เฒ่าฝรั่งตาย 3 วันแล้วเพื่อนบ้านไม่รู้  ชาวบ้านเห็นออกมากวาดใบไม้และเลี้ยงหมาอยู่หน้าบ้าน ปกติ

           ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านให้ช่วยเข้ามาดูบ้านหลังหนึ่งเนื่องจากว่าสงสัยว่าใช่เจ้าของบ้านจะเสียชีวิตเพราะมีกลิ่นเน่าโชยออกมาจากภายในบ้าน   โดยบ้าน สั่งดังกล่าวนั้นมีนายวิลเลียมซึ่งเป็นชายชาวอังกฤษวัย 74 ปีเป็นเจ้าของบ้านอาศัยอยู่เพียงคนเดียว

          อย่างไรก็ตามหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงบริเวณหน้าบ้านก็พบกลิ่นเหม็นเน่าลอยออกมาจากตัวบ้านจึงได้มีการเปิดประตูเข้าไปข้างในซึ่งหลังจากที่เปิดเข้าไปภายในบ้านก็พบว่านายวินซึ่งเป็นเจ้าของบ้านนะนอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพักชั้นล่างของตนเอง

โดยมีสุนัขของนายวิน 2 ตัวนั่งเฝ้าศพอยู่ข้างๆ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วพบว่าศพของนายวินัยเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วันเนื่องจากสภาพศพนั้นเน่าและขึ้นอืดแล้ว

        อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตรงพื้นที่ใกล้เคียงกับบ้านหลังดังกล่าวนั้นต่างก็บอกว่าก่อนหน้านี้ในวินเดินทางไปบ้านที่กรุงเทพฯและเพิ่งเดินทางกลับมาไม่นานซึ่งช่วงที่กลับมาแรกๆนั้นในวินเคยพูดว่าปวดหัวหลังจากนั้นชาวบ้านก็ไม่เห็นในวินออกมานอกบ้านอีกเลยในช่วงเวลากลางวันพื้นบ้านมักจะได้ยินเสียงในช่วงเวลากลางคืน

และบางคนก็ยังเห็นในวินออกมากวาดใบไม้รวมถึงมานั่งเล่นกับสำนักอยู่ตรงบริเวณหน้าบ้านซึ่งล่าสุดในรุ่นชายคนหนึ่งอายุ 19 ปียังให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวด้วยว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเขายังเห็นในเวลานั่งเล่นอยู่หน้าบ้านอยู่เลยซึ่งในตอนนี้เขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจกับบอกว่านายวินนั้นเสียชีวิตมานานแล้วหลายวัน 

         อย่างไรก็ตามเพื่อนบ้านได้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าโดยปกติร้านนายวินนั้นไม่ค่อยออกมาส่งสิงห์กับเพื่อนบ้านมากนักทักทายกันถ้าหากเจอกันบ้างเล็กน้อยเพียงเท่านั้นปกติแล้วเขาจะอยู่ภายในบ้านและเล่นกับสุนัขตามลำพังซึ่งส่วนใหญ่เขาก็จะนอนเล่นอยู่ตรงบริเวณหน้าบ้าน

     หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาศพของนายวินไปทำการส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลชาวบ้านต่างก็จับกลุ่มคุยกันเป็นอย่างมากกับเรื่องราวความเร้นลับน่ากลัวซึ่งเพื่อนบ้านหลายคนนั้นเกิดความหวาดกลัวกับวิญญาณของนายวินที่มาแสดงให้เพื่อนบ้านได้เห็นโดยชาวบ้านอาจจะมีการรวมตัวกันเพื่อเชิญพระสงฆ์มาทำบุญให้กับนายวินอีกครั้งหนึ่ง 

 อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามหาญาติตัวของนายวินเพื่อให้มารับศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามความเชื่อทางศาสนาต่อไป 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ติดต่อ ufabet

ร้านอาหารเปิดบริการรูมเซอร์วิส หลัง สบค. ห้ามนั่งกินที่ร้าน เจอ ตำรวจบุกปรับทัศนคติ

            ในช่วงนี้มีกระแสดราม่าของเหล่าบรรดาร้านอาหารต่างๆออกมาอยู่เป็นจำนวนมากหลังจากที่ทางด้านรัฐบาลและทาง สบค. ได้ออกมาประกาศขอความร่วมมือร้านค้าที่เปิดขายอาหารในพื้นที่จังหวัดโซนสีแดงว่าให้มีการเปิดขายอาหารได้

เฉพาะการซื้ออาหารกลับไปกินที่บ้านเท่านั้นและห้ามลูกค้านั่งกินในร้านอาหารอย่างเด็ดขาดซึ่งถ้าหากใครฝ่าฝืนก็จะมีความผิดและถูกปรับ

       ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศออกมาก็มีร้านอาหารเป็นจำนวนมากที่ต้องออกมาหาวิธีการดึงดูดลูกค้าให้ไปใช้บริการของร้านตนเองเพราะการที่เปิดร้านอาหารเพื่อให้ลูกค้าซื้อกลับไปกินที่บ้านอย่างเดียวนั้น  มีลูกค้าจำนวนน้อยมากที่จะเข้ามาซื้ออาหารเพื่อกลับไปกินที่บ้านทำให้รายได้ของร้านอาหารนั้นลดลงเป็นจำนวนมากดังนั้นทางร้านอาหารจึงมีวิธีการใหม่ๆเพื่อเป็นการบริการลูกค้าในร้านอาหารทีมีการเกิดดราม่าเกิดขึ้นในครั้งนี้นั้นก็คือร้าน Daddy g’s Smoke & brew 

              ซึ่งร้านนี้เปิดขายอาหารเป็นร้านอาหารชื่อดังที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมากแต่หลังจากที่มีการประกาศว่าห้ามให้ลูกค้ากินอาหารที่ร้านนั้นทำให้จำนวนลูกค้าลดลงดังนั้นเจ้าของร้านอาหารจึงได้มีแนวความคิดที่จะเพิ่มยอดขายให้กับทางร้านโดยที่ยังอ้างอิงคำสั่งของรัฐบาลที่ไม่ให้นั่งกินภายในร้านโดยเจ้าของร้านอาหารและมีการเปิดบริการ room service ขึ้น

โดยตำแหน่งเป็นห้องให้ลูกค้านั้นสามารถเข้าไปกินอาหารภายในห้องดังกล่าวได้โดยมีเงื่อนไขของการเข้าไปใช้บริการ room service ดังกล่าวว่าลูกค้าจะต้องมีการสั่งอาหาร 500 บาทขึ้นไปถึงจะสามารถใช้บริการ room service ได้ฟรี 1 ชั่วโมงและเพิ่มขึ้นทุก 500 บาทก็จะเพิ่มจำนวนทุกๆ 1 ชั่วโมงเข้าไปแต่ถ้าเกิดว่ากินอาหารในครั้งนั้นเกิน 5000 บาทขึ้นไปก็ไม่ต้องเสียค่าบริการค่าเช่าห้อง room service เลยทั้

             งนี้หลังจากที่มีการออกมาแชร์ถึงวิธีการให้บริการลูกค้าของทางร้านปรากฏว่ามีลูกค้าให้ความสนใจเป็นอย่างมากและมีการทำการจองอาหารภายในร้านและห้อง room service เอาไว้ซึ่งหลังจากที่มีการแชร์วิธีการนี้ก็ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นต้องบุกไปถึงที่ร้าน  Daddy g’s Smoke & brew

เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจกับทางเจ้าของร้านว่าถึงแม้ว่าจะเปิดเป็นแบบ room service และให้บริการเฉพาะคนในครอบครัวที่จะเข้าไปนั่งในห้องดังกล่าวได้นั้นแต่วิธีการนี้ก็เหมือนกับการที่เปิดให้ลูกค้านั่งกินที่ร้านโดยเป็นการเปิดห้องพิเศษให้นั่นเอง

         ซึ่งไม่สามารถทำได้เพราะวิธีการนี้ก็จะไม่แตกต่างกับการที่ลูกค้านั่งทานอาหารที่ร้านดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอความร่วมมือกับทางเจ้าของร้านDaddy g’s Smoke & brew  ให้มีการเปิดขายเฉพาะนำกลับไปกินที่บ้านอย่างเดียว

ซึ่งล่าสุดทางด้านล้านDaddy g’s Smoke & brew ได้ออกมาโพสต์ผ่านทาง Facebook ของร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยมีการขอบคุณลูกค้าที่ให้ความสนใจอาหารที่ร้านและจะเปิดขายเฉพาะการกลับไปกินที่บ้านเท่านั้นถึงแม้ว่าการขายแบบนี้ลูกค้าจะน้อยแต่เพื่อต้องทำตามเงื่อนไขของรัฐบาลทางร้านอาหารก็จะมีการปฏิบัติตามกฎนั่นเอง       

 

สนับสนุนโดย   คาสิโน ปอยเปต

หญิงสาวอัดคลิป รักษาโควิดฟรีทุกโรงพยาบาลไม่มีจริง

               เมื่อวันที่ 26 เดือนเมษายน ปี พ.ศ 2564 ได้มีหญิงสาวคนหนึ่ง อัดคลิป ระบายเกี่ยวกับความอึดอัดใจแล้วมีการโพสต์ลงใน Facebook  พร้อมทั้งยังมีการขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องจากว่าแม่ของเธอนั้นตรวจพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิช-

โดยในคลิปนั้นหญิงสาวได้มีการพูดถึงการที่เธอพาแม่ไปรักษาอาการของโรคประจำตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งโดยแม่ของเธอนั้นจะต้องไปทำการพ่นยาแต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้มีการตรวจหาเชื้อไวรัส covid ให้กับคุณแม่ของเธอและผลปรากฏออกมาว่ามีผลเป็นบวกทำให้คุณแม่ของเธอนั้นจำเป็นต้องรักษาอาการติดเชื้อไวรัสโควิดร่วมด้วย

               ซึ่งเธอได้มีการสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวเนื่องจากว่าเธอนั้นได้ติดตามข่าวสารผ่านทางสื่อต่างๆโดยรัฐบาลมีการออกมาแจ้งผ่านสื่อว่าถ้าประชาชนคนไหนไปที่โรงพยาบาลแล้วพบว่าตนเองติดไวรัสโควิช- ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลเอกชน

หรือโรงพยาบาลของรัฐบาลสามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนั้นได้ทันทีและไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นดังนั้นเมื่อเธอเห็นว่าแม่ของเธอนั้นชราภาพมากแล้วและยังมีโรคประจำตัวจึงต้องการให้แม่รักษาอาการติดเชื้อไวรัสโควิดทันทีแต่ทางโรงพยาบาลปฏิเสธการเข้ารับการรักษาฟรี

             โดยระบุว่าโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวนั้นไม่ได้เข้าร่วมกับรัฐบาลเพราะรัฐบาลไม่ได้มีการออกเงินค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยให้กับทางโรงพยาบาลซึ่งถ้าหากเธอต้องการให้คุณแม่ของเธอเข้ารับการรักษาอาการโควิชเธอจะต้องมีค่าใช้จ่ายให้กับโรงพยาบาล

โดยทางโรงพยาบาลระบุค่าใช้จ่ายออกมาว่าถ้าหากเป็นการรักษาอาการติดเชื้อไวรัสโควิดเพียงแค่ 5 วันเท่านั้นเธอจะต้องจ่ายค่ารักษาประมาณแสนห้าแต่ถ้าเกิดว่าอาการติดเชื้อรุนแรงและใช้ระยะเวลาในการรักษาต่อเนื่อง 15 วัน

จะต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 2 แสนบาทและถ้าเกิดว่าอาการของคุณแม่ของเธอทรุดหนักต้องเข้ารักษาในห้อง ICU เพื่อจะต้องหาเงินมาจ่ายให้กับทางโรงพยาบาลเป็นจำนวนเงินสูงถึง 5 แสนบาท

          ซึ่งเธอมองว่าสำหรับคนจนไม่มีทางที่จะมีเงินเป็นจำนวนมากในขณะนี้ไปรักษาอาการติดเชื้อไวรัสโควิตได้และเธอยังบอกด้วยว่าจากการที่รัฐบาลได้ออกมาประกาศว่าทุกที่รักษาฟรีหากเจอไวรัสโควิช- แล้วรักษาทันทีมันไม่มีอยู่จริงเพราะโรงพยาบาลเอกชนนั้นจะรับแต่คนที่มีเงินเพียงเท่านั้นและเธอยังบอกอีกด้วย

ว่าสถานการณ์ของโรงพยาบาลในตอนนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีเตียงสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิช- แต่จะมีเตียงให้กับคนที่มีเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้นหากใครที่ไม่มีเงินเตรียมก็จะเต็มโดยเบื้องต้นเธอระบุว่าในขณะนี้เธอให้คุณแม่ของเธอนั้นแอดมิดรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งเธอจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการป่วยของคุณแม่ของเธอ 

 

สนับสนุนโดย.   พนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ100

สาวสวย ตายปริศนา ศพแขวนคอติดกับเก้าอี้

เมื่อวันที่ 22 เดือนเมษายน  ปีพศ. 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจสุราษฎร์ธานีได้รับแจ้งเหตุในช่วงเวลาประมาณ 9:30 ว่ามีคนพบศพหญิงสาวรายหนึ่งเสียชีวิตภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งในตำบลบ้านส้อง   อำเภอเวียงสระ    โดยหญิงสาวรายดังกล่าวนั้นชื่อว่านางสาว   อรอุมา   อายุ 35 ปี

        สำหรับผู้ที่พบศพของนางสาวอรอุมาคนแรกนั้นเป็นพื้นที่ทำงานของเธอเนื่องจากว่าในช่วงเช้าไม่สามารถติดต่อนางสาวอรอุมาได้เพื่อนร่วมงานจึงได้เดินทางมายังห้องพักเพิ่มมาหานางสาวอรอุมาและเมื่อมาถึงห้องพักแล้วกดว่าเห็นห้องมีการเปิดประตูแง้มเอาไว้และเมื่อเปิดเข้าไปก็พบศพของนางสาวอรอุมาในลักษณะของการผูกคอด้วยผ้าขนหนูติดกับเก้าอี้  เพื่อนของนางสาวอรอุมาจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มายังจุดเกิดเหตุนั้นเอง

        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพบร่องรอยการเสียชีวิตซึ่งมีลักษณะของการฆ่าตัวตายแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ฟันธงว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือการฆาตกรรมเนื่องจากว่าลักษณะของการฆ่าตัวตายด้วยการผูกติดกับเก้าอี้นั้น

เป็นการฆ่าตัวตายที่ค่อนข้างแปลกเพราะคนส่วนใหญ่แล้วจะผูกติดกับประตูหน้าต่างหรือไม่ก็ตามคือบ้านและร่องรอยตามร่างกายของผู้เสียชีวิตยังมีการเขียวช้ำตามเนื้อตามตัวอีกด้วยดังนั้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องมีการตรวจสอบจุดเกิดเหตุซึ่งเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้พบเพียงหน้าต่างห้องกระจกทุบแตกละเอียด

        อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าสอบถามเพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตซึ่งมีหญิงสาวคนหนึ่งให้ข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตนั้นได้มาเช่าห้องที่นี่อยู่เป็นระยะเวลานานถึง 4 ปีแล้วและผู้เสียชีวิตนั้นเป็นคนที่อัธยาศัยดียิ้มแย้มแจ่มใสเป็นคนร่าเริงซึ่งทางด้านหญิงสาวที่ให้ข้อมูลระบุว่าผู้เสียชีวิตนั้นมักจะมีผู้ชายมาหาที่ห้องเป็นประจำโดยจะมีแวะเวียนมาหาอยู่ด้วยกันประมาณ 3 คน 

       นอกจากนี้หญิงสาวคนดังกล่าวยังระบุอีกด้วยว่าในคืนเกิดเหตุนั้นช่วงประมาณเที่ยงคืนครึ่งเธอได้ยินเสียงฝีเท้าคล้ายกับฝีเท้าผู้ชายเนื่องจากว่าน้ำหนักเท้าค่อนข้างเดินทิ้งน้ำหนักเยอะมากเพราะที่ห้องของผู้เสียชีวิตโดยมีการเคาะประตูห้อง

และมีการเคาะตรงกระจกหน้าต่างซึ่งเธอยังได้ยินเสียงกระจกหน้าต่างแตกอีกด้วยหลังจากนั้นเธอได้ยินเสียงเหมือนกับผู้เสียชีวิตมาเปิดประตูให้และทั้งคู่ก็พากันเดินเข้าไปในห้องหลังจากนั้นผ่านไปประมาณซัก 15 นาทีผู้ชายก็เดินออกจากห้องและกลับออกไป

        ซึ่งระหว่างที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันในห้องนั้นเธอไม่ได้ยินเสียงทะเลาะกันและไม่ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือแต่อย่างใดและเมื่อตื่นเช้ามาเธอไม่ได้สนใจอะไรจนในช่วงสายๆเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาหาแล้วมาพบผู้เสียชีวิตกลายเป็นศพนั่นเองซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวมีความเชื่อมั่นว่านางสาวอรอุมาไม่ได้ฆ่าตัวตายเองแต่ถูกฆาตกรรมอย่างแน่นอน          

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    เวปยูฟ่าเบท

ชายวัย 58 ปี ขอหญิงม่ายแต่งงานแต่ถูกปฎิเสธ แต่กลับให้ลูกสาววัย 19 แต่งงานแทน

           เมื่อวันที่ 10 เดือนเมษายน  ปี พ.ศ 2564   มีการรายงานข่าวออกมาจากสำนักข่าวของประเทศอินโดนีเซียระบุเรื่องที่ฮือฮาในโลกสังคมออนไลน์ของประเทศอินโดนีเซียกันอยู่ในขณะนี้ว่าได้มีรูปถ่ายของชายอินโดนีเซียคนหนึ่งซึ่งเขานั้นมีอายุถึง 58 ปีแล้วโดยรูปถ่ายของเขานั้นได้มีการถ่ายขณะที่เขากำลังจัดงานแต่งงานซึ่งเจ้าสาวในรูปถ่ายของเขานั้นเป็นหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งและระบุว่ามีอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น

       สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้มีการรายงานออกมาจากผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งครอบครัวนี้ได้อาศัยอยู่ด้วยหมู่บ้านดังกล่าวนั้นชื่อว่าหมู่บ้านบานาโดยหมู่บ้านนี้อยู่ที่จังหวัดสุราเวซีใต้    ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของบอนโตกานิ   ของประเทศอินโดนีเซียโดยทางผู้ใหญ่บ้านยืนยันว่าการจัดงานในครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นการยินยอมพร้อมใจของทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวเองและฝ่ายเจ้าสาวซึ่งทั้งคู่นั้นแต่งงานด้วยพื้นฐานของความรักและคนในครอบครัวของทั้งสองฝ่ายนั้นก็รู้เห็นและส่งเสริมการแต่งงานในครั้งนี้

     โดยการแต่งงานในครั้งนี้นั้นแต่เดิมทีนั้นทางด้านเจ้าบ่าววัย 58 ปีนั้นมีความต้องการที่จะแต่งงานกับแม่ของเจ้าสาว ซึ่งเป็นหญิงแม่ม่าย โดยเธอมีลูกด้วยกันทั้งหมด 4 คน  และเจ้าสาววัย 19 ปีนี้เป็นลูกสาวคนโตซึ่งตอนที่เจ้าบ่าววัย 58 ปีมาขอแม่ของเจ้าสาวแต่งงานนั้นปรากฏว่าแม่ของเจ้าสาวปฏิเสธการจัดงานแต่งงานและได้มีการแนะนำให้เจ้าบ่าวได้รู้จักกับลูกสาวคนโตหลังจากนั้นคนทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

       สำหรับเจ้าบ่าวนั้นยังไม่เคยผ่านพิธีการแต่งงานมาก่อนเป็นชายโสดซึ่งเจ้าบ่าวได้มีการนำเงินค่าสินสอดที่คิดเป็นเงินไทยประมาณ 21,000 บาทและยังมีที่ดินอีกประมาณ 7 ไร่มาเป็นค่าสินสอดในการขอเจ้าสาวแต่งงานในครั้งนี้ 

     สำหรับเหตุการณ์แต่งงานที่มีความแตกต่างของอายุระหว่างเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวนั้นมีให้เห็นอยู่เกือบทุกประเทศเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับครอบครัวที่มีฐานะยากจนมักจะให้ลูกสาวของตนเองนั้นแต่งงานกับคนสูงอายุซึ่งแน่นอนว่าจากการมองของคนภายนอกนั้นต่างก็มองเห็นแล้วว่าการแต่งงานต่างวัยกันมากนั้น

       แน่นอนว่าไม่ใช่เกิดจากความรักแต่เกิดจากปัญหาด้านการเงินซึ่งถึงแม้ว่าครอบครัวชาวอินโดนีเซียรายนี้จะออกมายืนยันว่าเกิดจากความรักแต่คนในสังคมต่างก็มองออกว่าน่าจะเกิดจากปัญหาเรื่องของปัญหาการเงินจึงทำให้เด็กสาวอายุเพียงแค่ 19 ปีตัดสินใจที่จะแต่งงานกับชายแก่คราวปู่  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย     คาสิโนออนไลน์ เติมเงินขั้นต่ำ 100 เดียว

ผัวชาวมอญหลอนยา ใช้มีฟันเมียที่กำลังท้อง เสียชีวิต ทิ้งลูกน้อยอีก 2 คนให้กลายเป็นกำพร้า

             เมื่อวันที่ 14 เดือนมีนาคมพ.ศ 2554  ที่อำเภอสังขละบุรีจังหวัดกาญจนบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าตรงบริเวณพื้นที่วัดบ้านใหม่พัฒนามีชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นชุมชนคนมอญอาศัยอยู่ได้มีเหตุการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นและมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ 1 คน

        โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุแล้วได้มีการประสานงานไปที่โรงพยาบาลสังขละบุรีและประสานงานไปยังหน่วยกู้ภัยพากันเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันทีซึ่งเมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุนั้นพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาวอายุ 25 ปีซึ่งในขณะนั้นหญิงสาวกำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนนอนเสียชีวิตอยู่ตรงบริเวณกลางหมู่บ้าน

         โดยหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นชื่อว่านางตันเตาเป็นหญิงสาวชาวพม่าเชื้อสายมอญ  ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นชาวบ้านให้ข้อมูลว่าเป็นสามีของนางตันเปาว์เป็นคนมอญเช่นเดียวกันหลังจากก่อเหตุฆ่าภรรยาของตนเองแล้วก็ได้หลบหนีไปในอุทยานแห่งชาติซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้านนั่นเอง

         สำหรับผู้เห็นเหตุการณ์คนแรกในครั้งนี้เป็นเพื่อนของ นางตันเตา เธอได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในขณะที่เธอกำลังเดินออกมาเล่นที่บริเวณหน้าบ้านของเธอนั้นเธอได้ยินเสียงของผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือและเมื่อหันมองไปก็เห็นว่านางตันเตากำลังวิ่งหนีสามีของตนเอง

             โดยมีสามีของนางตันเตานั้นวิ่งไล่ตามมาภายในมือก็ถือมีดมาด้วยเล่มหนึ่ง เธอได้พยายามตะโกน ร้องห้ามผู้ก่อเหตุไม่ให้ทำร้ายนางตันเตา  แต่คาดว่าผู้ก่อเหตุนั้นน่าจะเมายาบ้าอยู่ไม่ยอมฟังอะไรเลยเธอจึงได้มีการตะโกนเรียกเพื่อนบ้านให้ออกมาช่วยกันห้ามซึ่งในจังหวะนั้นเอง นางตันเตา ได้ล้มลงตรงบริเวณหน้าบ้านของเธอพอดี

          ซึ่งตรงจุดนั้นมีลูกของนางตันเตา 2 คนกำลัง นั่งเล่นกันอยู่ โดยลูกของคนตายนั้น อายุเพียงแค่ 7 ขวบกับ 3 ขวบเท่านั้น เด็กน้อยทั้งสองคนนั้นได้เห็นเหตุการณ์ในขณะที่พ่อของเขานั้นใช้อาวุธมีดแทงไปที่ลำคอและบริเวณท้องของแม่ของพวกเขาด้วยซึ่งเด็กทั้งสองคนต่างก็พากันร้องไห้ด้วยความกลัวดังนั้นเธอจึงได้มีการนำ เด็กทั้งสองคนรถเข้าไปในบ้านเพื่อไม่ให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

            หลังจากที่คนร้ายได้ก่อเหตุแทงผู้เสียชีวิตไปประมาณ 3 ครั้งชาวบ้านก็พยายามช่วยกันจับตัวแต่ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดป้องกันทำให้ชาวบ้านไม่สามารถจับกุมตัวได้หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุก็วิ่งไปฝั่งตรงข้ามโดยวิ่งข้ามแม่น้ำและหายไปในป่านั่นเองอย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วจึงได้มีการรวมกำลังกันออกตามหาในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมจนในที่สุดก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ 

 

สนับสนุนโดย.     gclub ฝากขั้นต่ำ 20

หญิงชราวัย 81 ปีได้รับหมายศาล ฟ้องเรียกคืนเงินเบี้ยชรา

         ที่จังหวัดบุรีรัมย์  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีหญิงชราวัย 81 ปีคนหนึ่ง  ได้รับหมายศาลส่งไปที่บ้านเกี่ยวกับเรื่องของการฟ้องร้องเอาเงินเบี้ยคนชราคืน  โดยหมายศาลดังกล่าวนั้นถูกฟ้องร้องมาจาก อบต. เสม็ด  และยอดเงินที่มีการเรียกคืนนั้นเป็นจำนวนสูงถึง 80,600 บาทเลยทีเดียว 

         หลังจากนักข่าวได้รับการร้องเรียนจึงมีการตรวจสอบเอกสารซึ่งเป็นหมายศาลที่หญิงชราวัย 81 ปีได้รับก็พบว่ามีหมายศาลมาเรียกเก็บยอดดังกล่าวจริงซึ่งหญิงชราวัย 81 ปีกล่าวว่า ตนเองนั้นอายุมากแล้วและไม่ได้มีเงินเก็บมากพอที่จะนำยอดที่มีการเรียกคืนเบี้ยชราทั้งหมดไปคืนให้ได้ที่สำคัญตอนนี้ก็ไม่มีแรงที่จะเดินทางไปถึงที่ศาลแล้ว  

        เบื้องต้นเอกสารดังกล่าวนั้นหญิงชราวัย 81 ปีได้นำไปให้ผู้ใหญ่บ้านทำการตรวจสอบให้ซึ่งทางด้านผู้ใหญ่บ้านนั้นได้มีการติดต่อไปที่ อบต. เสม็ด  ซึ่งเป็น อบต. ที่มีการส่งเรื่องไปขออำนาจศาลขอคืนเบี้ยคนชรานั่นเอง  แต่ทางเจ้าหน้าที่ อบต. เสม็ด แจ้งว่าเงินดังกล่าวนั้นมีการส่งเรื่องไปถึงศาลแล้ว  ทำให้ในตอนนี้ทางด้านนายกอบตเองก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้แล้ว 

         ทั้งนี้หญิงชราและคนในครอบครัวต่างก็พาตกไปกันเป็นอย่างมากเพราะไม่รู้ว่าจะนำเงินดังกล่าวนั้นมาจากไหน ไปใช้คืนอีกครั้งเท่าที่ทราบมานั้นก่อนหน้านี้ที่ทางรัฐบาลได้มีการประกาศเรื่องของเวรคืนเงินเบี้ยเลี้ยงคนชราที่มีการได้รับซ้ำซ้อน   ว่านายกรัฐมนตรีได้มีการประกาศให้หยุดการทำเรื่องเรียกเก็บเงินคืนเบี้ยเลี้ยงคนชราซ้ำซ้อนเอาไว้แล้วตั้งแต่ก่อนเดือนกุมภาพันธ์แต่ทำไมถึงยังมีการเรียกเก็บยอดดังกล่าวอยู่ซึ่งทางด้านครอบครัวของหญิงชราอยากจะให้นักข่าวช่วยทำการตรวจสอบเรื่องนี้ให้ด้วย

        สำหรับ เบี้ยเลี้ยงคนชราที่ถูกเรียกเก็บคืนนั้น  ทางด้าน อบต. เสม็ดได้มีการให้เหตุผลว่าหญิงชราคนดังกล่าวนั้นได้รับเงินสวัสดิการจากรัฐอยู่แล้วเป็นเงินสวัสดิการการเสียชีวิตของลูกชายซึ่งในขณะนั้นเคยเป็นตำรวจอาสาสมัครดินแดนและเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่จึงได้รับเงินสวัสดิการส่วนนี้เลยมา

         ซึ่งปัจจุบันนั้นได้รับเดือนละ 10,000 บาทแล้วดังนั้นหากมีการได้รับเงินสวัสดิการคนชราอีกก็จะเป็นการได้รับเงินซ้ำซ้อนซึ่งเมื่อมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีซ้ำซ้อนมากี่เดือนก็จะมีการเรียกเก็บคืนทั้งหมดจึงทำให้ยอดที่มีการเรียกเก็บคืนสูงเกือบแสนบาทนั่นเอง 

            อย่างไรก็ตามเราคงต้องมาดูว่าเรื่องนี้จะสามารถแก้ไขอย่างไรได้บ้างเพราะไม่ใช่เพียงแค่หญิงชราวัย 81 ปีคนนี้เท่านั้นที่กำลังมีปัญหาเรื่องของการถูกเรียกเก็บเบี้ยคนชราคืน เพราะในปัจจุบันนี้มีคนชราอีกหลายคนที่กำลังเดือดร้อนจากการที่ได้รับเอกสารขอให้คืนเงินเบี้ยคนชรา 

 

สนับสนุนโดย.   gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20

ตำรวจจับตัวหัวหน้าแก๊งเงินกู้ก่อเหตุยิงถล่มลูกหนี้

 ตำรวจจับตัวหัวหน้าแก๊งเงินกู้ก่อเหตุยิงถล่มลูกหนี้เพียงเพราะเงิน สี่พันบาท คดีตั้งแต่ปี 58 ได้แล้ว

             เมื่อวันที่ 21 เดือน มกราคมปีพศ. 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการได้ออกการแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องของการสามารถเข้าจับกุมตัวหัวหน้าแก๊งเงินกู้รายหนึ่งซึ่งเป็นแก๊งเงินกู้รายใหญ่ในจังหวัดนนทบุรีที่เคยก่อเหตุตั้งแต่ประมาณปีพ.ศ 2558   ในการใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านลูกหนี้ส่วนบ้านโลกนี้ได้รับความเสียหายซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2558 แล้ว 

         โดยเหตุการณ์ ในครั้งนั้น ผู้เสียหายคือนางกำไรซึ่งในขณะนั้นอายุ 56 ปี   โดยนำกำไรได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองนั้นถูกแก๊งเจ้าหนี้ใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาภายในบ้านพักจนทำให้ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายโชคดีที่ในตอนนั้นไม่มีคนเสียชีวิต

และไม่มีผู้บาดเจ็บส่วนสาเหตุที่ถูกคนร้ายยิงถล่มบ้านพักนั้นก็เพราะว่าก่อนหน้านั้นเธอไปทำการกู้เงินจากแก๊งดังกล่าวเป็นหนี้นอกระบบซึ่งนั้นที่กู้มานั้นเป็นจำนวนเงิน 4,000 บาทแต่หลังจากที่กู้เงินมาแล้วก็ไม่มีเงินที่จะทำการผ่อนส่งคืน

ทำให้เจ้าหนี้มาตามทวงเงินที่บ้านอยู่เป็นประจำและล่าสุดทางด้านเจ้าหนี้ก็ได้พาพวกมาด้วยกันถึง 12 คนเพื่อมาทวงเงินแต่เมื่อไม่มีให้ก็ทำให้ทางด้านเจ้าหนี้และลูกน้องของเขาพากันใช้อาวุธปืนยิงถล่มเอามาภายในบ้านนั่นเอง

         สำหรับแก๊งเงินกู้รายนี้มีชื่อว่าแก๊งน้ำหวานซึ่งเปิดเป็นสถานที่ปล่อยเงินกู้ให้กับประชาชนทั้งในเขตจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานีซึ่งเป็นแก๊งเงินกู้นอกระบบที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก  และหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในครั้งนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ขออนุมัติหมายศาลเพื่อทำการจับกุมคนร้ายทั้ง12  คนเพื่อมาดำเนินคดีแต่อย่างไรก็ตาม  คนร้ายทั้ง 12   คนนั้นได้มีการหลบหนีไป         

         ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้ระยะเวลาหลายปีกว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายได้โดยการจับกุมคนร้ายในครั้งนี้สามารถจับกุมได้ที่จังหวัดนนทบุรีนี้เองซึ่งคนร้ายหลบหนีอยู่ที่ตำบลบางเลนอำเภอบางใหญ่  หลังจากจับกุมคนร้ายได้แล้วจึงทำการเข้าตรวจสอบบ้านพี่กุลยาใสอยู่รวมถึงรถยนต์ที่ใช้ในการขับจึงพบหลักฐานที่เป็นอาวุธปืน  จึงได้ควบคุมตัวคนร้ายทั้งหมดไปที่สถานีตำรวจ  สภ. ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์เพื่อทำการสืบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

         สำหรับคดีนี้นับได้ว่าเป็นคดีที่ใช้ระยะเวลานานหลายปีมากกว่าที่จะสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้  เพราะที่จริงแล้วคนร้ายก็ไม่ได้หลบหนีไปไหนยังคงอยู่ในพื้นที่แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ใช้ระยะเวลานานหลายปีเพราะคดีเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 58 ซึ่งในปัจจุบันนี้เป็นปี 64 แล้วเรียกได้ว่าใช้ระยะเวลานานเกือบ 10 ปีถึงสามารถที่จะจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้นั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.    ufabet สมัครสมาชิก

เทศบาลเบลเยียมทำชาวบ้านซึ่งกันทั้งเมืองเพราะติดไฟคริสมาสคล้ายกับอวัยวะเพศชาย

       อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงเทศกาลวันคริสต์มาสแล้วดังนั้นในต่างประเทศหลายๆประเทศส่วนใหญ่จึงเริ่มมีการประดับประดาตกแต่งบ้านเมืองของตนเองด้วยไฟระยิบระยับเพื่อให้บ้านเมืองนั้นเกิดความสวยงามอย่างประเทศเบลเยี่ยม

ก็มีการเริ่มที่จะมีการติดไฟประดับประดาให้เกิดรูปร่างที่สวยงามซึ่งในเดือนธันวาคมที่กำลังจะถึงนี้จะมีเทศกาลทั้งเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่และโดยเฉพาะในต่างประเทศนั้นมักจะนิยมมีการติดไฟตามต้นไม้ต่างๆรวมถึงตกแต่งต้นไม้ให้เกิดความสวยงามในช่วงเวลายามค่ำคืน

       อย่างไรก็ตามที่ประเทศเบลเยี่ยม  ซึ่งเป็นเทศบาลเมืองเอาเดนเบิร์กได้มีการออกมาประดับตกแต่งต้นไม้เพราะว่าใกล้ถึงเทศกาลวันคริสต์มาสแล้ว โดยมีการนำไฟต่างๆไม่ว่าจะเป็นหลอดทรงกลมหรือทรงกระบอกรวมถึงที่มีแสงสีสันสวยงามหลากสีสันมาประดับตามรั้วรวมถึงต้นไม้เพื่อต้อนรับเทศกาลวันคริสต์มาสที่กำลังใกล้จะมาถึง

       แน่นอนว่าการตกแต่งต้นไม้ในช่วงเวลาใกล้ปีใหม่และใกล้วันคริสต์มาสนั้นเป็นการกระทำขึ้นในทุกๆปีแล้วแต่ในปีนี้ทางเทศบาลเมืองเขา Daniel’s สร้างความตกตะลึงให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมากเมื่อพวกเขามองเห็นว่าต้นไม้ที่ทางเทศบาลได้มีการจัดขึ้นเพื่อหวังให้ประชาชนนั้นออกมาถ่ายรูปสวยๆคู่กับต้นไม้ในวันคริสต์มาสนั้นลักษณะของต้นไม้มีความแตกต่างจากทุกๆปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าในปีนี้ลักษณะของต้นคริสต์มาสที่เจ้าหน้าที่มีการสร้างขึ้นมานั้นมีลักษณะคล้ายกับอวัยวะเพศชาย

      ดังนั้นหลังจากที่ชาวเมืองได้มองเห็นต้นคริสต์มาสดังกล่าวก็ต่างพากันพูดถึงกันเป็นอย่างมากรวมถึงยังมีคนถ่ายรูปแชร์ไปในโลกออนไลน์และในโซเชียลต่างๆทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก  อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีข่าวโด่งดังใหญ่โต

ทางด้านเทศมนตรีของเมืองเอาเดนเวอร์ก็ได้ออกมาขอโทษ ชาวเมืองและชาวโซเชียลต่างๆพร้อมทั้งยังได้ออกมาพูดถึงลักษณะของต้นคริสต์มาสที่เจ้าหน้าที่ได้มีการสร้างขึ้นมานั้นว่าพวกเขาทำเป็นเพียงแค่แท่งขึ้นไปเพียงเท่านั้นไม่ได้ต้องการให้มีลักษณะคล้ายกับอวัยวะเพศชายแต่อย่างใด   

     และทางบ้านนายกเทศมนตรียังได้บอกอีกว่าความตั้งใจจริงของเจ้าหน้าที่ที่มีการสร้างต้นคริสต์มาสต้นนี้พวกเขาต้องการสร้างให้มีลักษณะคล้ายกับรูปทรงพีระมิดมากกว่าดังนั้นจึงอยากให้ทางชาวเมืองนั้นได้ลองมองในอีกมุมมองหนึ่งแทนที่จะมองเป็นอวัยวะเพศชายแต่ให้มองดูว่ามันคือลูกของพีระมิดนั่นเองอย่างไรก็ตามข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นนี้น่า

จะมาจากการที่เจ้าหน้าที่ได้มีการซื้อหลอดไฟและนำมาแต่งได้ไม่เหมือนกับของจริงเนื่องจากว่าพวกเขาซื้อหลอดไฟและมาตกแต่งเป็นรูปร่างสัญลักษณ์ของพีระมิดด้วยตนเองไม่ได้ซื้อเป็นแบบสำเร็จรูปมาจึงทำให้แนวความคิดกับผลที่ออกมานั้นตรงกันข้ามกันนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย.   เล่นคาสิโนออนไลน์ ที่ไหนดี

วิเคราะห์ทีมไหนต้องเสริมตำแหน่งไหน

ในช่วงปิดฤดูกาลแบบนี้ ทางสกายสปอรต์ สื่อชื่อดังของอังกฤษได้ออกมาวิเคราะห์ทีมยักษ์ใหญ่ของแต่ละทีมว่าทีมไหนมีปัญหาหรือควรเสริมทัพตรงจุดไหน

ซึ่งล่าสุดสื่อชื่อดังได้ออกมาวิเคราะห์ ทีมอาร์เซนอล ว่ามีจุดไหนอย่างไรบ้าง ซึ่งปัญหาที่ชัดเจนคือแนวรับที่มีปัญหาต่อเนื่องมาหลายปี ตั้งแต่ยุคของ อาแซน เวนเกอร์ แล้ว ซึ่งหากสามารถแก้ปัญหาจุดนี้ได้ น่าจะทำให้ทีมปืนใหญ่กลับมาติดลมบนอีกครั้ง

ซึ่งในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมานั้น มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บของนักเตะไม่ว่าจะเป็น ปาโบลมารี นักเตะบราซิลที่ย้ายมาในช่วงโควิด แล้วได้ลงเล่นเพียงไม่กี่นัดก็บาดเจ็บ หรือจะเป็น คาร์ลัมแชมเบอ ที่เปิดฤดูกาลที่แล้วมาก็มามีอาการบาดเจ็บต้องหยุดพักไปถึงเก้าเดือน

ดังนั้น ตำแหน่งกองหลังที่เหลืออยู่ในตอนนี้ของอาร์เซนอลนั้น ก็จะมี ดาวิด หลุยส์ ที่เพิ่งต่อสัญญาไป โซคาติส , ร็อบ โฮลดิ้ง , มุสตาฟี่ และกำลังจะได้ วิลเลี่ยม ซาลีบา มาอีกคน ซึ่งหากมองตามความเป็นจริงแล้วตอนนี้ ทีมปืนใหญ่ มีกองหลังที่เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ๊กถึงเจ็ดคน

ดังนั้นปัญหาจึงอยู่ที่ กุนซืออย่าง อาร์เตต้า ว่าจะทำอย่างไรหากต้องการที่จะเสริมกองหลังตัวกลางซึ่งถือว่าเป็นจุดอ่อนของอาร์เซนอลมาตลอด เพราะหากต้องซื้อมาอีก ตำแหน่งนี้อาจจะมากเกินความจำเป็น

ดังนั้นอาจจะต้องขายออกไปบ้างเพื่อซื้อตัวที่ดีกว่ามาแทน คราวนี้ลองมาดูอีกจุดหนึ่งในเรื่องของเกมรุก ซึ่งต้องบอกว่า ปืนใหญ่ถือว่าโชคดีที่มี โอบาเมยอง แต่มีสถิติจาก สกายสปอร์ตสื่อชื่อดังของอังกฤษที่ทำสรุปออกมาว่า ประตูที่โอบาเมยองทำได้

ส่วนใหญ่จะมาในกรอบเขตโทษ ซึ่งเป็นจำนวนยี่สิบประตู อีกสองประตูเป็นลูกนอกเขตโทษ ซึ่งบ่งบอกให้เห็นว่า ทีมปืนใหญ่ยังไม่มีความหลากหลายในการเข้าทำ ซึ่งสื่อทางอังกฤษได้มองว่า ทางทัพปืนใหญ่ควรจะหาความหลากหลาย

หรือตัวยิงประตูคนอื่นที่แตกต่างออกไป เพราะว่าหากเจอคู่แข่งที่จับทางการเล่นของโอบาเมยอง ได้ หรือวันไหนทีมอาร์เซนอลไม่มีโอบาเมยองนั้น นั่นหมายความ อาร์เซนอลจะมีปัญหาในการเข้าทำประตูเป็นอย่างมาก

ดังนั้นจุดที่ต้องแก้คือเรื่องของกองหลังที่ต้องมีคนที่ไว้ใจได้จริงๆ กับนักเตะที่เป็นตัวสร้างสรรค์ในการยิงประตูที่แตกต่างออกไปจากโอบาเมยอง ซึ่งถ้าปืนใหญ่ทำได้จริง น่าจะกลับขึ้นมาเบียดพื้นที่ในการแย่งชิงยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกได้อีกครั้ง

 

 

สนับสนุนโดย    www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน