร์นันเดสมากกว่า แมนยูเล็กน้อยแต่ว่าทีมจากสเปนจะซื้อเขาในช่วงซัมเมอร์ แต่สปอร์ติ้งต้องการขายนักเตะออกไปช่วงนี้เลยมากกว่า 

โดยเป็นการย้ายมาก่อนตลาดปิดวันศุกร์ที่ 31 มกราคม และเซ็นสัญญาที่สนามซ้อมแคร์ริงตัน วันพุธที่ 29 มกราคมนี้ นับเป็นนักเตะชื่อดังรายแรก หลังจากที่โอเล่ เข้ามาคุมทีม

สำหรับประวัติของแฟร์นันเดสเขาเคยย้ายมาเล่นนอกโปรตุเกสมาแล้ว กับซามพ์โดเรีย และประกาศชัดเจนว่าเขาต้องการสวมเสื้อหมายเลข 10 ที่แมนยู

มิดฟิลด์โปรตุเกส ปัจจุบันอายุ 25 ปี และแสดงความมั่นใจว่าเขาจะโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในการเล่นที่อังกฤษแน่

โดยก่อนหน้านี้ เขาเคยย้ายจากเบาวิสต้า สู่โนวาร่า ในลีกอิตาลีด้วยวัยเพียง 17 ปี เพื่อหาโอกาสลงสนามเล่นทีมชุดใหญ่ ต่อมาเขาก็ย้ายไปเล่นที่อูดิเนเซ่ อยู่ที่อูดิเนเซ่ 3 ปี โอกาสของเขาก็มาถึงเมื่อซามพ์โดเรียภายใต้การคุมทีมของโรแบร์โต้ มันชินี่ (อดีตเทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลี) ให้ความสนใจในตัวเขา

ที่อูดิเนเซ่ เขาเล่นในบทบาทเดียวกับ อันเดรีย ปิร์โล่คืออยืนอยู่หน้าเซนเตอร์ฮาล์ฟ เขาแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและเล่นได้ดีกับ ลาซามพ์ ทำให้แฟนบอลเริ่มคาดหวังในตัวเขามากขึ้น

ในโอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่ริโอ เดอ จาเนโร เขาสวมหมายเลข 10 ให้โปรตุเกสรับบทบาทเพลย์เมกเกอร์ ต้องคิดติดตามกันต่อไปว่า เขาจะแกร่งพอที่จะเล่นลีกใหญ่อย่างพรีเมียร์ลีกหรือไม่

ด้านนักเตะที่ย้ายออกจากโรงละครแห่งความฝันก็มีเช่นกันคือ คริส สมอลล์ลิ่งที่ย้ายไปโรม่าและ แอชลี่ย์ ยังที่ย้ายไปอินเตอร์ 

ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวบางกระแสว่าแฟนบอลเรียกร้องให้ปลด กุนซือชาวนอร์เวย์พ้นทีม แต่ว่าโซลชากล่าวว่าขนาดเจอร์เก้น คล็อปป์ยังใช้เวลาปรับจูนทีมลิเวอร์พูลมากกว่า 4 ปีกว่าที่จะมีวันนี้ 

ภาพยนตร์ Sex Education

ภาพยนตร์ Sex Education ถูกกีดกัน

หากคุณเป็นชอบดูภาพยนตร์ใน Netflix คุณคงไม่พลาดที่จะดูภาพยนตร์เรื่อง Sex Education อย่างแน่นอน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้กระแสการดูของวัยรุ่นนั้นมากขึ้น หากอาจแค่เชื่อเรื่องก็คงจะคิดว่ามันต้องเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์แน่นอน

ถูกต้องแล้วที่คุณจะคิดแบบนั้น นั้นจึงทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา จากผู้ใหญ่หรือผู้ปกครอง ที่เห็นว่าลูกหลานของตนเองนั้นได้ดูหนังเรื่องนี้ และออกมากีดกัดห้ามให้เด็กหรือวัยรุ่นไทยนั้นดูภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอันขาด

 

เพราะจะทำให้เกิดพฤติกรรมที่ลอกเลียนแบบตามในเนื้อเรื่องของภาพยนตร์

ทำให้เราลุ่มคนเยาวชน วันรุ่น คนหนุ่มคนสาว ได้ออกมาโต้ตอบและพูดถึงการกีดกันการห้ามดูภาพยนตร์เรื่องในโลกโซเชียลอย่างมากมาย ต่างก็บอกว่า ผู้ใหญ่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้กันแล้วหรือไม่ หรืออ่านแค่เพียงชื่อเรื่องเท่านั้น รวมไปถึงการบอกว่าเพราะแบบนี้ไงประเทศไทย

ถึงมีปัญหาของการตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุน้อยๆ เพราะเอาแต่ปิดกันหรือไม่ทำการสอนเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่แท้จริง จนทำให้ต้องไปทดลองทำกันเองโดยไม่มีความรู้ เลยทำให้เป็นปัญหาแบบทุกวันนี้ และในเวลาต่อมาได้มีคนออกมาทำข้อสรุปว่าการรับชมภาพยนตร์เรื่อง Sex Education ได้สาระและความรู้อะไรบ้าง

1.สุขภาพจิต

2.การหย่าร้าง

3.ความกดดันของวัยรุ่น

4.การเติบโตมากับพ่อแม่ LGBT

5.ความรุนแรงทางเพศ

6.ยาคุมฉุกเฉิน

7.กามโรค

8.ความชอบทางเพศเฉพาะจุด (Fetish)

9.ภาวะช่องคลอดหดแกร่ง

10.ภาวะไร้เพศ

ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากข้อสรุปทั้งหมด 10 ข้อนี้นั้นมีเนื้อหาสาระที่ถูกนำมาเสนอมากกว่าเรื่องเพศก็มี เพราะแต่ละอย่างนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้จริง

หลายคนพบปัญหาเหล่านี้แล้วมักที่จะไม่กล้าตัดสินใจไปพบแพทย์หรือปรึกษาใคร เลือกที่จะเก็บปัญหาเอาไว้และแก้ไขมันคนเดียว ภาพยนตร์เรื่องจึงเปรียบเสมือนตัวแทนที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความจริงได้เป็นอย่างดี

เพราะได้สอดแทรกความรู้ และสาระมากมายเอาไว้ได้ศึกษา เพราะมันไม่ได้มีแค่เรื่องการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้นที่ถูกถ่ายทอด แล้วถ้าหากให้พูดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์ที่นำในเสนอในเรื่อง ก็ไม่ฉากที่มาสอนการมีเพศสัมพันธ์อย่างกับหนังผู้ใหญ่ แต่ในภาพยนตร์เรื่องสอนการมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกวิธี เช่น การที่คุณไม่พร้อมจะมีลูก การมีเพศสัมพันธ์อย่างถูกต้องคือจะป้องกัน

อย่างการใช้ถุงยาง หรือกินยาคุม และหากคุณมีเพศสัมพันธ์โดยพลาด ในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็พูดถึงการใช้ยาคุมฉุกเฉิน เป็นต้น เพราะฉะนั้นภาพยนตร์เรื่องจึงเป็นภาพยนตร์ที่ดีมากๆอีกเรื่องที่ควรดู และไม่ควรถูกกีดกัด หรือถ้าหากมองว่ายังมีฉากที่รุนแรง อยากให้จะพ่อแม่ผู้ปกครองดูไปพร้อมๆกับลูกของท่านและทำการแนะนำไปพร้อมกับการดูภาพยนตร์

เวนิสน้ำท่วมหนักมากที่สุดในรอบ 50 ปี

เราทุกคนวันนี้รู้ดีกันว่าโลกของเรากำลังประสบปัญหาเกี่ยวสภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลเป็นอย่างมากต่อประเทศต่างๆที่มีประเทศชายฝั่งติดกับทะเล เนื่องจากน้ำแข็งขั้วโลกของเรากำลังละลายลงทุกปี จนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทั่วโลก

กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่คนทั้งโลกควรตระหนักถึงปัญหานี้ได้แล้ว

ก่อนที่จะสายเกินแก้ หลายปีที่ผ่านมานี้ธรรมชาติได้ส่งสัญญาณเตือนเราบ่อยมาก ทั้งน้ำท่วม พายุ สึนามิ และแผ่นดินไหว แต่ที่เป็นปัญหามาโดยตลอดและมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นมากเรื่อยๆ อย่างปัญหาน้ำท่วมนั้น ได้กลายเป็นปัญหาที่เราไม่มีทางแก้ได้

เนื่องจากระดับน้ะทะเลที่สูงมากขึ้นนั้นส่งผลให้น้ำที่ไหลตามแม่น้ำสมควรที่จะไหลลงทะเลแต่ว่าน้ำเหล้านั้นกับไม่สามารถไหลลงไปสู่ทะเลได้เนื่องจากมีน้ำทะเลที่หนุนสูงขึ้น และแผ่นดินเกิดทรุดตัวและลดระดับต่ำลงกว่าน้ำทะเล จึงส่งผลให้เมืองต่างๆที่ติดกับชายฝั่งนั้นกลายเป็นเมืองบาดาล ยกตัวอย่างเวนิส เป็นต้น

เวนิสนั้นถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญกับประเทศกับประเทศ อิตาลีเป็นอย่างมาก

เมื่อเรานึกถึงอิตาลี เราก็จะึกถึงเวนิส เพราะว่าทัศนียภาพที่งดงามของบ้านเมืองนั้นมีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่งในแบบฝั่งตะวันตก ซึ่งปัจจุบันศิลปะและสถาปัตยกรรมบางชนิดไม่สามมรถหาชมได้ที่ไหนอีกแล้ว แต่ที่เป็นจุดสำคัญของเมืองนั้นก็คือ การร่องเรือ ไปตามลำคลองรอบเมืองเวนิส

เพื่อชื่นชมความงามของบ้านเมืองที่ไม่สามรถหาดูได้ทั่วไป และนี่เองก็เป็นอีกนึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเมือง เนื่องจากเวนิสเป็นเมืองที่มีลำคลองรายล้อมเมืองทำให้ทั้งเมืองนั้นต้องตกอยู่ในสภาวะน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเวลาที่น้ำทะเลเกิดหนุนสูงขึ้น

และล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว เวนิสเกิดปัญหาน้ำท่วมหนักถึง 3 ครั้งใน 1 สัปดาห์ ถือเป็นน้ำท่วมที่มีความหนักมากที่สุดในรอบหลาย 10 ปี จนสถานที่สำคัญๆทางประวัติศาสตร์ ได้ประกาศสั่งปิดห้ามไม่เข้าไปเยี่ยมชม เพราะน้ำได้ทะลักเข้าไปสู่สถานที่ต่างๆ

จนทำให้ทางอิตาลีต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน

เนื่องจากไม่สามารถรับมือกับน้ำที่ท่วมขังอย่างมหาศาสลนี้ได้ และประเมิณมูลค่าความเสียหาย เป็นหลัก 1,000 ล้านยูโร และทางนายกเทศมนตรีได้ออกมาเรียกร้องให้ทั่วโลกนั้นตระหนักถึงอันตรายของภาวะโลกร้อนได้แล้ว.

เนื่องจากได้ส่งผลกระทบต่อเมืองที่เป็นศูนย์รวมทางวัฒนธรรมของชาวตะวันตกเอาไว้ อีกทั้งเมืองนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ดังนั้น การที่เกิดถาวะโลกร้อน และน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ก็มาจากฝีมือมนุษย์ด้วยกันทั้งโลก

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราทุกคนบนโลกใบนี้ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และในที่สุดก็ได้รับความช่วยจากคนทั่วโลกที่ระดมผ่านทวิตเตอร์ส่งมอบมาช่วยเหลือน้ำท่วมในครั้งนี้จนทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว

โดยที่นายกเทศมนตรีได้กล่าวเอาไว้ว่าที่แห่งนี้ เป็นความภาคภูมิใจของอิตาลี และมรดกโลกของทุกคน ผมขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยให้ที่แห่งนี้ส่องสว่างขึ้นอีกครั้งและนี่ก็เป็นคำกล่าวขอบคุณของท่านนายกเทศมนตรีของเมืองเวนิส

ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ว่าก็ยังคงเฝ้าระวังอยู่ตลอด เนื่องจากจ้ำสามารถที่จะท่วมเมืองเวนิสได้ตลอดเวลา และนี่ก็เป็นสัญญาณเตือนอีกหนึ่งอย่างที่โลกของเราได้เริ่มบอกให้เราทุกคนควรเริ่มที่จะหันมารักษาสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ก่อนที่จะเกิดเหตุภัยต่างที่จะมาทำลายทั้งสิ่งต่างที่มีความสำคัญต่อโลก และทำลายเราทุกคนนั้นเอง เป็นเพียงเพราะไม่ช่วยเหลือและดูแลโลกนี้ให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม